“เวียดนาม” เปิดศึกสินค้าปลอม สั่งเข้มตรวจนำเข้า ตั้งศาลเฉพาะทางลิขสิทธิ์ดึงนักลงทุนต่างชาติ
"เวียดนาม" เปิดศึกสินค้าปลอม สั่งเข้มตรวจนำเข้า ตั้งศาลเฉพาะทางลิขสิทธิ์ดึงนักลงทุนต่างชาติ หลังถูกสหรัฐจับตาเป็นศูนย์กลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 12.44 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เวียดนามกำลังเร่งปราบปรามการค้าสินค้าปลอมและการละเมิดลิขสิทธิ์ทางดิจิทัล หลังจากสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่า เวียดนามเป็นศูนย์กลางใหญ่ของกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ และขู่จะเก็บภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงมาก
ตามเอกสารของกรมศุลกากรภายใต้กระทรวงการคลังเวียดนามลงวันที่ 1 เมษายน มีการระบุว่าสินค้าหรูหรา เช่น ของแบรนด์ Prada และ Gucci (Kering) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จาก Google และ Samsung รวมถึงของเล่นจาก Mattel และ Lego จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดบริเวณชายแดนเพื่อพิสูจน์ความแท้ของสินค้า ขณะที่สินค้าบริโภคอย่างแชมพูและมีดโกนจาก Procter & Gamble และผลิตภัณฑ์จาก Johnson & Johnson ก็ถูกรวมอยู่ในรายการด้วย
การปราบปรามครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่สินค้านำเข้าปลอมแปลง ไม่ใช่เฉพาะสินค้าที่ผลิตในเวียดนาม แม้ว่าสินค้าผิดกฎหมายภายในประเทศจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐกังวลเช่นกัน ขณะเดียวกันมีการปราบปรามการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเมื่อวันที่ 14 เมษายน มีหนังสือเตือนจากผู้ตรวจสอบของกระทรวงวัฒนธรรมเวียดนามส่งถึงบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง (ชื่อถูกปกปิดในเอกสาร) ซึ่งมีสาเหตุมาจากการร้องเรียนของ Business Software Alliance (BSA) องค์กรการค้าระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งมีสมาชิกอย่าง Microsoft, Oracle และ Adobe
แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า จดหมายเตือนในลักษณะเดียวกันนี้ถูกส่งไปยังบริษัทหลายสิบแห่งตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน
โฆษกของ BSA กล่าวว่า BSA ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามดำเนินมาตรการต่อต้านการใช้ซอฟต์แวร์ผิดลิขสิทธิ์มานานหลายปีแล้ว
ซึ่งการดำเนินการของเวียดนามล่าสุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนหลายประการที่ประเทศพยายามทำหรือให้คำมั่นกับรัฐบาลสหรัฐ เพื่อโน้มน้าวให้ยกเลิกแผนจัดเก็บภาษีศุลกากรสูงถึง 46% สำหรับสินค้าส่งออกของเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ที่สุดของประเทศ หากมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม หลังจากสิ้นสุดช่วงพักชั่วคราว
เวียดนามและสหรัฐเริ่มเจรจาอย่างไม่เป็นทางการเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีมานานก่อนที่ทรัมป์จะประกาศนโยบายภาษีแบบตอบโต้กับทุกประเทศเมื่อวันที่ 2 เมษายน หนึ่งในหัวข้อสำคัญของการเจรจาคือ การเพิ่มความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การต่อสู้กับสินค้าปลอม และการละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัล
รวมถึงการลดดุลการค้าเกินดุลของเวียดนามกับสหรัฐฯ, การต่อต้านการฉ้อโกงทางการค้า เช่น การเปลี่ยนแปลงแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างผิดกฎหมาย และการลดภาษีทั้งทางตรงและอ้อมสำหรับธุรกิจสหรัฐ
เมื่อเดือนที่แล้ว ฟาม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการฉ้อโกงทางการค้า โดยเฉพาะในเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าและสินค้าปลอม โดยมาตรการเหล่านี้มุ่งสร้างความพึงพอใจต่อรัฐบาลสหรัฐ แต่ในอีกด้านก็อาจส่งผลกระทบต่อจีน ซึ่งเป็นประเทศต้นทางของสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ของเวียดนาม
แม้จะมีการควบคุมเข้มงวดขึ้น แต่สินค้าหรูปลอมยังคงวางขายอย่างโจ่งแจ้งในห้างไซ่ง่อนสแควร์ในโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่ถูกจัดอยู่ในรายชื่อ ตลาดสินค้าเถื่อนที่มีชื่อเสียงของผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
โดยตลาดเวียดนามบริเวณชายแดนจีนแห่งหนึ่งถูกถอดออกจากรายชื่อเฝ้าระวังของ USTR แล้วในปีนี้ หลังจากทางการเวียดนามเข้าควบคุมอย่างจริงจัง แต่ USTR ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขายสินค้าปลอมออนไลน์ และบทบาทของเวียดนามในการเป็น ผู้ผลิตสินค้าปลอมรายสำคัญ
Shopee เวียดนาม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของบริษัทในสิงคโปร์ ก็ยังคงถูกจัดว่าเป็นแหล่งค้าขายสินค้าปลอมหลัก โดย USTR ระบุว่าเมื่อมีแบรนด์จำนวนมากย้ายฐานการผลิตจากจีนมาเวียดนาม เวียดนามจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าลอกเลียนแบบรายใหญ่ของโลก
ทั้งนี้เพื่อยกระดับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เวียดนามกำลังวางแผนจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาระผูกพันของเวียดนามในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตามร่างกฎหมายที่รอยเตอร์ได้ตรวจสอบ โดยมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในเดือนมิถุนายน
อ้างอิง : reuters.com