วางแผนการเงิน วัยเกษียณ-ทำงาน ต้องรู้ ลงทุนให้เป็น ทำรายรับ-รายจ่ายสำคัญ
“หมอนัท-นสพ.ธนัฐ ศิริวรางกูร” เจ้าของเพจคลินิกกองทุน และ aom MONEY Guru แนะเคล็ดลับวางแผนการเงินวัยเกษียณ-วัยทำงาน ต้องรู้ ลงทุนให้เป็น ทำรายรับ-รายจ่ายสำคัญ
วันที่ 28 มิถุนายน 2567 เป็นวันที่ 2 แล้วสำหรับ “Thailand Healthcare 2024 เกษียณสโมสร” งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ซึ่งจัดโดยการผนึกกำลังกันระหว่าง “มติชน” และพันธมิตรด้านสุขภาพ ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดระยะเวลา 4 วัน ตั้งแต่ 27-30 มิถุนายน 2567 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์
ภายในงานมีเวที Special Talk : Happy Money Happy Young Old วางแผนการเงินและการลงทุน โดย “หมอนัท” นสพ.ธนัฐ ศิริวรางกูร เจ้าของเพจคลินิกกองทุน และ aom MONEY Guru
ทุกเป้าหมายชีวิตคือเรื่องเงิน
นสพ.ธนัฐกล่าวว่า ทุกเป้าหมายในชีวิต เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเรื่องเงินทั้งสิ้น ทุกคนมีระยะเวลาในการทำงานหาเงินประมาณ 30 ปี ซึ่งต้องรวมถึงกินอยู่ สังสรรค์ไปด้วย แต่หลังเกษียณอีก 30 ปี เป็นการใช้เงินอย่างเดียว อาจไม่สามารถหาเพิ่มได้
เมื่อก่อนมีการพูดกันว่า ใครได้เงินเดือนมา 1 เดือน แต่สามารถใช้ได้ถึง 2 เดือนถือว่ารอด แต่สมัยนี้เป็นไปได้ยาก ทั้งค่าใช้จ่ายและอัตราเงินเฟ้อต่าง ๆ
“การเก็บเงินอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ ต้องมีการลงทุนมาช่วยด้วย ประกอบกับการจัดการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเกษียณ เพราะรายได้หยุดลงแล้ว แต่ค่าใช้จ่ายยังไม่หยุด ดังนั้น มี 2 ประเด็นคือ การจัดการค่าใช้จ่ายส่วนตัว และรู้จักการลงทุนหรือลงทุนเป็นหรือไม่”
จัดการค่าใช้จ่ายส่วนตัว
นสพ.ธนัฐกล่าวว่า รายรับ-รายจ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการเงิน ทุกปัญหาสามารถจบได้ด้วยการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย บางคนหายเป็นหนี้จากการทำ รายรับ-รายจ่าย เลยก็มี
เวลาทำรายรับรายจ่าย หลายคนชอบทำแบบรายวัน ซึ่งจะทำให้มึน เพราะข้ามวันแล้วจะลืมและไปจดย้อนหลังยาก ดังนั้น วิธีการคือได้เงินมาเท่าไร หรือ มีเงินก้อนเท่าไร มีค่าใช้จ่ายหักค่าอะไรไปบ้าง และเหลือเงินสุทธิเท่าไร่
โดยแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ส่วน คือ
1.ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าประกัน ค่ารถ ซึ่งต้องจ่ายทุกเดือน
2.ค่าใช้จ่ายผันแปร เช่น กินอยู่สังสรรค์ ท่องเที่ยว ซึ่งส่วนนี้สามารถลดได้ กินเยอะใช้เยอะ เงินเหลือน้อย กินน้อยใช้น้อย เงินเหลือเยอะขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ
3.เก็บออมเพื่อการลงทุน ส่วนนี้จะทำให้เงินเรางอกเงยขึ้นมา โดยเฉพาะหลังเกษียณ ที่อยากให้เงินต่อยอดได้
บันทึกรายรับ-รายจ่ายจึงไม่ต้องทำทุกวัน เพียงเดือนละครั้งก็เพียงพอ ถ้าทำล่วงหน้าประมาณ 12 เดือนก็จะสามารถกำหนดเงินได้ ว่าค่าใช้จ่ายผันเเปรควรเป็นเท่าไร ค่าใช้จ่ายคงที่ควรเป็นเท่าไร
ข้อดีของการทำรายรับ-รายจ่ายในลักษณะนี้คือ การทำนายอนาคตได้ เช่น เป้าหมายไปเที่ยวต่างประเทศ เก็บเงินปีละ 50,000 บาท แต่ลูกหลานอาจจะมาขอเงิน ก็อาจช่วยเเบ่งปันไปได้ แต่หากทำ 2 อย่างพร้อมกันแล้วเงินติดลบจากที่คำนวณไว้ ควรระมัดระวัง และควรเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง การกำหนดไว้ล่วงหน้าจะทำให้ไม่พลาดด้านการเงิน
การลงทุน
นสพ.ธนัฐระบุว่า ถ้าเก็บเงินเกษียณมาทั้งชีวิต ไม่ควรนำเงินไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงได้ ควรลงทุนในความเสี่ยงต่ำเหมาะกับวัยเกษียณ แต่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก เช่น พันธบัตรรัฐบาล 5-7 ปีขึ้นไป อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.2-3.5% ซึ่งถือว่าไม่มาก
หากความเสี่ยงสูงขึ้นอีก อาจเป็นหุ้นกู้ ซึ่งคล้ายพันธบัตร แต่เป็นของภาคเอกชนและมีดอกเบี้ยสูงกว่า ประมาณ 4% ต่อปี ทั้งพันธบัตรและหุ้นกู้อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถใส่เงินลงทุนเข้าไปได้
ข้อควรระวังคือ เมื่อไม่รู้อัตราของผลตอบแทน จะโดนมิจฉาชีพหลอกลวงได้ง่าย เนื่องจากมิจฉาชีพชอบกลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุ อาจหลอกลวงทางโซเชียลมีเดียว่ามีผลตอบแทน ประมาณ 5-10% ต่อเดือน ถ้านับต่อปีอยู่ที่กว่า 60-100% ต่อปี
ซึ่งปกติการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงและได้ผลตอบแทน 10-12% ต่อปีก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เช่น “วอร์เรน บัฟเฟตต์” นักลงทุนระดับโลก ได้ผลตอบแทน 23% ต่อปี ซึ่งถือว่าเก่งมากแล้ว ดังนั้นต้องระวัง
ส่วนมากหลังเกษียณทุกคนต่างอยากได้ผลตอบแทน เพราะเงินที่เก็บมาเริ่มลดลง เริ่มมีผลต่อจิตใจ ทำให้อยากหาผลตอบแทนเพิ่ม จึงกลายเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ นสพ.ธนัฐกล่าว
บริหารเงินหลังเกษียณ
นสพ.ธนัฐกล่าวว่า หลังเกษียณเป็นช่วงเวลาที่ต้องดูการเงินของตนเองเป็นพิเศษ โดยสิ่งที่ต้องตรวจสอบ และวิธีบริหารเงินหลังเกษียณ มีดังนี้
สิ่งที่ต้องตรวจสอบ
- เเหล่งเงินเกษียณหลากหลายหรือไม่
- คำนวณเงินเเล้วเพียงพอ
- ไม่มีหนี้สิน
- ค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย
- สุขภาพร่างกาย ซึ่งเป็นรายจ่ายที่สูงขึ้นทุกปี โดยอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้น 6-7% ต่อปี หรือเงินเฟ้อประกันสุขภาพจะสูงขึ้น 15% ต่อปี
- มีเงินสำรองฉุกเฉินหรือไม่
- มีงานอดิเรกหรือไม่ เนื่องจากอาจเพิ่มรายได้หลังเกษียณได้ เกิดคุณค่าในตัวเองและเกิดมูลค่าตามมา
การบริหารเงินหลังเกษียณ
1.แบ่งเงินหลังเกษียณออกเป็นก้อน คือ มีเงินฉุกเฉินสำรอง มีเงินค่าใช้จ่ายระหว่างปี มีเงินลงทุนเพื่อใช้จ่ายปีถัด ๆ ไป มีค่ารักษาพยาบาล และเป็นมรดก
2.ถอนเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งนักวางแผนการเงินทั่วโลกใช้รูปแบบนี้ นั่นคือถอนเงิน 4% ต่อปีจากเงินทั้งก้อนที่มี หากถอน 4% และหาผลตอบแทนได้ 4% จะอยู่ได้นานถึง 28 ปี หรือจากอายุ 60 ถึง 88 ปี หรือหากถอน 3% และหาผลตอบแทนได้ 4% จะอยู่ได้ถึง 40 ปี หรือจนถึงอายุ 100 ปี เป็นต้น (คำนวณที่อัตราเงินเฟ้อ 3%)
3.วิธี Required Minimum Distribution (RMD) คือการเอาเงินเกษียณตั้งต้น แล้วหารด้วยจำนวนปีที่คาดว่าจะมีชีวิตเหลืออยู่ นั่นคือเงินที่จะหารได้ในแต่ละปี
กลยุทธ์ลงทุนวัยเก๋า
นสพ.ธนัฐกล่าวว่า กลยุทธ์บริหารเงินหลังเกษียณย้อนกลับไปที่การทำรายรับ-รายจ่ายตนเองให้ดี และควบคุมให้ได้ทุกปี ประกอบกับลงทุนให้เป็น
เชื่อว่าวัยเกษียณหลายคนอาจไม่เคยลงทุนมาก่อนทั้งชีวิต วิธีการคือ ให้เริ่มจากการลงทุนความเสี่ยงต่ำที่สุดและสามารถศึกษาได้ใกล้ตัวมากที่สุด หรืออาจเดินเข้าไปปรึกษาธนาคารก่อนสำหรับการเริ่มลงทุนที่ไม่ได้มีความเสี่ยงสูงมาก
เช่น พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หรือกองทุนรวมตลาดเงินซึ่งใกล้เคียงเงินฝาก แต่จะให้ดอกเบี้ยเกือบทุกวัน เมื่อเงินในกระเป๋าเริ่มงอกทีละนิด อาจช่วยให้มีแรงใจในการลงทุนได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการกระโดดไปความเสี่ยงสูง ซึ่งจะผิดพลาดได้มากกว่า
“เวลาจะลงทุนสินทรัพย์อะไร ต้องเข้าใจก่อนเป็นอย่างดี บางคนเห็นผลตอบเเทนก็วิ่งไปก่อน บางทีอาจไม่ได้ดูความเสี่ยงอะไรเลยด้วยซ้ำ หลักการสำคัญคือ ต้องถามเรื่องของความเสี่ยงก่อนเสมอ ผลตอบแทนค่อยตามมา”
วัยทำงานเริ่มเลย
นสพ.ธนัฐกล่าวว่า คนวัยทำงานเป็นคนที่มีเวลาเหลือในการเก็บเงิน รวมถึงมีรายได้อยู่ สามารถรับความเสี่ยงได้สูงขึ้น แนะนำให้ทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ อาจลงทุนในหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนประหยัดภาษีก็ได้
อีกตัวช่วยหนึ่งของคนวัยทำงานคือ สวัสดิการบางอย่าง เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็เหมือนได้ลงทุนไปในตัวทุกเดือน หลักสำคัญคือ ต้องเริ่มต้นลงทุนให้เร็ว ตั้งแต่เริ่มมีรายได้ก็ควรเริ่มต้นลงทุนเลย
เวลาแบ่งเงินไปลงทุน ควรแบ่งประมาณ 10-15% จากเงินเดือนไปลงทุน หลักการคือกระจายความเสี่ยง ยิ่งสินทรัพย์เยอะเท่าไรยิ่งช่วยได้มากขึ้นเท่านั้น
ค่าใช้จ่ายสุขภาพ ก้อนใหญ่หลังเกษียณ
นสพ.ธนัฐกล่าวว่า หากใครมีเงินเก็บมาก แนะนำให้ซื้อประกันแบบเหมาจ่าย ซึ่งราคาจะอยู่ที่ 2-3 ล้านบาท แต่ถ้าเงินไม่เยอะมาก ให้ทำประกันบางส่วนในโรคที่ไม่หนัก ส่วนโรคที่ต้องนอนโรงพยาบาลอาจใช้สิทธิ 30 บาท แต่ถ้าหากเงินเก็บน้อยมากควรเตรียมไว้ประมาณ 5,000 บาทต่อปี เพื่อทำประกันอุบัติเหตุไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน
เรื่องการเงินเป็นเรื่องที่อยู่กับเราตลอดทั้งชีวิต เป็นทักษะชีวิตเรื่องหนึ่งที่โรงเรียน มหาวิทยาลัยบางที่ไม่เคยสอน สำคัญมาก อยากให้ทุกคน อย่างน้อยเรียนรู้เรื่องการเงินหลังเกษียณเรียนรู้เรื่องรายรับ-รายจ่าย ต้องลงทุนให้เป็น ให้ปลอดภัย ต้องห่างไกลจากมิจฉาชีพ
“ไม่ว่าจะบริหารเงินอย่างไร อย่าลืมบริหารจิตใจ สุขภาพร่างกายต้องเเข็งแรง” นสพ.ธนัฐทิ้งท้าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วางแผนการเงิน วัยเกษียณ-ทำงาน ต้องรู้ ลงทุนให้เป็น ทำรายรับ-รายจ่ายสำคัญ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net