ไทยจะตอบโต้กัมพูชาแบบขอไปทีไม่ได้ ‘กรกิจ’ เผยเล่ห์กลสงครามกองโจรทางการทูตของกัมพูชา ชี้กัมพูชาเองก็เคยไม่ยอมรับอำนาจศาลโลกเหมือนกัน | The Structure
The Structure
อัพเดต 14 มิ.ย. 2568 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2568 เวลา 09.12 น. • The Structureกรกิจ ดิษฐาน คอลัมนิสต์อาวุโสและนักเขียนด้านประวัติศาสตร์-วัฒนธรรมตะวันออก โพสต์ข้อความกล่าวถึงการแสดงท่าทีที่แข็งกร้าวของกัมพูชา ที่พยายามจะนำข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชาไปขึ้นศาลโลกให้ได้ โดยมีข้อความว่า
การที่กัมพูชาดึงดันจะให้ไทยขึ้นศาลโลกให้ได้ และล่าสุดยังร้องขอนานาประเทศให้เข้าข้างตน ผมจะชี้ให้เห็นว่านี่คือ “สงครามกองโจรทางการทูต” ของกัมพูชา ซึ่งไทยจะ “ตอบโต้แบบขอไปที” ไม่ได้
ผมยังจำได้ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนปี 2012 มีเหตุการณ์ที่เรียกว่า “ความล้มเหลวที่พนมเปญ” (Phnom Penh Fiasco) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สมาชิกอาเซียนออกแถลงการณ์ร่วมกันไม่สำเร็จ สาเหตุเพราะกัมพูชา ในฐานะประธานอาเซียนและเจ้าภาพการประชุม ทำการขัดขวางไม่ให้แถลงการณ์นั้นออกมา
ความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นเพราะสมาชิกอาเซียนกลุ่มหนึ่งต้องการให้มีการระบุท่าทีแข็งกร้าวต่อจีนที่อ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ แต่กัมพูชาซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากจีนด้านต่างๆ ไม่ยอมให้มีการประณามจีน
ฮุน เซน ไม่ได้เป็นกลางอย่างที่ปากบอกเพราะรับทุนจากจีน แต่ก็ยังอ้างว่า ต้องการสร้างความเป็นกลางในอาเซียนและเพื่อให้พื้นที่นี้ปลอดจากการถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทว่า สมาชิกอาเซียนกลับเห็นว่ากัมพูชานั่นแหละทำลาย “หลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในระหว่างกัน” ของอาเซียน และเป็นตัวการทำให้อาเซียนแตกแยก
นักการทูตใหญ่ของสิงคโปร์ถึงกับเรียกร้องให้ขับกัมพูชาออกจากการเป็นสมาชิกอาเซียนไปเลย
มีนักวิเคราะห์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า ฮุน เซน คิดแค้นอาฆาตที่อาเซียนไม่ยอมนำประเด็นเขาพระวิหารที่ขจัดแย้งกับไทยในช่วงปีนั้น เข้าสู่วาระการประชุมขององค์กร ยังมีผู้มองว่ากรณี Phnom Penh Fiasco ทำให้กัมพูชา “ได้แสง” จากการเป็นผู้มีบทบาททางการทูตที่สามารถสั่นคลอนอาเซียนได้ และ “เข้าตา” มหาอำนาจที่ต้องการมีบทบาทในอาเซียน
การแสดงบทบาทนี้ยังให้น้ำหนักกับกัมพูชาในการรับมือกับ “ไทย” และ “เวียดนาม” ที่กัมพูชามองเป็นภัยคุกคาม
และยังไม่พอ ในการประชุมอาเซียนที่เวียงจันทน์ในปี 2016 ในเวลานั้น ฟิลิปปินส์นำกรณีพิพาทกับจีนเรื่องน่านน้ำเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการทะเลจีนใต้ (South China Sea Arbitration) ซึ่งคณะอนุญาโตฯ มีคำตัดสินที่เป็นคุณต่อฟิลิปปินส์ แต่จีนไม่ยอม “ไปขึ้นศาล” ด้วยและไม่ยอมรับอำนาจการตัดสิน
กัมพูชาก็ยังดำเนินการสกัดไม่ให้แถลงการณ์ของอาเซียนเอาถึงคำตัดสินของอนุญาโตฯ และการเอ่ยถึงการอ้างสิทธิ์ทะเลจีนใต้ของจีน
ครั้งนั้น นักการทูตกัมพูชาคนหนึ่งตำหนิฟิลิปปินส์ว่า “ฟิลิปปินส์ทำการเกินกว่าเหตุในการนำเรื่องนี้ไปให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา ซึ่งสร้างความร้าวฉานให้กับอาเซียน และเปิดทางให้มหาอำนาจภายนอกใช้คำตัดสินเพื่อสร้างความแตกแยกในอาเซียน”
แต่สมาชิกอาเซียนอื่นๆ ก็ตำหนิกัมพูชาเหมือนกันว่าทำการตอบสนองผลประโยชน์ของมหาอำนาจเพื่อแลกกับเงินและความช่วยเหลือต่างๆ มากมายก่อนและหลังกรณีนี้ไม่นาน
ข้อคิดจากเรื่องนี้
เรื่องทะเลจีนใต้เราจะไม่ยุ่งเพราะเกินขอบเขตของไทย และสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่ดูเหมือนจะไม่เผชิญหน้ากับจีนแล้วในเรื่องนี้ (ยกเว้นฟิลิปปินส์) แต่สิ่งที่จะชี้ให้เห็นคือ กัมพูชาพร้อมที่จะทำลายกติกาของกลุ่มเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองโดยชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อให้ตัวเองเป็น “พระเอก”
และในขณะที่ตัวเองขัดขวางคำตัดสินของอนุญาโตฯ แต่ก็พยายามเล่นบท “เด็กดี” ด้วยการเอาเรื่องพิพาทกับไทยไปขึ้นศาลโลก
กรณี Phnom Penh Fiasco กัมพูชาอ้างว่าไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างประเทศ แต่พอถึงกรณีพิพาทกับไทยล่าสุดกลับเอาเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นต่างประเทศ พยายามให้ไทยขึ้นศาลโลกโดยที่ไทยไม่รับอำนาจศาลนั้น (ก็เหมือนกับจีนไม่รับอำนาจอนุญาโตฯ) และยังเรียกร้องให้นานาประเทศสนับสนุนตน โดยไม่คุยกันเองสองประเทศก่อน
กัมพูชาเป็นประเทศที่มีจิตพยาบาทที่รุนแรง มีเล่ห์กลมากมายที่ไร้คุณธรรม และพร้อมจะเล่นนอกเกมโดยให้ดูเหมือนอยู่ในเกม
โดยเฉพาะการอำพรางที่ทำให้ “ความรุนแรง” กลายเป็น “สันติวิธี” ในสายตาผู้คน แม้รัฐบาลไทยจะตกหลุมพราง (หรือตั้งใจจะตกเอง?) แต่ประชาชนคนไทยควรทราบไว้ว่านี่คือวิธีการทางการทูตของกัมพูชาที่เน้น “ความร้าวฉาน” เป็นผลลัพธ์
กัมพูชานั้นเล่นการทูตแบบ “กองโจร” ด้วย และเล่น “ในรูปแบบ” ด้วย ส่วนไทยเล่นในรูปแบบแถมยังเอาน้ำเย็นเข้าข่ม จนคนไทยนั้นเย็นไม่ไหวแล้ว ไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้ ผมเกรงว่าจะเสียที “โจร” ซะละมั้ง
#TheStructure
#TheStructureNews
#ไทยนี้รักสงบแต่รบไม่ขลาด #ชายแดนไทยกัมพูชา
#กรกิจดิษฐาน