โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] Ferrari โศกนาฏกรรมผู้ก่อตั้งซูเปอร์คาร์ระดับโลก

INN News

อัพเดต 06 มิ.ย. 2567 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 12.12 น. • INN News
Ferrari

ค.ศ. 1957 นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นยุคที่ความเร็วการันตีความรุ่งโรจน์ ผู้ที่ครองความเร็ว คือผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด

Ferrari คือภาพยนตร์ชีวประวัติชายผู้เคยอยู่หลังพวงมาลัย ก่อนจะผันตัวมาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทซูเปอร์คาร์ระดับโลก

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้หยิบยกเรื่องราวในช่วงเวลาหนึ่งของ “เอนโซ เฟอร์รารี่”(นำแสดงโดย อดัม ไดรเวอร์) ใครจะรู้ว่าเบื้องหน้าชีวิตที่ประสบความสำเร็จในเรื่องของธุรกิจ เบื้องหลังอาจจะขมขื่นก็เป็นได้

เรามีโอกาสได้ไปรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ในรอบสื่อมวลชน ส่วนตัวไม่ค่อยดูหนังแนวชีวประวัติสักเท่าไร หากการลำดับเรื่องราวของเราที่จะเล่าหลังจากนี้คลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่โดยรวมเราสรุปให้แล้วในบางช่วงตามลำดับ ส่วนเนื้อหาที่นอกเหนือจากในหนัง เราศึกษาเพิ่มเติมเล็กน้อยเพื่ออิงกับประวัติให้มากที่สุด

หลังจากนี้จะเป็นการบอกเล่าถึงเนื้อหาบางส่วนแถมสปอยล์เล็กน้อย สำหรับใครที่ชื่นชอบหนังแนว Biography หรือซูเปอร์คาร์ เราอยากแนะนำหนังเรื่องนี้ไปดูเถอะ แล้วจะรู้ว่าชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายแน่นอน บอกในฐานะผู้เสพภาพยนตร์ที่เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง :)

[ชวนดูแบบไม่สปอยล์]

สำหรับหนัง Ferrari หนังดำเนินเรื่องเป็นเส้นตรง บอกเล่าเป็นลำดับ โดยหยิบยกจุดสำคัญในชีวิตในแต่ละบทบาท เหตุการณ์สำคัญของ เอนโซน เฟอร์รารี่ มาให้พวกเราได้ชม

โดยเราจะขอหยิบบางส่วนที่สำคัญ น่าสนใจมาเล่า ที่เหลือขอเก็บไว้ให้ทุกคนได้ไปติดตามกันเองในหนังและหลังจากนี้คือเรื่องราวของ เอนโซ เฟอร์รารี่ ม้าปีกเหล็กสัญลักษณ์ซูเปอร์คาร์ระดับโลก…

[จุดเริ่มต้นของชีวิต และตำนานเฟอร์รารี่]

“เอนโซ เฟอร์รารี่”(นำแสดงโดย อดัม ไดรเวอร์)

ย้อนกลับไปในศตวรรษ 50 “เอนโซ เฟอร์รารี่” อดีตนักแข่งรถมือฉมัง ผู้สร้างปรากฏการณ์Formula 1 ให้อยู่ในยุควิกฤต ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยอีโก้และความทะเยอทะยาน เขาสละบทบาทหลังพวงมาลัย ออกมาตั้งทีมนักแข่งรถนามว่า Ferrari ของตัวเอง โดยมีภรรยาสาว “ลอร่า เฟอร์รารี่” (นำแสดงโดย เพเนโลเป ครูซ) ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่หุ้นส่วนคนสำคัญ แต่ทว่า…ใครจะรู้ว่าชีวิตคู่ของทั้งสอง ควบคุมได้ยากยิ่งกว่าพวงมาลัยรถ…

“เอนโซ อันเซลโม เฟอร์รารี่” เกิดที่เมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ในปี ค.ศ. 1898 พอเริ่มจำความได้ เขากลายเป็นชายที่หลงใหลมนต์เสน่ห์ของซูเปอร์คาร์ไปซะแล้ว ถ้าให้พูดเอาเป็นว่ามันอยู่ในสายเลือด เดิมทีเอนโซอาศัยอยู่กับพ่อและพี่ชาย จนกระทั่งทั้งสองเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ ที่กำลังระบาดอยู่ในขณะนั้น

18 ปี เขาต้องยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยว มีเพียงความหลงใหลในรถสปอร์ตเท่านั้น เสมือนเพื่อนรู้ใจของเอนโซ จนเขาอายุ 21 ปี เริ่มหันมาสนใจการแข่งรถอย่างจริงจัง จนเข้าสู่วงการนักบิดมือฉมังที่ใคร ๆ ในยุคนั้น ต่างรู้จักกันดีภายใต้สังกัด “Alfa Romeo” ความเก่งที่เปรียบเสมือนพรสวรรค์มาพร้อมกับพรแสวง ทำให้เขาได้แชมป์ในหลายรายการ

จนกระทั่งสามารถก่อตั้งทีมนามว่า Ferrari ได้ในที่สุด…

แต่ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร เมื่อทุกคนบนโลกชิงความเร็วเพื่อยืนจุดสูงสุดบนถนนเส้นนี้ เหล่าบริษัทมากมาย พยายามทุบสถิติของFerrari… ส่งผลให้การทดสอบความเร็วเริ่มท้าทายขึ้นเรื่อย ๆ รถยิ่งแรง โอกาสได้เปรียบก็ค่อนข้างสูง

ความทะเยอทะยานของ เอนโซ เปรียบเสมือนม้าติดปีก แต่ก็ต้องมาปีกหักเมื่อเกิดอุบัติเหตุกลางสนามประลองความเร็ว ทำให้เขาต้องสูญเสียนักแข่งของตัวเองไป 1 คน สำหรับใครหลายคนภาพอุบัติเหตุครั้งนั้นสยองจนติดตา แต่ไม่ใช่สำหรับเขาคนนี้ เพราะการสูญเสียกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับ เอนโซ…

[การปรากฏตัวของนักแข่งคนใหม่ โชคหรือโศกนาฎกรรม?]

“อัลฟองโซ เดอ ปอร์ติโก”(นำแสดงโดย แกเบรียล ลีโอน)

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นบนสนาม ก่อนการแข่งขันแมตซ์สำคัญที่มิลลิ มิเกลีย (Mille Miglia) สนามอันทรงเกียรติในปี 1957 ผลักดันให้เอนโซ ยอมทุ่มหมดหน้าตัก เขาจ้างสื่อมวลชนหลายสำนัก สร้างข่าวลือเรื่องการปฏิเสธธุรกิจร่วมกับฟอร์ดเพื่อให้เป็นที่สนใจ เพราะในยุคนั้นชื่อเสียงของ Ferrari เริ่มเป็นที่กว้างขวางแล้ว

ส่งผลให้นักธุรกิจมากหน้าหลายตาในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ อยากจะร่วมหุ้นลงทุนกับเอนโซ และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ ชื่อเสียงที่มาพร้อมกับเงินทอง เพื่อขยายธุรกิจของตัวเองให้เติบโต

ช่วงเวลากอบโกยของเอนโซกำลังไปได้สวย ทันใดนั้นนักแข่งรถม้าเร็วคนใหม่ก็ปรากฏขึ้น

“อัลฟองโซ เดอ ปอร์ติโก”(นำแสดงโดย แกเบรียล ลีโอน) ชายหนุ่มที่มาพร้อมรูปโฉมหล่อเหลาและข่าวกุ๊กกิ๊กกับดาราสาวฮอลลีวูด บอกตรง ๆ ว่าการมาของชายคนนี้ ทำให้วงการของเอนโซถึงจุดพลิกผันเลยก็ว่าได้

การปรากฏตัวของ อัลฟองโซ เหมือนโชคชะตากำหนด ความมุ่งมั่นสูบฉีดเขาจนเต็มปอด ชายหนุ่มหมั่นฝึกซ้อมความเร็วบนสนามเพื่อเรียกสายตาจากเอนโซให้สนใจมาที่เขา ว่าเขานี่แหละคือความหวังของทีม Ferrari และชัยชนะบนสนามมิลลิ มิเกลีย อัลฟองโซต้องเป็นที่ 1

[มิลลิ มิเกลีย (Mille Miglia) สนามอันทรงเกียรติ ชี้ชะตา Ferrari]

รถพร้อมคนพร้อมชีวิตหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับคันเร่ง ในวันแข่งขันจริงสื่อมวลชนมากหน้าหลายตา ให้ความสนใจมาที่เอนโซโดยเฉพาะ เรียกว่าวินาทีทอง ทุกสายตาจับจ้องมาที่ทีม Ferrari ก่อนรุ่งสางนักแข่งทุกคนต่างอำลาคนรักของตัวเอง เพราะทุกคนย่อมรู้ดีว่าชีวิตที่ขึ้นอยู่กับเร็ว มีโอกาสที่พวกเขาจะพลาดบนท้องถนนเช่นเดียวกัน

อนาคตของ Ferrari ขึ้นอยู่กับระยะทาง 1,000 ไมล์นับจากนี้ ผู้ชมข้างสนามไม่เว้นแม้แต่เอนโซ เพียงไม่กี่อึดใจรถสปอร์ตก็แล่นออกจากสนามด้วยความเร็ว ตัวเต็งของทีม Ferrari อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ เขาคือชายวัยกลางคน เป็นนักแข่งอีกคนในทีมนามว่า เปโร ทารัฟฟี” (นำแสดงโดย แพทริค เดมป์ซีย์)

เปโร ทารัฟฟี” (นำแสดงโดย แพทริค เดมป์ซีย์)

การเดิมพันด้วยความเร็วดำเนินไปเรื่อย ๆ ทอดยาวไปจนกว่าจะถึงเส้นชัย

ฉากนี้เราจะได้เห็นการแข่งขันรถแบบจริงจัง ที่ต่างคนแทบจะไม่แตะเบรกกันเลย และต่อให้อยู่ภายใต้สังกัด Ferrari ชื่อทีมเดียวกันก็จริง แต่อย่าลืมว่าที่ 1 มีแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น

และแล้วเหตุการณ์ที่ร้ายแรงจนเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตของเอนโซก็เกิดขึ้น โศกนาฏกรรมที่มิลลิ มิเกลีย เมื่อจู่ ๆ นักแข่งทีม Ferrari อัลฟองโซ ชายหนุ่มที่ทุกคนต่างพากันคิดว่านี้ คือชัยชนะของเอนโซแน่นอน

เขาประสบอุบัติเหตุยางแตกระหว่างการแข่งขัน ทำให้รถลอยขึ้นฟ้าอย่างกะทันหันไปชนกับเสาโทรศัพท์ ก่อนจะหล่นลงไปทับกลุ่มคนดูที่ยืนเบียดเสียดดูการแข่งขันอยู่ริมถนน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สยองนี้ราว ๆ 9 คน แน่นอนว่ามีทั้งเด็กและผู้ใหญ่

Photo Credit: Ferrari film

Photo Credit: GETTY IMAGES

(ซากรถเฟอร์รารีจากอุบัติเหตุที่มิลลิ มิเกลีย)

อุบัติเหตุร้ายแรงดังกล่าวส่งผลให้ทางการอิตาลี ประกาศให้การแข่งรถบนถนนสาธารณะเป็นสิ่งผิดกฎหมายทันที ขณะที่เอนโซก็ถูกตั้งข้อหาทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต แม้ว่าจะได้รับการประกาศให้พ้นผิดในภายหลัง

ส่วนชัยชนะในการแข่งขันครั้งนั้น ตกเป็นของเปโรนักขับทีม Ferrariหนุ่มวัยกลางคนมากฝีมือที่สามารถกอบกู้ Ferrariให้เอนโซได้สำเร็จ ท่ามกลางความสูญเสียที่เกิดขึ้น และชัยชนะที่มาพร้อมคราบน้ำตา จากครอบครัวผู้เสียชีวิตข้างสนาม ส่งผลให้เหตุการณ์ที่มิลลิ มิเกลีย กลายเป็นโศกนาฏกรรมของตระกูลเฟอร์รารี่จวบจนถึงทุกวันนี้

[บทบาทชีวิตที่ขมขื่นของผู้ก่อตั้งซูเปอร์คาร์ระดับโลก]

เบื้องหน้าเอนโซคือนายใหญ่ นักธุรกิจไฟแรงที่ประสบความสำเร็จ ส่วนเบื้องหลังคือชายสุดแสนจะธรรมดา มีทั้งรัก โลภ โกรธ หลงและตัณหา ดั่งถนนที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดขนาดใหญ่จนบางทีต้องหักหลบ ใครจะรู้ว่าชีวิตการแต่งงานของเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จเหมือนหน้าที่ การมีชื่อเสียง ผู้คนต่างยกย่อง แท้จริงแล้วคือหน้ากาก เอนโซมีภรรยา เธอชื่อว่า “ลอร่า เฟอร์รารี่”(นำแสดงโดย เพเนโลเป ครูซ)

ทั้งสองแต่งงานมีลูกชายด้วยกัน 1 คน หนังหยิบยกช่วงเวลาของครอบครัวนี้ในพาร์ทที่มีความสุข มาให้เราได้รับชมไม่กี่นาที ก่อนเฉลยสาเหตุความขมขื่นที่เกิดขึ้นกับชีวิตคู่ ด้วยการจากไปของลูกชายพวกเขา ที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้อเสื่อม ส่งผลให้เขาจากไปในวัย 24 ปี ทายาทหนึ่งเดียวของอาณาจักร Ferrariเป็นอันต้องเสียชีวิตลง

เมื่อขาดเชือกแห่งสายสัมพันธ์ เอนโซหายหน้าไปจากธุรกิจของตัวเองสักพักใหญ่…

“ลอร่า เฟอร์รารี”(นำแสดงโดย เพเนโลเป ครูซ)

หนำซ้ำปัญหาชีวิตคู่ก็เกิดความระหองระแหง การจะหาที่พึ่งทางใจอีกหนึ่งก็คงไม่แปลกสำหรับเอนโซ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขามีโอกาสได้รู้จักกับ “ลีนา ลาร์ดี”(นำแสดงโดย เชลีน วูดลีย์) ระหว่างต้องไปปฏิบัติหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ แทบจะไม่ได้จับต้องธุรกิจของตัวเองเลย

ความใกล้ชิดก่อตัวเป็นความรัก จนกระทั่งลีนาตั้งท้องกับเอนโซ จุดนี้หลายคนคงคิดว่าเหมือนฟ้าผ่ากลางอกมาที่ชายหนุ่ม แต่เปล่าเลยเขากลับดีใจราวกับถูกรางวัล ทั้งสองใช้ชีวิตแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ ถ้าเรียกตามประสาชาวบ้าน ก็คือคบชู้สู่ชายกันนานนับปี

จนกระทั่ง“ปิเอโร ลาร์ดี” ลูกชายของเอนโซ และ ลีนา โตจนจำความได้ ในขณะเดียวกันเอนโซก็ไม่ได้หย่าขาดกับลอร่า เพราะในยุคนั้นการหย่าถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายของอิตาลี

“ลีนา ลาร์ดี”(นำแสดงโดย เชลีน วูดลีย์)

[การตัดจบของหนังที่ทิ้งทายการจากไปของ เอนโซ เฟอร์รารี]

ก่อนหนังจะจบลงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พาร์ทนี้เป็นการประชันบทระหว่างเอนโซกับลอร่าโดยเฉพาะ ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างดุเดือดลอร่าถ่ายทอดบทแม่ผู้แหลกสลายทั้งกาย และจิตใจ ให้เอนโซรับรู้ว่าเธอเองก็เจ็บปวดไม่แพ้เขาเหมือนกัน

สามีที่เบื้องหน้ามีแต่ธุรกิจ โดยลืมไปว่าธุรกิจที่เขาหมายมั่นปั้นมือ ลอร่าเองก็มีส่วนทำให้มันประสบความสำเร็จเช่นกัน แต่สิ่งที่เธอได้รับคือการรู้ว่าสามีของเธอ แอบอยู่กินกับเมียนอกกฎหมายนานนับปี แถมยังให้กำเนิดลูกชายสุขภาพแข็งแรงอีกด้วย

ยื้อก็เหมือนจะยิ่งเหนื่อย หากความสัมพันธ์ไปต่อไม่ได้ ลอร่าไม่ได้ขอให้เอนโซนั้นเลือกเธอเลย สิ่งที่เธอต้องการคือห้ามให้ ปิเอโร ลูกของลีนา ใช้นามสกุลเฟอร์รารี่โดยอันขาด หากจะให้เด็กชายเข้ามาอยู่ในวงศ์ตระกูล จะต้องรอจนกว่าเธอหมดลมหายใจเท่านั้น

เอนโซถือบ่วงที่เรียกว่าทะเบียนสมรสเอาไว้เพราะยุคนั้นมีกฎหมายห้ามหย่าร้างกันในอิตาลี จนกระทั่งถูกยกเลิกภายหลังในปี 1970 ส่วนลอร่าเธอเสียชีวิตในปี 1978

เอนโซจึงประกาศให้ปิเอโรเป็นทายาทอาณาจักรเฟอร์รารี่ทันที…

[ไว้อาลัยชายผู้เปรียบเสมือนม้าเหล็กติดปีกวงการซูปเปอร์คาร์]

“เอนโซ เฟอร์รารี”

“เอนโซ เฟอร์รารี”(นำแสดงโดย อดัม ไดรเวอร์)

หลังหนังจบได้มีการบอกกล่าวถึงช่วงที่เอนโซ เฟอร์รารี่ เสียชีวิตในวันที่ 14 สิงหาคม 1988 ขณะอายุ 90 ปี ส่วนบั้นปลายชีวิต เขาขายหุ้นบริษัท 90 เปอร์เซ็นต์ให้กับ Fiat โดยที่ลูกชาย ปิเอโร ถือหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ และยังได้ครองตำแหน่งรองประธานบริษัทอีกด้วย

[ความเซอร์ไพร์สของหนัง]

ถ้าให้พูดจุดที่ว้าวเราคิดว่ายาก เพราะหนังชีวประวัติใคร ๆ ก็รู้ดีว่าต้องถ่ายทอดมาจากเรื่องจริง บอกตรง ๆ เราค่อนข้างเซนซิทิฟพอสมควร เพราะกลัวจะเล่าคลาดเคลื่อนแต่ทั้งนี้เราก็มีศึกษานอกเหนือจากในหนังเพิ่มเติมอยู่บ้าง เพื่อให้ตอนจบทุกคนจะได้เข้าใจตรงกัน

และแน่นอนเราลงเอยแบบเดิมเลย คือแนะนำให้ทุกคนไปดูแล้วจะสัมผัสถึงการแข่งขันรถที่เดิมพันด้วยชีวิตจริง ๆ ในยุคนั้น มันต่างจากปัจจุบันที่เราอยู่อย่างสิ้นเชิง

[จุดเด่นของ Ferrari สำหรับมะกอกเน่า]

-เป็นหนัง Biography เล่าเกี่ยวกับเฟอร์รารี่ได้น่าสนใจ

-ฉากการแข่งขันใช้มุมกล้องดีมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่หลังพวงมาลัยจริง ๆ หวาดเสียวและอินไปตาม ๆ กัน

[จุดสะดุดของ Ferrari สำหรับมะกอกเน่า]

-หนังไม่มีเกริ่นก่อนเลยว่าจะจบ จู่ ๆ ก็จบแบบอ้าว…

-อยากเห็นตัวละคร อัลฟองโซ แสดงความสามารถมากกว่านี้หรือบอกประวัติก่อนมาเข้าทีมเล็กน้อย

-ฉากอุบัติค่อนข้างสยอง ทำได้ดีเลยทีเดียว 555 เราคอหนังสยอง แต่ถ้าใครเซนซิทิฟก็ระวัง ๆ หน่อย

สำหรับคะแนนเรื่องนี้เราให้ 8/10 ไม่ต้องถามหาอีก 2 คะแนน เอาเป็นว่าไปดูเถอะ ใช้ความรู้สึกผ่านสายตาบ้าง ไม่ต้องคิดเยอะนะชาวด้อมมะกอก :) สุดท้ายขอไว้อาลัยให้กับ อัลฟองโซ เดอ ปอร์ติโก นักแข่งในนาม Ferrariที่จบชีวิตลงอย่างกะทันหันบนสนามอันทรงเกียรติ

หากเป็นผู้ที่ได้ใช้ชีวิตต่อ จงอย่าลืมคนที่จากไป…”

#มะกอกเน่ารีวิว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...