โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทุบแล้ว “พิศตะวันรีสอร์ท” ริมเขื่อนศรีนครินทร์รุกที่อุทยานฯ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 13 ธ.ค. 2564 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2564 เวลา 05.38 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กาญจนบุรี 13 ธ.ค. - กรมอุทยานฯ เข้าตรวจสอบการทุบรื้อถอนรีสอร์ทที่ปลูกสร้างริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ล่าสุดคือหน้าแล้ว 90% คาดแล้วเสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้ เตือนนายทุนทุกรายที่รุกที่อุทยานฯ ให้เร่งรื้อถอนออก ไม่เช่นนั้นกรมอุทยานฯ จะฟ้องเรียกค่ารื้อถอนด้วย

นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ได้เข้าตรวจสอบการทุบรื้อถอนสวนพิศตะวันรีสอร์ท ซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างบ้านพัก ร้านอาหารขนาดใหญ่ 17 รายการ ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เขตท้องที่ป่าท่าแพขนานยนต์ หมู่ที่ 6 ตำบลด่านแม่แฉลบ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเจ้าของรีสอร์ทยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดด้วยตนเอง ล่าสุดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปได้ประมาณ 90% แล้ว โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจะควบคุมให้รื้อถอนแล้วเสร็จ คาดว่า ไม่เกินสิ้นเดือนธ.ค. นี้

สำหรับบ้านพักตากอากาศชื่อ พิศตะวันรีสอร์ท มีนายสมภพ มีชูเวทเป็นผู้ครอบครอง กรมอุทยานฯได้ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย 954,307 บาท ต่อมานายสมภพ มีชูเวท ถึงแก่ความตาย และได้มีนางพิศมัย มีชูเวท เป็นผู้จัดการมรดกแทน โดยพนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ยื่นฟ้องนางพิศมัย มีชูเวท ผู้จัดการมรดก เป็นคดีความแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ 96/2561 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2561ในระหว่างการพิจารณาของศาล นางพิศมัยขอเจรจาไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายในการบุกรุกป่าให้กรมอุทยานฯ เป็นเงิน 600,000 บาท และผ่อนชำระเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี 

ส่วนคดีทางปกครอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ได้ออกคำสั่งให้ผู้กระทำผิดทำลายหรือสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดที่ผิดไปจากสภาพเดิมออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ หรือทำให้สิ่งนั้นกลับสู่สภาพเดิม หลังจากรื้อถอนรีสอร์ทขนาดใหญ่สุดหรูดังกล่าวไปหมดแล้วทางเจ้าหน้าที่จะนำพื้นที่ที่ยึดคืนมาฟื้นฟูสภาพป่าและจะพัฒนาเป็นแหล่งกางเต็นท์ของประชาชนให้มาพักผ่อนหย่อนใจชมทัศนียภาพสภาพธรรมชาติที่สวยงามริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์

นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ยังมีแปลงตรวจยึดเนินคดีบ้านพักตากอากาศ หรือรีสอร์ทอีกหลายแปลง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการต่อสู้อยู่ในศาลปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่ศาลมีคำสั่งยกฟ้องให้อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์รื้อถอนได้ จึงเตือนผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเสียเอง ทางกรมอุทยานฯ จะไม่ฟ้องร้องเรียกค่าดำเนินการในการรื้อถอน อีกทั้งทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวเจ้าของยังที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ทั้งนี้แม้ปัจจุบันกรมอุทยาฯจะมีแนวทางผ่อนผันให้ราษฎรอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานฯ 2562 แต่พื้นที่แปลงตรวจยึดดำเนินคดี และเป็นของนายทุนที่มิใช่ราษฎรในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทมาก่อนผู้ครอบครองจะไม่ได้รับสิทธิใดๆ จากแนวทางดังกล่าว.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...