คุณคือทีมไหน #ทีมกว่าจะถึงวันศุกร์ Vs #ทีมวันจันทร์ที่รอคอย?
ทุก ๆ สัปดาห์ พนักงานออฟฟิศต่างเผชิญกับความรู้สึกที่คล้ายคลึงกัน นั่นคือ คนกลุ่มหนึ่งนับถอยหลังรอวันศุกร์ด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า ขณะที่อีกกลุ่มเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ในวันจันทร์ด้วยพลังเต็มเปี่ยม แล้วคุณล่ะ อยู่ทีมไหน?
(Marco Palumbo / Unsplash)
วันจันทร์: วันที่ถูกเกลียดที่สุดในโลก?
เมื่อปี 2022 กินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดได้ประกาศอย่างเป็นทางการให้วันจันทร์เป็น "วันที่แย่ที่สุดในสัปดาห์" โดยอ้างอิงจากความเห็นของคนนับล้านทั่วโลกที่บ่นว่า วันจันทร์เป็นวันที่ช้าและน่าเบื่อที่สุด เพราะต้องกลับไปทำงานและเผชิญกับ "ความเศร้าวันจันทร์" หรือที่เรียกกันว่า “Monday Blues” แต่คำถามก็คือ ทำไมวันจันทร์ถึงเป็นวันที่หลายคนรู้สึกแย่ ผลสำรวจของ Zety พบว่า 80% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่า วันจันทร์เป็นวันที่สร้างความเครียดมากกว่าวันอื่น ๆ ในสัปดาห์ และ 72% ยอมรับว่าพวกเขาประสบกับความรู้สึก "Sunday Scaries" หรือความวิตกกังวลในวันอาทิตย์เมื่อนึกถึงการต้องกลับไปทำงานในวันจันทร์
วันอังคาร: วันที่อยู่ตรงนี้ แต่ถูกลืม
ความเข้าใจทั่วไปของคนเรามักคิดว่า วันอังคารน่าจะเป็นวันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในสัปดาห์การทำงาน เพราะผ่านช่วง Monday Blues ไปแล้ว เราก็น่าจะเริ่มทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่ผลสำรวจของ Zety กลับพบว่า วันพุธต่างหากที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด (33%) ตามด้วยวันจันทร์ (22%) วันอังคาร (17%) วันพฤหัสบดี (15%) และวันศุกร์ (12%) นั่นทำให้วันอังคารเป็นวันที่ดูไม่ค่อยสำคัญและมักจะถูกลืมไปนั่นเอง
วันพุธ: วันเจ้าปัญหาที่กลับมีประสิทธิภาพสูงสุด
ในขณะที่วันจันทร์เป็นวันที่ถูกเกลียดที่สุด วันพุธก็ไม่น้อยหน้า เพราะถูกระบุว่าเป็นวันที่มีปัญหามากที่สุด โดยการศึกษาของ Zety พบว่า 30% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า วันพุธเป็นวันที่มักจะเกิดปัญหาหรือความล้มเหลวมากที่สุด มีประเด็นหนึ่งที่น่าคิดก็คือ แม้วันพุธจะเป็นวันที่เต็มไปด้วยปัญหา แต่กลับเป็นวันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเช่นกัน โดย 33% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า นี่คือวันที่พวกเขาสามารถสะสางงานให้ลุล่วงได้มากที่สุด สาเหตุอาจเป็นเพราะวันพุธมักมาพร้อมกับภาระงานหนักหรือกำหนดการส่งงานที่ใกล้เข้ามา ทำให้เราต้องเร่งมือทำงานให้เสร็จนั่นเอง
(Ron Lach / Pexels)
วันพฤหัสบดี: วันที่ถูกมองข้าม แต่เต็มไปด้วยความหวัง
น่าสนใจที่คนทำงานรู้สึกแย่กับวันพฤหัสบดีน้อยที่สุดในบรรดาวันทำงานทั้งหมด (มีเพียง 10% เท่านั้นที่ไม่ชอบวันนี้) นี่อาจเป็นเพราะวันพฤหัสบดีอยู่ในจุดที่ลงตัว เพราะคุณได้ผ่านช่วงกลางสัปดาห์ที่หนักหน่วงมาแล้ว และวันหยุดสุดสัปดาห์ก็อยู่ไม่ไกล หากคุณทำงานมาได้จนถึงวันพฤหัสบดี คุณจะรู้สึกถึงความสำเร็จเล็ก ๆ ว่าได้ผ่านการทำงานส่วนใหญ่ของสัปดาห์มาได้แล้ว และเหลือเพียงอีกวันเดียวก่อนถึงวันหยุด ความรู้สึกนี้สร้างความหวังและความตื่นเต้นที่จะได้พักผ่อนในไม่ช้า ทำให้วันพฤหัสบดีกลายเป็นวันที่มีพลังงานบวกโดยไม่รู้ตัว
วันศุกร์: วันแห่งความสุข แต่ทำไมประสิทธิภาพถึงต่ำสุด
ไม่น่าแปลกใจที่วันศุกร์มักถูกมองว่าเป็นวันที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นวันปิดท้ายการทำงานและเปิดประตูต้อนรับวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ที่น่าสนใจคือผลสำรวจพบว่า วันศุกร์ถูกระบุว่าเป็นวันที่มีประสิทธิภาพน้อยที่สุด (22%) ตามข้อมูลจากบริษัทซอฟต์แวร์ Flow พบว่า เราทำงานลดลงถึง 35% ในวันศุกร์เมื่อเทียบกับวันจันทร์ เหตุผลอาจเป็นเพราะว่าในวันสุดท้ายของการทำงาน เราจะไม่รู้สึกอยากทำอะไรมากนัก และมักจดจ่ออยู่กับการนับเวลาถอยหลังเพื่อกลับบ้าน ซึ่งก็อาจทำให้เราเหนื่อยทางจิตใจมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
(Marc Mueller / Pexels)
แล้วทำไมเราถึงทำงาน ถ้าไม่ใช่เพื่อเงิน แล้วเพื่ออะไร
แบร์รี ชวาร์ตซ์ (Barry Schwartz) นักจิตวิทยาและศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Swarthmore College (ปัจจุบันที่ Haas School of Business, U.C. Berkeley) ได้ศึกษาเรื่องแรงจูงใจในการทำงานมาเกือบตลอดอาชีพของเขา ในหนังสือ Why We Work (2014) เขาอธิบายว่าความเข้าใจผิดเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำงานได้บิดเบือนทั้งการบริหารงานในองค์กรและมุมมองของเราเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์
ชวาร์ตซ์โต้แย้งอย่างน่าสนใจว่า "แนวคิดที่ว่าคนทำงานเพื่อเงินเดือนเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นเรื่องไม่จริง แต่ที่สำคัญกว่านั้น มันอาจกลายเป็นจริงได้ หากคุณสร้างสถานที่ทำงานที่ทำให้คนขาดความพึงพอใจที่ควรได้รับจากการทำงาน"
ในบทสัมภาษณ์กับอีวาน เนสเตอรัก (Evan Nesterak) จาก Behavioral Scientist (2022) เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า "หากคุณทำให้งานเป็นกิจวัตรซ้ำซาก ควบคุมการทำงานมากเกินไป แล้วทำไมคุณจะไปทำงาน ถ้าไม่ใช่เพื่อรับเงิน?” ชวาร์ตซ์ยังนำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับอิทธิพลขององค์กรต่อธรรมชาติมนุษย์ไว้ด้วยอีกว่า "ธรรมชาติมนุษย์เป็นผลิตผลจากการออกแบบของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ หากเราออกแบบสถานที่ทำงานที่เปิดโอกาสให้คนทำงานเห็นคุณค่าของงาน ก็เหมือนเรากำลังออกแบบธรรมชาติของมนุษย์ให้เห็นคุณค่าของงานได้เช่นกัน"
ที่น่าสนใจคือ Schwartz ชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่นักวิจัย Chip Heath พบเมื่อกว่า 20 ปีก่อน ที่แสดงให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่คิดว่าคนอื่น ๆ ทำงานเพื่อเงิน ยกเว้นตนเอง ซึ่งนำไปสู่การคิดว่าลูกจ้างนั้นทำงานเพื่อเงินเดือนเท่านั้น ซึ่งความเข้าใจผิดนี้นำไปสู่การสร้างแรงจูงใจการทำงานที่ผิดพลาดในองค์กร
แต่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลังจากการระบาดของโควิด-19 และปรากฏการณ์การลาออกครั้งใหญ่ (Great Resignation) ที่ผู้คนเริ่มตั้งคำถามถึงความหมายของการทำงานในชีวิตของพวกเขาอย่างจริงจังว่า ‘นี่ไม่ใช่วิถีชีวิตที่ฉันต้องการ ชีวิตต้องมีความหมายมากกว่านี้'
(Ketut Subiyanto / Pexels)
แล้วคุณล่ะ อยู่ทีมไหน
ถ้าคุณเป็น #ทีมกว่าจะถึงวันศุกร์ คุณอาจรู้สึกตรงกับผลสำรวจส่วนใหญ่ที่มองว่าวันจันทร์เป็นวันที่น่าเบื่อ และจะรู้สึกค่อย ๆ หายใจหายคอได้สะดวกขึ้นเมื่อวันศุกร์ใกล้เข้ามา และนั่นก็อาจจะหมายถึงคุณกำลังทำงานในที่ทำงานแบบที่ชวาร์ตซ์เรียกว่า "การลดทอนความพึงพอใจอื่น ๆ ที่พึงได้จากการทำงาน" จนเหลือเพียงค่าตอบแทนเป็นแรงจูงใจหลักเท่านั้น (ซึ่งความผิดอาจไม่ได้อยู่ที่คุณ แต่อาจเกิดจากองค์กรที่คุณทำงานอยู่ที่สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบนี้ขึ้นมาก็เป็นได้)
แต่ถ้าคุณเป็น #ทีมวันจันทร์ที่รอคอย คุณอาจเป็นส่วนน้อยที่มองเห็นความท้าทายใหม่ ๆ และโอกาสที่วันจันทร์มอบให้ คุณอาจเป็นคนที่หลงใหลในงาน เห็นคุณค่าและความหมายของสิ่งที่ทำมากกว่าแค่เงินเดือน ตามที่ชวาร์ตซ์ชี้ให้เห็นว่าคนที่หลงใหลในงานของตนมักไม่รู้สึกว่าวันทำงานเป็นวันที่แย่ ไม่ว่าจะเป็นวันไหนในสัปดาห์ โดยเขาได้เสริมไว้ด้วยว่า "ในฐานะปัจเจกบุคคลที่ตัดสินใจว่าจะใช้เวลาและพลังงานของตนเองอย่างไร เป็นคำถามที่สมเหตุสมผลมากที่เราจะถามว่า '40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่ฉันทุ่มเทให้กับสิ่งนี้ จะเพิ่มคุณค่าให้กับโลกหรือไม่?' และเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะถามคำถามนั้นกับนายจ้างที่อาจจะจ้างคุณ และเป็นเรื่องสมเหตุสมผลอีกเช่นกันที่นายจ้างควรจะมีคำตอบสำหรับคำถามนั้นด้วย เพราะนี่คือสิ่งที่จะเปลี่ยนบทสนทนาเกี่ยวกับการทำงานไปอย่างสิ้นเชิง"
แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นทีมไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหาความหมายและคุณค่าในสิ่งที่คุณทำทุกวัน เพราะนั่นอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้วันจันทร์กลายเป็นวันที่น่ารอคอยไม่แพ้วันศุกร์ เหมือนอย่างที่ Schwartz ให้ความเห็นไว้ว่า "หากเราออกแบบสถานที่ทำงานที่เปิดโอกาสให้ผู้คนค้นพบความหมายในงานของพวกเขา เราก็กำลังออกแบบธรรมชาติของมนุษย์ที่เห็นคุณค่าของงาน" และนั่นอาจทำให้ทุกวันทำงานมีค่าเท่าเทียมกัน
ที่มา : บทความ “A Psychologist Explains The Benefits Of A ‘Bare Minimum Monda” โดย Mark Travers
บทความ “Incorrect Ideas About ‘Why We Work’ Warp Our Organizations … And Our Views of Human Nature” โดย Evan Nesterak
บทความ [“The Truth about Mondays: 2023 Work Week Research”](https://zety.com/blog/workweek-productivity#:~:text=8%20in%2010%20respondents%20(80,the%20form%20of%20Sunday%20scaries) จาก zety.com