โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เวียดนาม” เปิดศึกสินค้าปลอม สั่งเข้มตรวจนำเข้า ตั้งศาลเฉพาะทางลิขสิทธิ์ดึงนักลงทุนต่างชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 17.17 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 10.17 น.

"เวียดนาม" เปิดศึกสินค้าปลอม สั่งเข้มตรวจนำเข้า ตั้งศาลเฉพาะทางลิขสิทธิ์ดึงนักลงทุนต่างชาติ หลังถูกสหรัฐจับตาเป็นศูนย์กลางละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 12.44 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เวียดนามกำลังเร่งปราบปรามการค้าสินค้าปลอมและการละเมิดลิขสิทธิ์ทางดิจิทัล หลังจากสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่า เวียดนามเป็นศูนย์กลางใหญ่ของกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ และขู่จะเก็บภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงมาก

ตามเอกสารของกรมศุลกากรภายใต้กระทรวงการคลังเวียดนามลงวันที่ 1 เมษายน มีการระบุว่าสินค้าหรูหรา เช่น ของแบรนด์ Prada และ Gucci (Kering) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จาก Google และ Samsung รวมถึงของเล่นจาก Mattel และ Lego จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดบริเวณชายแดนเพื่อพิสูจน์ความแท้ของสินค้า ขณะที่สินค้าบริโภคอย่างแชมพูและมีดโกนจาก Procter & Gamble และผลิตภัณฑ์จาก Johnson & Johnson ก็ถูกรวมอยู่ในรายการด้วย

การปราบปรามครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่สินค้านำเข้าปลอมแปลง ไม่ใช่เฉพาะสินค้าที่ผลิตในเวียดนาม แม้ว่าสินค้าผิดกฎหมายภายในประเทศจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลสหรัฐกังวลเช่นกัน ขณะเดียวกันมีการปราบปรามการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเมื่อวันที่ 14 เมษายน มีหนังสือเตือนจากผู้ตรวจสอบของกระทรวงวัฒนธรรมเวียดนามส่งถึงบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง (ชื่อถูกปกปิดในเอกสาร) ซึ่งมีสาเหตุมาจากการร้องเรียนของ Business Software Alliance (BSA) องค์กรการค้าระดับโลกด้านซอฟต์แวร์ ซึ่งมีสมาชิกอย่าง Microsoft, Oracle และ Adobe

แหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า จดหมายเตือนในลักษณะเดียวกันนี้ถูกส่งไปยังบริษัทหลายสิบแห่งตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน

โฆษกของ BSA กล่าวว่า BSA ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเวียดนามดำเนินมาตรการต่อต้านการใช้ซอฟต์แวร์ผิดลิขสิทธิ์มานานหลายปีแล้ว

ซึ่งการดำเนินการของเวียดนามล่าสุดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนหลายประการที่ประเทศพยายามทำหรือให้คำมั่นกับรัฐบาลสหรัฐ เพื่อโน้มน้าวให้ยกเลิกแผนจัดเก็บภาษีศุลกากรสูงถึง 46% สำหรับสินค้าส่งออกของเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดส่งออกรายใหญ่ที่สุดของประเทศ หากมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม หลังจากสิ้นสุดช่วงพักชั่วคราว

เวียดนามและสหรัฐเริ่มเจรจาอย่างไม่เป็นทางการเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีมานานก่อนที่ทรัมป์จะประกาศนโยบายภาษีแบบตอบโต้กับทุกประเทศเมื่อวันที่ 2 เมษายน หนึ่งในหัวข้อสำคัญของการเจรจาคือ การเพิ่มความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การต่อสู้กับสินค้าปลอม และการละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัล
รวมถึงการลดดุลการค้าเกินดุลของเวียดนามกับสหรัฐฯ, การต่อต้านการฉ้อโกงทางการค้า เช่น การเปลี่ยนแปลงแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างผิดกฎหมาย และการลดภาษีทั้งทางตรงและอ้อมสำหรับธุรกิจสหรัฐ

เมื่อเดือนที่แล้ว ฟาม มิงห์ จิ๋งห์ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการฉ้อโกงทางการค้า โดยเฉพาะในเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้าและสินค้าปลอม โดยมาตรการเหล่านี้มุ่งสร้างความพึงพอใจต่อรัฐบาลสหรัฐ แต่ในอีกด้านก็อาจส่งผลกระทบต่อจีน ซึ่งเป็นประเทศต้นทางของสินค้านำเข้าส่วนใหญ่ของเวียดนาม

แม้จะมีการควบคุมเข้มงวดขึ้น แต่สินค้าหรูปลอมยังคงวางขายอย่างโจ่งแจ้งในห้างไซ่ง่อนสแควร์ในโฮจิมินห์ซิตี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่ถูกจัดอยู่ในรายชื่อ ตลาดสินค้าเถื่อนที่มีชื่อเสียงของผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

โดยตลาดเวียดนามบริเวณชายแดนจีนแห่งหนึ่งถูกถอดออกจากรายชื่อเฝ้าระวังของ USTR แล้วในปีนี้ หลังจากทางการเวียดนามเข้าควบคุมอย่างจริงจัง แต่ USTR ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขายสินค้าปลอมออนไลน์ และบทบาทของเวียดนามในการเป็น ผู้ผลิตสินค้าปลอมรายสำคัญ

Shopee เวียดนาม ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของบริษัทในสิงคโปร์ ก็ยังคงถูกจัดว่าเป็นแหล่งค้าขายสินค้าปลอมหลัก โดย USTR ระบุว่าเมื่อมีแบรนด์จำนวนมากย้ายฐานการผลิตจากจีนมาเวียดนาม เวียดนามจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าลอกเลียนแบบรายใหญ่ของโลก

ทั้งนี้เพื่อยกระดับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ เวียดนามกำลังวางแผนจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นหนึ่งในภาระผูกพันของเวียดนามในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตามร่างกฎหมายที่รอยเตอร์ได้ตรวจสอบ โดยมีกำหนดเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในเดือนมิถุนายน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจอาเชียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...