“ธนาคารกลางทั่วโลก” เร่งซื้อทองจากเหมืองในประเทศ รับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจ-การเมืองโลก
ธนาคารกลางในหลายประเทศ โดยเฉพาะในแอฟริกาและละตินอเมริกา หันมาซื้อทองคำโดยตรงจากเหมืองในประเทศ เพื่อเพิ่มทุนสำรองด้วยต้นทุนต่ำ
วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 06.31 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางหลายประเทศเริ่มหันมาสะสมทองคำมากขึ้น และวิธีการใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมคือ“การซื้อทองคำจากเหมืองในประเทศของตนเอง” ซึ่งช่วยลดต้นทุน สนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ และเพิ่มทุนสำรองโดยไม่กระทบต่อทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ
จากรายงานของ สภาทองคำโลก (World Gold Council) พบว่า 19 จาก 36 ธนาคารกลางที่ตอบแบบสอบถามในปีนี้ ระบุว่าพวกเขาซื้อทองคำโดยตรงจากเหมืองทองคำขนาดเล็กหรือเหมืองพื้นบ้านในประเทศ โดยใช้สกุลเงินท้องถิ่น ขณะที่อีก 4 แห่งกำลังพิจารณาดำเนินตาม
นายเชาไค ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางของสภาทองคำโลก กล่าวว่า ธนาคารกลางในประเทศแถบแอฟริกาและละตินอเมริกาหลายแห่ง เช่น โคลอมเบีย แทนซาเนีย กานา แซมเบีย มองโกเลีย และฟิลิปปินส์ เริ่มซื้อทองคำจากเหมืองภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น กานามีข้อตกลงกับเหมืองหลายแห่ง ให้ขาย 20% ของผลผลิตแก่ธนาคารกลาง และแทนซาเนียบังคับให้ผู้ส่งออกทองคำต้องขายขั้นต่ำ 20% ให้ธนาคารกลาง
ข้อดีของการซื้อในประเทศคือ ธนาคารกลางสามารถต่อรองราคาต่ำกว่าราคาทองในตลาดโลก ลดค่าธรรมเนียมธนาคาร ตัวกลาง และค่าขนส่ง รวมถึงไม่ต้องใช้เงินตราต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามการซื้อทองจากเหมืองท้องถิ่นมีข้อจำกัดเรื่องมาตรฐาน โดยเฉพาะทองคำต้องผ่านการกลั่นให้ได้มาตรฐาน LGD (London Good Delivery) ซึ่งบางประเทศต้องส่งทองออกไปกลั่นต่างประเทศ เช่น กานาและแซมเบีย ขณะที่ฟิลิปปินส์และคาซัคสถานมีโรงกลั่นภายในประเทศที่ได้มาตรฐานแล้ว
อีกเหตุผลสำคัญที่ธนาคารกลางเลือกซื้อทองจากในประเทศคือ ลดการใช้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน และสร้างภูมิคุ้มกันในภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน
จากผลสำรวจธนาคารกลาง 73 แห่งโดย WGC พบว่า 95% เชื่อว่าในปีหน้า ธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มปริมาณทองคำในทุนสำรอง นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้ทางสังคมและเศรษฐกิจ ได้แก่ การสนับสนุนอุตสาหกรรมเหมืองทองในประเทศ ช่วยให้แรงงานเหมืองพื้นบ้าน (ASGM) มีตลาดที่ถูกต้อง ลดการลักลอบค้าและปัญหาสิ่งแวดล้อม และธนาคารกลางมีศักยภาพช่วยยกระดับอุตสาหกรรมนี้ให้มีความโปร่งใสและยั่งยืน
ฟานสรุปว่า “ธนาคารกลางสามารถใช้พลังในการซื้อเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนเหมืองทองในประเทศได้ เป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์”
อ้างอิง : www.cnbc.com