โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักพิธี "จองเปรียง" จากสมัยอยุธยา ต้นแบบ "ลอยกระทง" ยุครัตนโกสินทร์

Khaosod

อัพเดต 21 พ.ย. 2566 เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2566 เวลา 13.54 น.

รู้จักพิธี "จองเปรียง ลดชุดลอยโคม" จากสมัยอยุธยา ต้นแบบ "ลอยกระทง" ยุครัตนโกสินทร์

วันที่ 20 พ.ย.66 ละครพรหมลิขิต EP14 วันนี้มีฉากที่พ่อริด ชวนแม่หญิงพุดตานไปงานจองเปรียง ซึ่งต่อมาพัฒนาสู่ "ลอยกระทง"

“จองเปรียง ลดชุดลอยโคม” เป็นพิธีที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ปรากฏในหลักฐานประวัติศาสตร์และวรรณกรรมสมัยกรุงศรีอยุธยาหลายฉบับ ซึ่งต่อมามีพัฒนาการสู่ “ลอยกระทง” ในสมัยรัตนโกสินทร์

สุจิตต์ วงษ์เทศ เล่ารายละเอียด พิธี จองเปรียง ลดชุดลอยโคม ไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 โดยเกริ่นถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติคือ “น้ำ” กับพิธีกรรมของมนุษย์ว่า “น้ำแล้ง” กับ “น้ำหลาก” เป็นปัญหาของมนุษย์ที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตมรสุมจะต้องแก้ไข แต่มนุษย์ไม่รู้ว่าเหตุใดน้ำจึงแล้ง เหตุใดน้ำจึงหลาก จึงยกให้เป็นการกระทำของ “อำนาจเหนือธรรมชาติ” หรือ “ผี” ที่คุ้มครองดิน ฟ้า และสรรพสิ่ง

เมื่อน้ำแล้ง มนุษย์ต้องทำพิธีขอฝนเพื่อทำไร่ไถนา ครั้นถึงฤดูน้ำหลากมนุษย์ก็ต้องทำพิธีกรรมอีกเพื่อมิให้น้ำทำอันตรายต่อพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยเฉพาะข้าว

ชาวบ้านทั่วไปรู้จากประสบการณ์ว่า ถึงเดือนสิบเอ็ด หรือราวเดือนตุลาคม น้ำจะขึ้นนองหลาก พอถึงเดือนสิบสอง หรือราวเดือนพฤศจิกายน น้ำจะทรงตัวคือไม่ขึ้นไม่ลง ครั้นเดือนอ้าย หรือราวเดือนธันวาคม ต่อเดือนยี่หรือราวเดือนมกราคม น้ำจะลดลง ดังเพลงชาวบ้านร้องเล่นว่า

ด้วยความอ่อนน้อมต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ มนุษย์จะเริ่มมีพิธีกรรมเพื่อแสดงความอ่อนน้อมนั้น ร่องรอยเรื่องนี้มีหลักฐานอยู่ใน กฎมณเฑียรบาล ยุคต้นกรุงศรีอยุธยาเมื่อไม่น้อยกว่า 600 ปีมาแล้วว่า พระเจ้าแผ่นดินทรงประกอบพระราชพิธีเกี่ยวกับน้ำต่อเนื่องกัน 3 เดือนดังนี้

เมื่อแข่งเรือเสี่ยงทายเสร็จสิ้นไปแล้ว ก็ถึงพิธีกรรมขอขมาดินกับน้ำ กฎมณเฑียรบาลเรียกว่า พิธีจองเปรียง ลดชุดลอยโคม สมัยรัตนโกสินทร์เรียกว่า ลอยกระทง

พิธีกรรมลดชุดลอยโคม มีอยู่ในโคลงทวาทศมาส (สันนิษฐานว่า แต่งขึ้นในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ หรือในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช – กอง บก.) ส่วนเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์หรือเจ้าฟ้ากุ้ง ก็ทรงพระนิพนธ์ “นิราศธารโศก” พรรณนาถึงพิธีลดชุดลอยโคมด้วยเช่นกัน

โคม เป็นเครื่องตามไฟชนิดหนึ่งมีที่บังลม ภายในมีเชื้อเพลิงและไส้เพื่อจุดไฟให้เกิดแสงสว่างและมีสายโคมติดรอก ทั้งยังมีเสาโคมแขวน เพื่อชักโคมขึ้นไปส่องสว่างอยู่กลางฟ้า เมื่อถึงเวลาก็ลดลงไปลอยน้ำในแม่น้ำลำคลอง เพื่อขอขมาดินและน้ำที่ให้พืชพันธุ์ธัญญาหารเลี้ยงมนุษย์

ลาลูแบร์ ราชทูตจากราชสำนักฝรั่งเศส ที่มาเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ ณ กรุงศรีอยุธยา ได้เห็นบรรยากาศการชักโคมลอยโคม จึงบรรยายว่า

“ประชาชนพลเมืองจะแสดงความขอบคุณแม่คงคาด้วยการตามประทีปโคมไฟขนาดใหญ่ (ในแม่น้ำ) อยู่หลายคืน เราจะได้เห็นทั้งลำแม่น้ำเต็มไปด้วยดวงประทีปลอยน้ำ…ไปตามกระแสธาร มีขนาดใหญ่ย่อมต่างกันตามศรัทธาปสาทะของแต่ละคน…โดยนัยเดียวกันเพื่อแสดงความขอบคุณต่อแม่พระธรณี ที่อนุเคราะห์ให้เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหารได้อย่างอุดมสมบูรณ์ ในวันต้น ๆ ของปีใหม่ ชาวสยามก็จะตามประทีปโคมไฟขึ้นอย่างมโหฬารอีกครั้งหนึ่ง”

ประเพณีชักโคมลอยโคมอย่างนี้นี่เอง ที่จะมีพัฒนาการเป็น “ลอยกระทง” ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ฉะนั้นประเพณีลอยกระทงจึงไม่ได้มีขึ้นครั้งแรกที่กรุงสุโขทัย

หมายเหตุ : สุจิตต์ วงษ์เทศ ขยายความเรื่องพิธีจองเปรียง ลดชุดลอยโคม เพิ่มเติมในบทความ ‘จองเปรียง’ พิธีบูชาไฟ สมัยอยุธยา ชักโคม และลดชุด ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 16-22 ตุลาคม 2563 ว่า กฎมณเฑียรบาล สมัยอยุธยาตอนต้น ระบุว่า เดือน 12 มีพิธี “จองเปรียงลดชุดลอยโคมลงน้ำ” โดยทั่วไปเข้าใจว่าเป็นพิธีเดียวกันทั้งหมด ครั้นศึกษาตรวจสอบใหม่จึงพบว่าเป็นพิธีมี 2 กิจกรรมในคราวเดียวกัน ได้แก่ (1.) จองเปรียงลดชุด ซึ่งทำบนบก (ไม่ลงน้ำ) และ (2.) ลอยโคมลงน้ำ หมายถึง ลอยโคมทำลงน้ำ (ไม่บนบก) นอกจากนี้ จองเปรียงลดชุดยังเป็นพิธีมีก่อนสมัยอยุธยา ดังนั้นราชสำนักอยุธยาสืบเนื่องพิธีนี้จากบ้านเมืองดั้งเดิม เช่น เมืองพระนครหลวง (นครธม) ในกัมพูชา

ที่มา : ศิลปวัฒนธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...