โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

FETCO เผยความเชื่อมั่นนักลงทุน มิ.ย. ดิ่งเหว การเมืองฉุดหนัก “ซบเซา” ทุกกลุ่ม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 11.08 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 04.08 น.

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนไทยเดือนมิถุนายน 68 ปรับสู่เกณฑ์ "ซบเซา" ที่ 58.45 จุด การเมืองในประเทศฉุดรั้งความเชื่อมั่นนักลงทุนทุกกลุ่ม เฟดคงดอกเบี้ยหนุนตลาด หมวดธนาคารน่าสนใจสุด นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายต่อเนื่อง

8 กรกฎาคม 2568 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยในงานแถลงข่าว ประจำเดือนกรกฎาคม ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนผลสำรวจในเดือนมิถุนายน 2568 (สำรวจระหว่างวันที่ 20-30 มิถุนายน 2568) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3เดือนข้างหน้าปรับกลับสู่เกณฑ์ “ซบเซา” ที่ระดับ 58.45นักลงทุนมองว่าการคงอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ รองลงมาคือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และ การไหลออกของเงินทุน

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนมิถุนายน 2568 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

  • ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3เดือนข้างหน้า (กันยายน 2568) อยู่ในเกณฑ์“ซบเซา” (ช่วงค่าดัชนี 40-79) ที่ระดับ 58.45
  • ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์“ซบเซา” ในขณะที่ กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ “ซบเซาอย่างมาก”
  • หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร(BANK)
  • หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดยานยนต์ (AUTO)
  • ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การคงอัตราดอกเบี้ยของ FED
  • ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือสถานการณ์การเมืองในประเทศ

ผลสำรวจ ณ เดือนมิถุนายน 2568 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับลด14.2% อยู่ที่ระดับ 50.70 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลด 61.9% อยู่ที่ระดับ 28.57 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 42.1% อยู่ที่ระดับ 63.64 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับลด 55.6% อยู่ที่ระดับ 66.67

ในเดือนมิถุนายน 2568 ตลาดทุนไทยเผชิญความผันผวนอย่างหนักจากทั้งประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศอิหร่านและอิสราเอล ความขัดแย้งชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศซึ่งส่งผลต่อความกังวลของนักลงทุนต่อเสถียรภาพของรัฐบาล ในขณะที่ผลการประชุม FED มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 4.25% – 4.50% และกนง. มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย SET Index ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ปิดที่ 1,089.56 ปรับตัวลดลง 5.19% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 39,663 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 7,941 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 78,690 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ผลการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและอาจขยายวงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทย—สหรัฐ เสถียรภาพของรัฐบาลที่เปราะบางหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณาและมีคำสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญ และส่งผลกระทบต่อการวางแผนระยะยาวในการลงทุนของภาคเอกชน รวมถึงแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี จากการส่งออกสินค้าที่ลดลง และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...