โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไม่ลงทุน = เงินไม่โต เพราะถือไว้เฉยๆ เงินมีแต่จะน้อยลง

TODAY

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 17.02 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 10.02 น. • workpointTODAY

ในโลกที่ความแน่นอนดูจะกลายเป็นของหายากมากขึ้นทุกที นักลงทุนหลายคนกำลังเจอกับคำถามเดียวกันว่าจะวางแผนการลงทุนอย่างไรดี ท่ามกลางความผันผวนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลายลง

คำถามนี้ยิ่งชัดขึ้นเมื่อเราเข้าสู่ครึ่งหลังของปี 2568 ปีที่เศรษฐกิจโลกดูเหมือนถูกโยนเข้าสู่เครื่องปั่นขนาดใหญ่ ทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเจรจาการค้าที่ตึงเครียด และตัวเลขเศรษฐกิจที่ดูจะต่ำกว่าคาด

TODAY Bizview มีโอกาสคุยกับ ‘ยศกร ฟอลเล็ต’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอ็กซ์สปริง ถึงมุมมองการลงทุน ภาพรวมเศรษฐกิจ และคำแนะนำการจัดพอร์ตในครึ่งปีหลัง

ซึ่ง ‘บลจ.เอ็กซ์สปริง’ มองว่าในช่วงเวลานี้ ความเข้าใจในภาพใหญ่ของเศรษฐกิจโลกคือสิ่งสำคัญ เพราะแม้ตัวเลข GDP ของทั้งประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่จะชะลอตัวลง

[ อย่าถือเงินสดไว้เฉยๆ มันไม่คุ้ม ]

แม้ว่าปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จะยังรุมเร้า แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมั่นคงเสมอคือ ‘ค่าเสียโอกาส’ ของการไม่ลงทุนอะไรเลย ซึ่ง ‘ค่าเสียโอกาส’ ของการไม่ลงทุนอะไรเลย นั่นก็คือการถือเงินสดในมืออาจให้ความรู้สึกปลอดภัยในระยะสั้น

แต่ในระยะยาวแล้ว หากเราไม่สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ อธิบายง่ายๆ ก็คือ วันนี้เรามีเงิน 100 บาท ซื้อสมุดได้ 5 เล่ม แต่อนาคตเรามีเงิน 100 บาทเท่าเดิม แต่เราจะซื้อสมุดได้ลดลง เพราะราคาของแพงขึ้นเรื่อยๆ

นี้คือความหมายของเงินเฟ้อ ที่ทำให้การเงินที่เก็บไว้เฉยๆ เงินก็จะค่อยๆ เสื่อมมูลค่าไปโดยไม่รู้ตัว เพราะการไม่ลงทุน ไม่ได้แค่ไม่โตแต่มันคือ ‘ถอยหลัง’ ทีละนิดทุกวัน

แต่คำถามที่ตามมาก็คงไม่พ้นว่า แล้วถ้าต้องลงจะลงทุนยังไง ดังนั้น ในการวางแผนการเงินและการจัดพอร์ตจึงไม่ใช่เพียงการหาผลตอบแทนที่ดีและมั่นคงที่สุดแต่เป็นการปกป้องมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินอย่างชาญฉลาด และเป็นการมองภาพระยะยาวมากกว่าแค่ในระยะสั้น

‘บลจ.เอ็กซ์สปริง’ จึงยังคงยึดแนวทางจัดพอร์ตอย่างมีโครงสร้าง โดยแนะนำให้แบ่งพอร์ตการลงทุนเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Core Portfolio (พอร์ตหลัก) และ Satellite Portfolio (พอร์ตเสริม) เพื่อลดความเสี่ยงในภาพรวม พร้อมเปิดโอกาสในการเติบโต ทั้งในตราสารหนี้ หุ้น และสินทรัพย์ทางเลือก

[ กระจายความเสี่ยงแบบ Core-Satellite ]

สำหรับแนะนำการจัดพอร์ตแบบ Core-Satellite โดยแบ่งออกเป็น

  • Core Portfolio 60-70%
  • Satellite Portfolio 30-40%

โครงสร้างพอร์ตที่แนะนำในครึ่งปีหลัง 2568

  • ตราสารหนี้ 50% : เน้นภาครัฐทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่
  • ตราสารทุน 40% : ลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย และกลุ่ม Emerging Europe
  • สินทรัพย์ทางเลือก 10% : เช่น ทองคำ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน หุ้นนอกตลาด (Private Equity) และหนี้นอกตลาด (Private Debt)

ยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอ็กซ์สปริง

[ ไทยควรลดดอกเบี้ย – GDP อาจไม่โตตามคาด ]

‘ยศกร’ มองว่า มองว่า ดอกเบี้ยนโยบายของไทยควรจะปรับลดลงมาอยู่ที่ราวๆ 1.25% ถึง 1.50% หรือประมาณ ลดลงอีก 0.25% – 0.50% จากระดับปัจจุบัน ซึ่งเป็นระดับที่น่าจะเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจไทยในตอนนี้

เหตุผลสำคัญก็มาจากหลายเรื่องรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจาก สงครามการค้าและกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ที่กดดันภาคส่งออกไทย รวมถึง เงินเฟ้อในประเทศ ที่ยังไม่สูงมาก และ หนี้ครัวเรือน ที่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ค่าเงินบาท ในช่วงครึ่งปีแรกก็แข็งค่าขึ้นเยอะ เพราะเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงแรง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อภาคการส่งออกของไทย ถ้าดอกเบี้ยยังคงสูงอยู่

สำหรับภาพรวม เศรษฐกิจไทยปีนี้ (GDP) ทางบลจ.มองว่าอาจต้องปรับลดคาดการณ์ลง เพราะสถานการณ์ในประเทศยังมีความไม่แน่นอนอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเรื่องการเมือง และความมั่นคงของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังพอมีความหวังอยู่ก็คือ งบประมาณปี 2569 ถ้าได้รับการอนุมัติทันในไตรมาส 3 ก็อาจช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้น

เพราะการใช้จ่ายของภาครัฐและการลงทุนของภาครัฐ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยควบคู่ไปกับการบริโภคของคนในประเทศและการส่งออก

แต่ถ้างบประมาณล่าช้าเหมือนปีที่แล้ว ก็มีโอกาสสูงที่จะฉุดการเติบโตของ GDP ให้แผ่วลงอีกครั้ง

[ ตราสารหนี้ น่าลงทุนในช่วงนี้ ]

ปัจจุบันบริษัทมีกองทุนรวมทั้งหมด 7 กองทุน และหากนับรวมกองทุนใหม่ที่กำลัง IPO อยู่ในขณะนี้จะมี 8 กองทุนในอนาคต โดยกองทุนที่กำลังเตรียมจะเสนอขายในอนาคต

แม้หลายคนจะมองว่าตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนไม่หวือหวาเท่าหุ้น แต่สำหรับ ‘เอ็กซ์สปริง’ แล้ว มันคือเกราะป้องกันที่ดีเยี่ยมในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเหมือนในตอนนี้

โดยเฉพาะ กองทุน X-EMBOND ซึ่งเป็นกองทุนใหม่ที่บลจ.กำลังจะออก เป็นกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งให้ผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ยที่น่าประทับใจ แถมยังมีโอกาสได้รับประโยชน์เต็มที่หากอัตราดอกเบี้ยโลกเริ่มลดลงในช่วงครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ จุดแข็งอีกด้านของ X-EMBOND คือกระบวนการวิเคราะห์เชิงลึกแบบครบทุกมิติ ทั้งความมั่นคงทางการเงิน ความเสี่ยงในเชิงเครดิต และปัจจัย ESG ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจลงทุนในยุคนี้

ทำให้กองทุนนี้เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคงพอสมควร แต่ก็ไม่อยากพลาดโอกาสจากภาวะดอกเบี้ยขาลง อย่างไรก็ตามกองทุน X-EMBOND ยังคงอยู่ระหว่างการขออนุมัติ (ยื่นไฟลิ่ง) กับทางสำนักงาน ก.ล.ต.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...