โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

องคมนตรี ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2568

JS100 - Post&Share

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 12.49 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 12.45 น. • JS100:จส.100
องคมนตรี ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2568

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วยรองประธานกรรมการฯ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี โดยมีนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. ในฐานะกรรมการและเลขานุการฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ อาคารสำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร

โดยการประชุมครั้งนี้ เพื่อรับทราบการปรับปรุงคำสั่งคณะกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 คณะ ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง หน้าที่ และอำนาจในปัจจุบันของหน่วยงานต่าง ๆ โดยคณะกรรมการบริหารฯ ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าราชการจังหวัดที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ตั้งอยู่ รวมทั้งสิ้น 25 คน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบถึงงบประมาณที่ศูนย์ศึกษาฯ ได้รับ ในปี 2566 – 2568 ตลอดจนรับทราบผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา โดยมีโครงการที่สำคัญ ดังนี้ 1. โครงการขยายเสริมเพิ่มเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ และศูนย์สาขาฯ โดยสำนักงาน กปร. ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ขยายผลต่อยอดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทบทวนสถานะและเพิ่มจำนวนศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ปัจจุบัน มีศูนย์เรียนรู้ฯ ที่ผ่านเกณฑ์การประเมิน จำนวน 221 แห่ง (เดิม 101 แห่ง) แบ่งเป็น 7 ประเภทตามความเชี่ยวชาญของแต่ละศูนย์เรียนรู้ฯ ได้แก่ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ ด้านเกษตรผสมผสาน ด้านเกษตรปลอดสารพิษและเกษตรอินทรีย์ ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง ด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และด้านอื่น ๆ เช่น แปรรูป หัตถกรรม การเพาะเห็ด การเลี้ยงชันโรง เป็นต้น ซึ่งมีรูปแบบการดำเนินงานทั้งระดับบุคคล ชุมชน/กลุ่มวิสาหกิจ สถานศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ 2. การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระหว่างสำนักงาน กปร. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมทั้งการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฯ จากผลการดำเนินงานในปี 2567 – 2568 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและจดแจ้งผลิตภัณฑ์แล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤษภาคม 2568) รวมจำนวน 113 รายการ แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร 90 รายการ และเครื่องสำอาง 23 รายการ 3. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ในช่วงปี 2567 – 2568 สำนักงาน กปร. ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อสนับสนุนการขยายผลต่อยอดการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ และศูนย์สาขาฯ ในมิติต่าง ๆ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จำนวน 5 ฉบับ ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ มูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรมราชูปถัมภ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด มหาวิทยาลัยมาเลเซียแห่งรัฐกลันตัน

ในการนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ และกิจกรรมที่สำคัญต่าง ๆ ประกอบด้วย การทบทวนและปรับปรุงเพิ่มเติมหลักสูตรฝึกอบรมของศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ และศูนย์สาขาฯ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยทบทวนหลักสูตรที่มีอยู่เดิม 93 หลักสูตร หรือเพิ่มเติมหลักสูตรใหม่ ตามกรอบแนวคิด 5-ส. คือสืบสานแนวพระราชดำริ สอดคล้องเชื่อมโยงงานวิจัย เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง สร้างทางเลือกสร้างรายได้ และสู่ตัวแบบความสำเร็จ รวมทั้งการจัดทำแผนงานโครงการเพื่อเทิดพระเกียรติ 100 ปี วันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และแผนงานเทิดพระเกียรติ 72 พรรษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการพัฒนาโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพัฒนา เนื่องจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ และศูนย์สาขาฯ นอกจากจะมีความสำคัญในการเป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เผยแพร่พระราชปณิธาน แนวคิด และผลสำเร็จจากการพัฒนาตามแนวพระราชดำริแล้ว ยังมีศักยภาพในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Tourism) จากการได้รับรางวัลและการรับรองหลากหลายด้าน โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นับตั้งแต่ปี 2543 ถึงปัจจุบัน จึงเป็นโอกาสในการขยายช่องทางเผยแพร่องค์ความรู้การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ และสร้างประโยชน์ในอีกหลายมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...