EEC เตรียมดันเมืองใหม่อัจฉริยะ 5,795 ไร่ มูลค่าโครงการ 5 แสนลบ. ปักหมุด อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
EEC เตรียมโครงการศูนย์ธุรกิจและเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ บนพื้นที่ 5,795 ไร่ ปักหมุด ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เงินลงทุนรวมประมาณ 534,985 ล้านบาท
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี เปิดเผยว่า อีอีซี เตรียมโครงการศูนย์ธุรกิจและเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ บนพื้นที่ 5,795 ไร่ หรือ 24 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม. )ตั้งอยู่ที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เงินลงทุนรวมประมาณ 534,985 ล้านบาท
โดยจะมีอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องได้แก่ การแพทย์และสุขภาพครบวงจร การพัฒนาบุคคลากรและการศึกษา ดิจิทัล การบินและโลจิสติกสส์ การแปรรูปอาหาร การท่องเที่ยกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ศูนย์บริการทางการเงิน เป็นต้น โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดกับสนามบินอู่ตะเภา มอเตอร์เวย์
โครงการดังกล่าวจะเป็นเมืองใหม่ที่มีแนวคิด Net Zero เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการสร้างเมือง โดยในปี 2568 นี้ เตรียมทำการศึกษาเฉพาะระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานก่อนในปีนี้ โดยจะนำหลัก Recycle ซึ่งเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น ซึ่งจะเปิดประมูลให้ผู้รับสัมปทานบริหาร 50 ปี โดยเป็นลักษณะ Consortium ไม่ใช่รายเดียว
นายจุฬา กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีนักลงทุนเตรียมจะเซ็นสัญญากับEEC 12 ราย วงเงินลงทุน 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล Data Center
ทั้งนี้ EECวางเป้าหมายมีเม็ดเงินลงทุนจริงในปี 2568 ที่ 1 แสนล้านบาท จากปี 2567 ลงทุนจริง 107,000 ล้านบาท จากที่ตั้งเป้าให้มีการลงทุนปีละ 1.2 แสนล้านบาท
“สัญญาณที่เห็นชัดเจนขณะนี้มีการยื่นข้อตั้งเขตนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 30 แห่ง ๆ ละประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างขออนุมัติจากบอร์ด EEC และนำเสนอเข้าครม.พิจารณา”
สำหรับความคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐานหลักขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC 4 โครงการ วงเงินลงทุนรวม 6.8 แสนล้านบาท ได้แก่
- โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ปัญหาในขณะนี้ยังไม่สามารถเริ่มก่อสร้างได้ทั้งที่เซ็นสัญญาเมื่อปี 2562 ในระยะเวลา 5 ปี สมมติฐานเปลี่ยนแปลงไปก็ต้องมีการแก้ไขสัญญา ซึ่งอยุ่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าในเดือนมี.ค.-เม.ย.68 จะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ และจะให้เร่งดำเนินการก่อสร้างภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้ได้ในปี 2572
- โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ที่ยังไม่สามารถก่อสร้างได้เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังไม่ได้ก่อสร้าง ปัจจุบันได้ให้เอกชนไปดำเนินโครงการ Airport City หรือเมืองการบินตะวันออกได้โดยไม่ต้องรอโครงการรถไฟฯ
- โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ได้มีการถมทะลเล้ว การท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) เริ่มส่งมอบพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเป็น Green Port และจะทำให้ท่าเรือเฟส 1 และ 2 จะต้องลงทุน (Reinvest) เพื่อให้แข่งขันได้ ขณะที่ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 ที่จะเป็นท่าเรืองขนส่งก๊าซ ก็ดำเนินการถมทะเลแล้ว ก็เตรียมส่งมอบพื้นที่ด้วย
- โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) ซึ่งเดิมให้บมจ.การบินไทย ซึ่งขณะนั้นเป็นรัฐวิสาหกิจเข้ามาดำเนินโครงการที่จะร่วมทุนกับแอร์บัส แต่ภายหลังได้ยกเลิก
“EEC เตรียมพิจารณาให้การบินไทย เข้ามาใช้พื้นที่ของ EEC ที่อยู่ติดกับสนามบินอู่ตะเภา พื้นที่ 210 ไร่ มาใช้ดำเนินโครงการ MRO ซึ่งการบินไทยมีใบอนุญาตการซ่อมเครื่องบิน และพื้นที่ดังกล่าวก็เหมาะสำหรับโครงการ MRO”
นอกจากนี้ EEC พยายามจะแก้ไข pain point ในเรื่องความล่าช้าการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โรงงาน และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) โดยเลขาธิการ EEC มีอำนาจอนุญาตได้เอง
ส่วนการขยายพื้นที่ EEC จากเดิมที่มีอยู่ 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา นายจุฬา กล่าวว่า จากที่พิจารณาเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมเพราะรายได้ 75% มาจากภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะที่อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และระยะต่อไปจะเป็นจันทบุรี โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในไตรมาส 3/68