“SCBAM” จัดเต็ม “Thai ESGX” 4 สไตล์... ครบทุกโอกาสลงทุน “เพิ่มค่าอย่างยั่งยืน” พร้อม “เซฟภาษี” !!!
โดย: บลจ.ไทยพาณิชย์
เพราะ “โอกาสดีๆ” ไม่ได้มีมาบ่อยๆ…แต่ปีนี้ “โอกาสดีๆ” นั้นมาถึงแล้ว และมาพร้อมกันถึง “3 ดี” เลยทีเดียว
“โอกาสดีแรก” เป็นโอกาสลงทุนใน“กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” (Thai ESGX)ในช่วง 2 เดือน ระหว่างวันที่ 2 พ.ค. 68 – 30 มิ.ย. 68 นี้ เท่านั้น
ซึ่งภาครัฐจัดเต็มให้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมในส่วนนี้รวมกันสูงถึง 600,000 บาท (เงินลงทุนใหม่ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และเงินสับเปลี่ยนจาก LTF ในปีนี้ลดหย่อนได้อีกสูงสุด 300,000 บาท ส่วนที่เหลือทยอยใช้สิทธิเท่าๆ กันในปีที่ 2 - 5 สูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท)
เมื่อรวมกับกองทุน “ThaiESG” (ปี2567-2569: ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท ถือครอง 5 ปีแบบวันชนวัน) และ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) และกองทุนบำนาญอื่นๆ อีก 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
ทำให้ปีนี้ สามารถ “เซฟภาษี” แบบเต็มๆ รวมกันสูงสุดถึง “1.4 ล้านบาท” เลยทีเดียว !!!
ส่วน “โอกาสดีที่สอง” เป็นโอกาสดีสำหรับการลงทุนระยะยาวใน “ตลาดหุ้นไทย” ท่ามกลางความผันผวนระยะสั้นในปัจจุบัน ทำให้หุ้นไทยกลับมามีมูลค่าที่ “น่าสนใจ” อีกครั้ง “โอกาสดีที่สาม” คือโอกาสมีส่วนร่วมลงทุนในบริษัทที่มี ESG โดดเด่นในตลาดหุ้นไทย ด้วย “การลงทุนอย่างยั่งยืน” กลายเป็น “โอกาสทอง” ของการลงทุนแบบ 3 in 1 กันเลยทีเดียว
เพื่อไม่ให้คุณพลาดโอกาสดีๆ ในครั้งนี้ ทาง “บลจ.ไทยพาณิชย์” ได้จัดเต็ม 4 กองทุน “Thai ESGX” 4 สไตล์ ครบทุกโอกาสลงทุนมาให้เลือกกัน ได้แก่
“SCBT70X: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ผสม 70 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ”
“SCBTAPX: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นแอคทีฟ พลัส ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ”
“SCBTS100X: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนี SET100FF ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ”
“SCBTAX: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นแอคทีฟ ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ”
โดยเงินลงทุนใหม่เปิดให้ลงทุนตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. 68 – 30 มิ.ย. 68เท่านั้น และเงินลงทุนเดิมจาก LTF สามารถสับเปลี่ยนได้ทุกวันตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.68– 30 มิ.ย. 68 นี้
ให้โอกาสดีๆ นี้ พิเศษขึ้นไปอีก สำหรับ “เงินลงทุนใหม่” รับ Fund Back สูงสุด 600 บาท* เมื่อลงทุนตั้งแต่ 2 พ.ค. 68 – 30 มิ.ย. 68
*รับ SCBSFF Fund Back เมื่อลงทุนตามเงื่อนไข โปรดศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://scbam.info/4iVp9Hv
“หุ้นไทย” ปัจจุบันมูลค่าน่าสนใจ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต…โอกาสที่ดีสำหรับ “การลงทุนระยะยาว”
ปีนี้ “ตลาดหุ้นไทย” เจอปัจจัยลบทั้งภายในและต่างประเทศเข้ามากระทบ โดยเฉพาะ “ภาษี Trump” ทำให้ตลาดปรับตัวลงมาค่อนข้างลึกจากช่วงต้นปี ที่ระดับดัชนีที่ราว 1,200 จุด ถือเป็นระดับที่ “น่าสนใจ” เพราะมูลค่าลงมาซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตแล้ว มี Forward 12m P/E ที่ 12.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.3 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 2 พ.ค. 68) หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตประมาณ – 3 S.D. นั่นเอง
ทาง “บลจ.ไทยพาณิชย์” (SCBAM) คาดการณ์เป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้ไว้ 2 กรณี 1) หากรัฐบาลเจรจาต่อรองภาษีกับสหรัฐเป็นผล: เป้า 1,360 จุดและ 2) หากรัฐบาลต่อรองไม่สำเร็จ: เป้า 1,220 จุด และยังมีมุมมองในระยะยาวที่เป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย
“หุ้นไทยยั่งยืน” ที่ได้ “SET ESG Ratings” คิดเป็น 82% ของมูลค่าตลาดรวม…ช่วง 2 เดือนพิเศษ (2 พ.ค. 68 – 30 มิ.ย. 68) ลงทุน “Thai ESGX” เซฟภาษี รวมกันสูงสุด 6 แสนบาท
“ธีม ESG” ที่คำนึงถึง 3 เรื่องที่สำคัญ คือ สิ่งแวดล้อม (E: Environment),สังคม (S: Social) และ ธรรมาภิบาล (G: Governance) ยังเป็นกระแสหลักในโลกการลงทุน และเป็น “ทางรอด” ไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” ในการลงทุนเท่านั้น ที่จะช่วยแก้วิกฤติ “ปัญหาโลกเดือด” (Global Boiling) ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกันอยู่ เราเองก็สัมผัสได้ถึงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้วที่มีให้เห็นตามสื่อต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะแผ่นดินไหว, น้ำท่วม เป็นต้น
“การลงทุนอย่างยั่งยืน” จึงมีส่วนช่วยรักษ์โลกพร้อมโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนไปด้วยเช่นเดียวกัน จึงเป็นการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากขึ้นจากนักลงทุนทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยซึ่งภาครัฐเองก็ให้การสนับสนุนในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน หนึ่งในนั้นก็คือ กองทุน “Thai ESGX” ที่กำลังเสนอขายอยู่ในช่วง 2 เดือนนี้ (2 พ.ค.68-30 มิ.ย. 68)ด้วยเช่นกัน
ซึ่งภาครัฐจัดเต็มให้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมในส่วนนี้รวมกันสูงถึง 600,000 บาท (เงินลงทุนใหม่ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และเงินสับเปลี่ยนจาก LTF ในปีนี้ลดหย่อนได้อีกสูงสุด 300,000 บาท ส่วนที่เหลือทยอยใช้สิทธิเท่าๆ กันในปีที่ 2 - 5 สูงสุดไม่เกินปีละ 50,000 บาท)
โดยโฟกัสกรอบการลงทุนต้องลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ที่มี “ความยั่งยืน” ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV และในนั้นจะต้องลงทุนใน “หุ้นไทยยั่งยืน” ไม่ต่ำกว่า 65% ของ NAV ด้วย
สิ้นปี 2567 มีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้ “SET ESG Ratings” ทั้งหมด 225 บริษัท มีมูลค่ารวม 14.87 ล้านล้านบาท คิดเป็น 82% ของมูลค่าตลาดรวมซึ่งถือเป็นกลุ่มหุ้นที่เป็นเป้าหมายเม็ดเงินลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ให้ความสำคัญในเรื่องของ ESG ทำให้หุ้นกลุ่มนี้มีโอกาส Outperform หุ้นทั่วไปได้ในระยะยาว
กองทุน Thai ESGX กองไหนดี
สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่รู้จะลงทุนกองทุน “Thai ESGX” กองไหนดีนั้น ทาง “SCBAM” ได้จัดเต็ม “Thai ESGX” 4 สไตล์ครบทุกโอกาสลงทุน “เพิ่มค่าอย่างยั่งยืน” พร้อม “เซฟภาษี” มาให้เลือกอย่างครบครัน มั่นใจด้วยทีมผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญสามารถบริหารกองทุนได้รับ “Morningstar Rating” ระดับ 4 – 5 ดาว ของบริษัท โดยไล่เรียงจากสัดส่วนของการลงทุนใน “หุ้นไทยยั่งยืน” จากน้อยไปหามากเป็นสำคัญ
“SCBT70X” กองผสมเชิงรุก ลง “หุ้นไทยยั่งยืน” ไม่เกิน 70%
เริ่มกันที่ “SCBT70X: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ผสม 70 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” เป็นกองทุนกลุ่ม “Aggressive Allocation” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่เน้นลงทุนใน“หุ้นไทยยั่งยืน” เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% และไม่เกิน 70% ของ NAV ส่วนที่เหลือจะลงทุนใน “ตราสารหนี้ยั่งยืน” ที่มีความโดดเด่นด้าน ESG
“SCBT70X เป็นกองผสมเชิงรุก โดยลงทุนในหุ้นไทยยั่งยืนไม่เกิน 70% ของ NAV ช่วยลดความผันผวนจากการลงทุนในหุ้น และเหมาะกับนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นในสัดส่วนประมาณ 70% ได้เป็นอย่างดี ในช่วงที่ตลาดขาลงก็จะมีส่วนของ ‘ตราสารหนี้ยั่งยืน’ที่มาช่วยลดความผันผวนให้กับพอร์ตได้เป็นอย่างดี”
“SCBTAPX” กระจายเสี่ยงในหุ้นต่างประเทศไม่เกิน 20%
ถัดมาเป็น“SCBTAPX: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นแอคทีฟ พลัส ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” เป็นกลุ่มกองทุน “Equity General” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง)ที่เน้นลงทุนใน“หุ้นไทยยั่งยืน” เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจะมีการกระจายความเสี่ยงไปลงทุนใน “หุ้นต่างประเทศ” ได้ไม่เกิน 20% ของ NAV
“SCBTAPX เป็นกองทุนหุ้นที่บริหารเชิงรุก (Active Management) ที่มีการกระจายการลงทุนไปในหุ้นต่างประเทศด้วยบางส่วนไม่เกิน 20% ดังนั้นผลตอบแทนหลักของกองทุนยังมาจากการลงทุนในหุ้นยั่งยืนในไทย เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้เพิ่มขึ้นและมองหาโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศเพิ่มเติม”
“SCBTS100X” สไตล์ “Passive” สร้างผลตอบแทนตามดัชนี SET100FF
มาต่อกันที่ “SCBTS100X: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ดัชนี SET100FF ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” เป็นกลุ่มกองทุน “Equity General” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง)ที่เน้นลงทุนใน“หุ้นไทยยั่งยืน” ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET100 Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted Total Return Index (SET100FF)ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
“สำหรับกองทุน ‘SCBTS100X’ นั้น มีการบริหารเชิงรับ (Passive Management) เพื่อโอกาสเติบโตตามดัชนี SET100FF โดยมีการลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีตั้งแต่ 80 – 100 ตัว เป็นสำคัญ มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ต้องการติดตามการลงทุนได้ง่ายๆ ด้วยการติดตามการเคลื่อนไหวของดัชนี SET100FF นั่นเอง”
“SCBTAX” เฟ้นหุ้นยั่งยืนไทยที่สร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาว
ปิดท้ายกันด้วย “SCBTAX: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นแอคทีฟ ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” เป็นกองทุนกลุ่ม “Aggressive Allocation” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน“หุ้นไทยยั่งยืน” เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
“โดย ‘SCBTAX’ จะมีการบริหารเชิงรุก (Active Management) เน้นลงทุนในหุ้นยั่งยืนไทยที่ผ่านการคัดกรองแล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี เป็นกองทุนที่มีสัดส่วนและความกระจุกตัวในหุ้นไทยยั่งยืนสูงที่สุดในจำนวน 4 กองทุน แต่ก็มาพร้อมกับโอกาสของผลตอบแทนส่วนเกิน (Alpha) จากการคัดเลือกหุ้นของทีมผู้จัดการกองทุนที่คาดว่าจะ Outperform ตลาดได้ในระยะยาวเช่นกัน มีการลงทุนหุ้นในพอร์ตประมาณ 30 – 40 ตัว เหมาะกับนักลงทุนที่อาจไม่มีเวลาติดตามการลงทุน ต้องการถือลงทุนระยะยาว และต้องการหาโอกาสผลตอบแทนที่สูง”
ที่สำคัญ ทั้ง 4 กองทุน “Thai ESGX” ของ “SCBAM” ยังมีชนิดหน่วยลงทุนให้เลือกทั้ง “แบบสะสมมูลค่า” และ “แบบเงินปันผล” ให้ได้เลือกกันเพิ่มเติมอีกด้วย ทั้งในส่วนของเงินลงทุนใหม่ และเงินลงทุนเดิมที่สับเปลี่ยนมาจากกองทุน LTF อีกด้วย
สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนกับกองทุน “Thai ESGX” และยังไม่รู้ว่าจะเลือกกองทุนไหนดีนั้น เชื่อมั่นว่ากองทุน “Thai ESGX” ทั้ง 4 กอง 4 สไตล์ของทาง “SCBAM” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกการลงทุนอย่างยั่งยืนได้เป็นอย่างดี ทั้ง SCBT70X, SCBTAPX, SCBTS100X และ SCBTAXโดยสามารถลดหย่อนภาษีได้ตาม “ฐานภาษี” ของแต่ละคนตั้งแต่ 5 – 35% แบบ “จัดหนัก-จัดเต็ม” ในปีนี้แบบคุ้มสุดๆ กันไปเลย เป็น “นาทีทอง” ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
เงื่อนไขตามที่บริษัทฯ กำหนด • ผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดําเนินงานในอนาคต • ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน Thai ESGX ก่อนตัดสินใจลงทุน • กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษีจะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของกองทุน • สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือบลจ.ไทยพาณิชย์ โทร. 02-777-7777 เว็บไซต์ scbam.com