โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Bentley เผยโฉม EXP 15

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น.

ครูว์ -Bentley Motors เผยโฉม EXP 15 (อีเอกซ์พี 15) ยนตรกรรมต้นแบบรุ่นล่าสุดที่นำเสนอแนวคิดการออกแบบที่หรูหราจากสตูดิโอออกแบบแห่งใหม่ โดยยนตรกรรมต้นแบบพลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้สะท้อนวิสัยทัศน์การออกแบบของ Bentley (เบนท์ลีย์) ในอนาคตด้วยแรงบันดาลใจจาก Grand Tourer ในอดีตในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผ่านการตีความใหม่ให้ทันสมัยในศตวรรษที่ 21

รถยนต์ต้นแบบมาพร้อมกับตัวถังแบบมาตรฐานขนาด 5 ม. ที่มีกระจังหน้าแนวตั้งอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยแนวหลังคาที่ทอดยาวแบบไร้รอยต่อ และห้องโดยสารด้านหลังที่ชวนให้นึกถึงยนตรกรรมแบบคูเป รุ่น Bentley Speed Six Gurney Nutting Sportsman ในปี 2473 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "Blue Train" รถยนต์ Bentley ที่มีชื่อเสียงรุ่นนี้มีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันระหว่าง วูล์ฟ บาร์นาโต ประธานบริษัท และ "เบนท์ลีย์ บอย" ผู้มีชื่อเสียงในขณะนั้นกับรถไฟด่วนสุดหรู (Le Train Bleu) ที่วิ่งจากเมืองคานส์ทางตอนใต้ไปยังเมืองกาแลทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส ซึ่ง วูล์ฟ บาร์นาโต ได้ขับขี่รถยนต์ Bentley ของเขามาถึงลอนดอนก่อนที่รถไฟจะไปถึงเมืองกาแล สำหรับยนตรกรรมต้นแบบรุ่นนี้ได้รวมเอาพื้นผิวภายนอกที่ทันสมัย รายละเอียดไฟที่ไฮเทค และองค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ที่ทำให้คล่องตัวเข้าไว้ด้วยกัน EXP 15 จึงสะท้อนทั้งยุคปัจจุบัน และอนาคตที่มาพร้อมกับแนวคิดด้านการออกแบบรถยนต์ Bentley รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้

แนวทางการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัยได้รับการออกแบบด้วยซอฟท์แวร์เสมือนจริง (VR) เพื่อให้ลูกค้าได้เห็น และสัมผัสถึงประสบการณ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น โดยผสมผสานคุณสมบัติภายในห้องโดยสารแบบร่วมสมัย อาทิ เบาะโดยสารที่หรูหรา แผงหน้าปัดรูปปีกนก พวงมาลัย ปุ่มสัมผัส และสวิทช์ เข้ากับองค์ประกอบแบบดิจิทอลที่ล้ำสมัยที่สามารถแสดง หรือซ่อนในพื้นหลังได้ตามความต้องการการใช้งานของผู้ขับขี่

การออกแบบภายในห้องโดยสารแบบ 3 ที่นั่ง และ 3 ประตูห้องโดยสารจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสาร พร้อมด้วยที่เก็บสัมภาระภายในห้องโดยสารสำหรับสัมภาระ หรือสัตว์เลี้ยง โดยในขณะจอด พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถยังสามารถทำหน้าที่เป็นเบาะนั่งสำหรับนั่งพักผ่อนได้อีกด้วย

วัสดุที่ใช้ล้วนถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และผสมผสานระหว่างวัสดุแบบดั้งเดิม งานฝีมือ และความยั่งยืนเข้ากับความทันสมัย เทคนิค และความล้ำยุค ตัวอย่างเช่น ผ้าทอจากขนสัตว์แท้ 100 % จาก Fox Brothers ซึ่งเป็นผู้ผลิตผ้ากันหนาม และช่างทอชาวอังกฤษที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 250 ปีถูกนำมาใช้กับเอฟเฟคท์แบบออมเบรของเฉดสีม่วง Damson ภายในห้องโดยสารของ EXP 15 และบนพื้นผิวไททาเนียมน้ำหนักเบาที่พิมพ์ด้วยเทคโนโลยีแบบ 3 มิติหลากหลายรูปแบบ

ยนตรกรรมต้นแบบขนาดมาตรฐานที่ผสมผสานความคลาสสิค และความทันสมัยด้วยดีไซจ์นใหม่ที่น่าตื่นเต้น และสง่างาม

แนวคิด EXP 15 สะท้อนถึงหลักการออกแบบภายนอก 5 ประการของ Bentley ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต หลักการแรก คือ “Upright Elegance” สะท้อนแนวคิดที่ว่าด้านหน้าของรถยนต์ Bentley ทุกคันควรมีเส้นโค้งแนวตั้งที่สง่างามคล้ายกับลำตัวส่วนหน้าอกของม้าพันธุ์แท้

เมื่อมองตัวรถจากด้านหน้าตรง หลักการออกแบบภายนอกที่สำคัญประการที่ 2 คือ "กระจังหน้าแบบ Iconic" ที่แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระบบส่งกำลังแบบพลังงานไฟฟ้า แต่ยังคงสะท้อนความสำคัญของภาพลักษณ์อันเก่าแก่ของแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเส้นแนวตั้งอยู่ตรงกลาง

หลักการออกแบบภายนอกประการที่ 3 ที่นักออกแบบของ Bentley ได้ระบุไว้ คือ "Endless Bonnet Line" ซึ่งสะท้อนถึงในอดีตที่รถยนต์ Bentley ต้องติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดใหญ่ไว้ใต้ท้องรถ เส้นสายนี้ต่อเนื่องกันใต้กระจกข้าง และด้านหลังไปจนถึงเสาหลังของตัวรถที่มีลักษณะคล้ายกับรถยนต์แบบคูเป รุ่น Gurney Nutting ในปี 2473 อันเก่าแก่ และเนื่องจากระบบส่งกำลังในอนาคตที่เปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าที่ต้องการพื้นที่น้อยลง พื้นที่ว่างใต้ฝากระโปรงหลังของ EXP 15 จึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นที่เก็บสัมภาระที่หรูหรา 2 ช่อง โดยสามารถเข้าถึงได้ผ่านแผงคู่ฝาครอบเครื่องยนต์แบบบานพับสไตล์เพียโนเช่นเดียวกับรถยนต์แบบคูเป รุ่น Gurney Nutting

หลักการออกแบบภายนอกข้อที่ 4 "Resting Beast" สัตว์ร้ายที่หลับใหล รถยนต์ Bentley ทุกคันมีซุ้มล้อที่แสดงถึง "กล้ามเนื้อ" และพละกำลังที่ซ่อนอยู่เฉกเช่นรูปทรงที่โค้งมนของต้นขาของเสือนักล่า

หลักการออกแบบภายนอกที่สำคัญประการที่ 5 และประการสุดท้ายถูกเรียกว่า "Prestigious Shield" และใน EXP 15 นั้นเกี่ยวข้องกับพื้นผิวที่ใหญ่ และสะอาดตา ซึ่งในรถยนต์ Bentley รุ่นคลาสสิคอย่าง Gurney Nutting coupe มีส่วนเก็บสัมภาระที่แยกจากตัวรถ แต่ในรุ่น EXP 15 นั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของฝากระโปรงท้ายรถ ซึ่งมีโลโก Bentley แบบใหม่ตกแต่ง พร้อมด้วยกรอบไฟท้ายลวดลายเพชร

สัดส่วนที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อสร้างความโดดเด่น

พื้นผิวตัวถังของ EXP 15 ที่ได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นยังสะท้อนถึงรูปแบบของ Bentley ในยุคใหม่ นักออกแบบ และทีมงานจึงได้ระบุคุณลักษณะสำคัญ 3 ประการ อันได้แก่ "Monolithic Presence" การแสดงออกทางด้านรูปลักษณ์ที่ส่วนประกอบต่างๆ ของรถดูเหมือนถูกรังสรรค์ขึ้นจากวัสดุเพียงก้อนเดียว "Muscular Form" การสร้างพื้นผิวที่แข็งแรง บ่งบอกถึงพละกำลังที่ซ่อนอยู่ เฉกเช่นร่างกายของนักกีฬาหลังการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง และ "Carved Precision" การเน้นการลดน้ำหนักเพื่อให้เห็นพื้นผิวที่ชัดเจน ขณะเดียวกันก็ยังคงความรู้สึกมั่นคง และแข็งแรง

เทคโนโลยีไฟส่องสว่าง และแอโรไดนามิครุ่นใหม่กับการยกระดับลวดลายเพชรอันเป็นเอกลักษณ์ขึ้นไปอีกขั้น

นอกเหนือจากสัดส่วน และพื้นผิวของ EXP 15 แล้ว ภายนอกยังโดดเด่นด้วยรายละเอียดอันน่าประทับใจมากมาย ทั้งในด้านการใช้งาน และความสวยงาม ไฟหน้าประกอบด้วยแถบบางเฉียบ 4 แถบที่พาดผ่านด้านข้างตัวรถ โดย 2 แถบบนตั้งฉาก และ 2 แถบล่างโค้งเข้าด้านในในตำแหน่งซุ้มล้อเพื่อเน้นความโดดเด่นของตัวรถ ไฟเหล่านี้ยังล้อมกรอบกระจังหน้าขนาดใหญ่ โดยมีแกนไฟตรงกลางที่ทอดยาวลงมาจากใต้โลโก Winged B เพื่อแบ่งช่องกระจังหน้าออกเป็น 2 ส่วน สะท้อนดีไซจ์นเบาะโดยสารลายเพชรอันเลื่องชื่อของแบรนด์รถยนต์ Bentley ในแนวนอนที่นำมาถ่ายทอดเพื่อสื่อถึงลวดลายกระจังหน้าแบบดั้งเดิมในรูปแบบของไฟ LED ที่ทันสมัย

ด้านหลังซุ้มล้อหน้ามีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ 2 ช่องที่จะช่วยระบายอากาศ กระจายน้ำหนักตัวถัง และเพิ่มความน่าสนใจให้แก่รูปลักษณ์ภายนอก ไฟท้ายที่เพรียวบางขึ้น ทอดยาวไปบนกรอบขนาดใหญ่ "Prestigious Shield" ที่ยื่นออกมาเพื่อประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ เผยให้เห็นความลึกแบบ 3 มิติที่สวยงาม และการตีความลวดลายเพชรที่งดงามในอีกรูปแบบ องค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ยังมาพร้อมกับสปอยเลอร์คู่แบบแอคทีฟที่กางออกจากปลายหลังคาที่ลาดเอียงไปด้านหลัง และดิฟฟิวเซอร์แบบแอคทีฟที่ขอบล่างด้านหลังสุดของตัวรถ

ภายในห้องโดยสารแบบเสมือนจริงในรูปแบบ 3 ที่นั่งอันล้ำสมัย

การออกแบบห้องโดยสารอันล้ำสมัยของ EXP 15 ได้รับอิทธิพลมาจากภายในห้องโดยสารของรถยนต์ Bentley รุ่น Speed Six Gurney Nutting Sportsman ปี 2473 ที่ไม่ใช่แค่เพียงการจัดวาง และรูปทรง แต่ทั้งในด้านจำนวนที่นั่ง และฟังค์ชันการใช้งาน

สานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว EXP 15 จึงมาพร้อมที่นั่งแบบ 3 ที่นั่ง และประตูด้านคนขับบานหนึ่งที่เปิดออกสู่เบาะคนขับ พร้อมด้วยเบาะโดยสารด้านหลังที่โอบล้อมแบบรังไหม ขณะที่ประตูแบบคู่ และหลังคาแบบพาโนรามิคฝั่งผู้โดยสารสามารถเปิดขึ้นได้เพื่อช่วยให้เข้าออกได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านเบาะฝั่งผู้โดยสารอันหรูหราที่สามารถหมุนได้แบบ 45 องศา

เบาะโดยสารยังสามารถปรับตำแหน่งได้หลากหลายความต้องการของผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นการปรับเบาะนั่งคู่หน้าข้างคนขับในโหมด “Co-Pilot” หรือเลื่อนไปเบาะโดยสารด้านหลังในโหมด “Standard” หรือปรับเอนในโหมด “Relax” การปรับเบาะโดยสาร 2 แบบหลังจะมีพื้นที่วางขากว้างขวางขึ้น พร้อมด้วยระบบจัดเก็บสัมภาระแบบ Concertina Floor Storage ที่จะช่วยให้สามารถพับที่วางเท้าลงบนพื้นรถเพื่อสร้างพื้นที่เล็กๆ สำหรับสัตว์เลี้ยง หรือสัมภาระติดตัวขนาดเล็ก โดยที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องหยุดรถ และเปิดฝากระโปรงท้าย

พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถสามารถใช้งานได้มากกว่าแค่การบรรทุกสัมภาระ โดยเมื่อเปิดฝากระโปรงท้าย เบาะขนาดเล็ก 2 ที่นั่งสามารถกางออกได้ พร้อมด้วยโคมไฟ และตู้เย็นที่สามารถเลื่อนจากเบาะหลังได้

ภายในห้องโดยสารผสมผสานธรรมชาติ และคุณสมบัติทางกายภาพเข้ากับเทคนิค และเทคโนโลยีดิจิทอล

แผงหน้าปัดแบบ "Wing Gesture" เป็นองค์ประกอบหลักสำคัญภายในห้องโดยสารของ Bentley มาอย่างยาวนาน และถือเป็นหลักการออกแบบแรกจากทั้งหมด 5 ประการของแบรนด์ โดยอ้างอิงจากรูปทรงของโลโกขนนก หลักการที่ 2 คือ "Bold Gravitas" ซึ่งเน้นการใช้วัสดุหรูหราในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่เพียงพอที่ลูกค้าจะสามารถมองเห็น และสัมผัสได้

แนวคิด “Cocooning Haven” คือ หลักการออกแบบตกแต่งภายในประการที่ 3 ของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับการเอาใจใส่ลูกค้าของ Bentley สำหรับเบาะโดยสารด้านหน้า หรือด้านหลัง ซึ่งเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารจะมีหลังคาคลุมด้านซ้ายที่โอบล้อมพนักพิงเบาะเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว องค์ประกอบที่ 4 “Iconic Details” อธิบายถึงองค์ประกอบของการตกแต่งภายในของรถยนต์ Bentley ตั้งแต่ช่องระบายอากาศแบบ “Bullseye” สวิทช์เกียร์แบบแบบสลักลายเพชรไปจนถึงเบาะโดยสารที่มีการปักลวดลายเพชร

ประสบการณ์ผู้ใช้เผยให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่สามารถคาดการณ์ความต้องการของผู้ขับขี่ หรือผู้โดยสารล่วงหน้าได้

หลักการออกแบบภายในข้อที่ 5 คือ แนวคิดใหม่ที่เรียกว่า “Magical Fusion” ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ Bentley ที่ต้องการนำเสนอการผสมผสานระหว่างคุณสมบัติทางกายภาพ และดิจิทอล เช่นเดียวกับการปรับปรุง “Rotating Dashboard” เดิมของ Bentley ที่สามารถแสดงหน้าจออินโฟเทนเมนท์ และหมุนกลับมายังพื้นผิวแผงหน้าปัดแบบวีเนียร์ โดยแผงหน้าปัดแบบเต็มของ EXP 15 สามารถทำหน้าที่เป็นอินเตอร์เฟศดิจิทอลสำหรับอินโฟเทนเมนท์ทุกประเภท หรือปิด และเผยให้เห็นพื้นผิววีเนียร์ภายใต้กระจกได้ นอกจากนี้ ด้านหลังหน้าจอยังมีการตกแต่งด้วยอุปกรณ์ลักษณะคล้ายนาฬิกาที่สามารถเคลื่อนไหว และเรืองแสงได้ โดยมีชื่อเรียกว่า “Mechanical Marvel” ที่สามารถระบุทิศทางในขณะเดินทาง สถานะการชาร์จไฟฟ้า และอื่นๆ อีกมากมาย

นวัตกรรมด้านวัสดุ และสีจากผู้ผลิตวัสดุแบบดั้งเดิมในอังกฤษ

EXP 15 โดดเด่นด้วยสีเคลือบโลหะแบบซาตินที่เรียกว่า Pallas Gold ที่มีไฮไลท์สีขาวทอง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากองค์ประกอบนิคเคิลบนรุ่น Bentley Speed Six ในตำนาน รวมถึงกระจังหน้าและมือจับประตู แต่สิ่งที่ทำให้สีนี้ดูทันสมัย คือ เม็ดสีอลูมิเนียมใหม่ที่ทำให้สามารถใช้กับตัวถังด้านหน้าอุปกรณ์เรดาร์ความปลอดภัยได้ โดยยังคงสามารถส่งสัญญาณผ่านได้โดยไม่ทำให้คุณภาพของสัญญาณลดลง มากไปกว่านั้น คุณสมบัติการสะท้อนแสงที่สูงของสีเคลือบยังทำให้ระบบ Lidar ตรวจจับได้ง่ายเหมาะสำหรับการใช้งานด้วยระบบขับขี่แบบอัตโนมัติ

ในส่วนของเทคโนโลยีเสมือนจริงภายใน EXP 15 ทีมออกแบบได้สร้างสรรค์ 4 รูปแบบ โดยผสมผสานวัสดุแบบดั้งเดิม และแบบสมัยใหม่เข้าด้วยกัน ส่วนด้านท้ายของห้องโดยสาร นักออกแบบได้จินตนาการถึงการใช้ผ้าถักแบบแจคการ์ดชั้นดีเพื่อเสริมด้าน Well-Being ที่ทอในหนึ่งในโรงงานที่เก่าแก่ที่สุดในสหราชอาณาจักรโดยบริษัท Gainsborough ของประเทศอังกฤษ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2446 และเป็นผู้จัดจำหน่ายผ้าให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถตั้งแต่ปี 2523 วัสดุธรรมชาติอันทรงคุณค่านี้ถูกตกแต่งอย่างลงตัวภายในห้องโดยสารเช่นเดียวกับตาข่ายโลหะทอละเอียดแบบใหม่ที่เรียกว่า "Acrylic Couture" ที่ห่อหุ้มด้วยอะคริลิค โดยเมื่อกระทบแสงจะสร้างเอฟเฟคท์แบบ 3 มิติอันเปล่งประกายภายในแผงหน้าปัด

ในส่วนอื่นๆ มีการใช้ผ้าขนสัตว์แท้ 100 % จาก Fox Brothers ซึ่งเป็นผู้คิดค้นผ้ากันหนาม และช่างทอผ้าชาวอังกฤษที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 250 ปี ในการทำเอฟเฟคท์แบบออมเบรสีม่วง Damson กับการตกแต่งภายในสไตล์ Executive Trim ของ EXP 15 ควบคู่ไปกับการตกแต่งด้วยไททาเนียมพิมพ์ 3 มิติ และด้วยการเลือกใช้วัสดุ และการพิมพ์ 3 มิติที่แม่นยำ รายละเอียดโลหะเหล่านี้จึงช่วยลดทั้งน้ำหนักของตัวรถ และของเสียจากขั้นตอนการผลิต

แม้ว่าแนวคิดการออกแบบจะโดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใด แต่นักออกแบบ EXP 15 ได้คำนึงถึงระบบส่งกำลังที่จะนำไปสู่การเดินทางของยนตรกรรมแบบ Grand Tourer ในศตวรรษที่ 21 กับความสะดวกสบาย และสมรรถนะที่เหนือชั้น ด้วยเหตุนี้ EXP 15 จึงได้รับการออกแบบให้มีระบบส่งกำลังที่ขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่จะมอบพิสัยการเดินทาง และความเร็วในการชาร์จที่มากพอๆ กับความสะดวกสบายที่ลูกค้าจะได้รับจากรถยนต์ Bentley พร้อมด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ยังคงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของงานดีไซจ์นอันละเอียดอ่อนที่เชื่อมโยงกับยนตรกรรมในตำนานรวมถึงการนำเสนอแนวคิดด้านดิจิทอล และเทคนิคภายในห้องโดยสารที่อาจกลายเป็นจริงได้ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...