เลือกตั้ง อบจ. คืออะไร ทำไมหลายฝ่ายถึงหาเสียงกันสุดฤทธิ์
เลือกตั้ง อบจ. คืออะไร ทำไมหลายฝ่ายถึงหาเสียงกันสุดฤทธิ์
อีกไม่กี่วันการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ก็จะใกล้มาถึงแล้ว ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ หลายหลายคนคงสงสัยว่าการเลือกตั้ง อบจ. สำคัญแค่ไหนทำไมถึงมีการรณรงค์ให้ออกไปใช้สิทธิ์มากขึ้นต่างกับเลือกตั้ง อบต. หรือเลือกตั้งท้องถิ่นอื่นๆอย่างไรแล้วทำไมไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า
ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นก่อนว่าการเลือกตั้ง อบจ. เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโดยประกอบด้วย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือนายกอบจ.ที่มีหน้าที่บริหารส่วนท้องถิ่นโดยมีสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือ ส.อบจ. ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขทุกอย่างทั้ง ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา ให้ประชาชนในจังหวัดนั้นๆ
โดยบัตรเลือกตั้ง อบจ.นั้นมีสองใบคือเลือกนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นายกอบจ.)และสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.) ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ไม่ต้องเป็นสังกัดพรรคการเมืองหรือสังกัดของนายกอบจ.ก็ได้ ดังจะเห็นว่าแต่ละพรรคการเมืองจะรีบเร่งหาเสียงให้ประชาชนใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามแต่ละพรรคของตน หรืออาจจะมีนักการเมืองท้องถิ่นที่ไม่ได้อยู่สังกัดพรรคการเมืองใดเลยชนะการเลือกตั้งครองอำนาจในจังหวัดนั้นนั้นมาอย่างยาวนาน
ซึ่งอบจ.จะมีส่วนพัฒนาท้องถิ่นได้มากกว่าเนื่องจากจะเข้าถึงประชาชนได้ง่ายกว่า ไม่เหมือนสส.ที่ต้องนำเรื่องเข้าไปในคณะกรรมมาธิการในสภา อาจใช้เวลานานในการดำเนินการ โดยจำนนขอส.อบจ.นั้นที่มีจำนวนกี่คนก็ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรในจังหวัดนั้นน้อยสุดอยู่ที่ 24 คนต่อประชากร 500,000 คน
ซึ่งการเลือกตั้งอบจ. นั้นแตกต่างกับการเลือกตั้งท้องถิ่นอื่นๆเนื่องจากการเลือกตั้งภาพรวมที่จะเลือกผู้มาบริหารจังหวัดและมาทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในจังหวัดนั้นดีขึ้นจะเห็นได้ว่าหลากหลายหน่วยงานก็จะมีการโฆษณาว่าอยากให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากขึ้นเพื่อเลือกคนที่มาพัฒนาจังหวัดรู้ถึงปัญหาของประชาชนในจังหวัดได้อย่างแท้จริง
โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง อบจ.ปี 2568 นั้นต้องเป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นใน โดยทะเบียนบ้านอาศัยอยู่ในจังหวัดนั้นๆ จึงเกิดดคำถามว่าทำไมถึงไม่มีเลือกตั้งนอกเขต ซึ่งเรื่องนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ก็เคยศึกษาปัญหาอยู่เหมือนกันถึงการให้เลือกตั้งนอกเขตแต่จะยังไม่ได้นำมาใช้ในการเลือกตั้งอบจ.ที่จะถึงนี้ ถึงแม้ว่าจะมีหลายกลุ่มร้องเรียนว่าหากไม่มีการเลือกตั้งนอกเขตอาจจะทำให้มีผู้มาใช้สิทธิ์ลงคะแนนไม่ถึงตามเป้าที่กกตตั้งเอาไว้เพราะทุกๆ ครั้งที่มีการเลือกตั้งก็มีคนออกมาเลือกตั้งเพียงแค่เกินครึ่งมานิดหน่อยเท่านั้น และยิ่งการเลือกตั้งปีนี้ตรงกับวันเสาร์อาจจะทำให้มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเนื่องจากบางบริษัทมีการทำงานในวันเสาร์
โดยในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ มีอีกเพียง 47 จังหวัดเท่านั้นที่ เลือกตั้งพร้อมกันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ส่วนเลือกตั้งสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น ทุกจังหวัดเลือกพร้อมกันในวันเดียวกัน ดังจะเห็นได้ว่าหลายๆ หน่วยงาน รณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ให้มากขึ้นเลือกคนดีมาพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิดในจังหวัดตัวเอง