โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BITE SIZE : ใช้ Mobile Banking ทำธุรกรรมอะไร ต้องสแกนใบหน้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2566 เวลา 11.00 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2566 เวลา 01.00 น.

Prachachat BITE SIZE โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ผู้ใช้โมบายแบงกิ้งน่าจะวุ่นวายกับการไปที่ธนาคารอยู่พอสมควร เพราะตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลายธนาคารประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าไปที่สาขาของธนาคารหรือช่องทางต่าง ๆ ที่กำหนด เพื่อยืนยันตัวตน ถ่ายรูปใบหน้า หรืออัพเดตข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อรองรับกฎเกณฑ์ใหม่ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 เป็นต้นไป

หลายคนอาจจะสงสัย หรือยังไม่ทราบว่า จะต้องไปอัพเดตทำไม ถ้าไม่อัพเดตจะใช้งานโอนจ่ายเงินผ่านมือถือได้หรือไม่ ?

ทำไมต้องสแกนใบหน้า ?

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2565 มีเคสลูกค้าธนาคารที่ใช้โมบายแบงกิ้งถูกดูดเงิน เงินหาย มีรายการโอนเงินออกทั้งที่ไม่ได้ทำธุรกรรมเองเป็นจำนวนมาก ชนิดที่ว่า มีเคสเกิดขึ้นรายวัน มีคนโดนหลอกแทบทุกวัน

ชัชวัฒน์ อัศวรักวงศ์ ประธานกรรมการ ศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัย เทคโนโลยี สารสนเทศภาคการธนาคาร (TB-CERT) กล่าวว่า เริ่มเห็นเคสความเสียหายกรณีแอปดูดเงินตั้งแต่กลางปี 2565

ขณะที่สมาคมธนาคารไทย เผยถึงมูลค่าความเสียหายต่อประชาชน กรณีถูก “แอปดูดเงิน” ว่าอยู่ที่กว่า 500 ล้านบาท (ณ สิ้นปี 2565) แต่คาดว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้น

ทำให้ทั้งสมาคม ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ธนาคารรัฐต้องหามาตรการต่าง ๆ เพื่อให้การทำธุรกรรมปลอดภัยยิ่งขึ้น หนึ่งในนั้น คือ การสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน เมื่อทำธุรกรรมตามที่แบงก์ชาติกำหนด

ธุรกรรมแบบไหน ต้องสแกนใบหน้า ?

ธุรกรรมแบบไหน ที่แบงก์ชาติกำหนดให้ต้องสแกนใบหน้า แบงก์ชาติกำหนดไว้ 3 เงื่อนไข คือ

  • โอนเงินเกิน 50,000 บาท/ครั้ง
  • โอนเงินรวมกันเกิน 200,000 บาท/วัน
  • การปรับเพิ่มเพดานการโอน วงเงินตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป/ครั้ง

หากทำธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไขข้างต้น จะต้องทำการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรม

และนับตั้งแต่สิ้นเดือนเมษายนเป็นต้นมา แบงก์ต่าง ๆ รวมถึงผู้ให้บริการ e-wallet ก็เริ่มแจ้งให้ลูกค้าเข้าไปที่สาขา เพื่ออัพเดตข้อมูล และ ดำเนินการถ่ายภาพใบหน้าเก็บไว้แล้ว

วิธีเช็กสถานะข้อมูลใบหน้ากับธนาคาร

หลังจากการประชาสัมพันธ์ของธนาคาร ถึงการให้ลูกค้าอัพเดตข้อมูล หรือเก็บภาพใบหน้า ลูกค้าหลายคนเกิดความสงสัยว่า เราจะรู้ได้ยังไงว่ามีข้อมูลใบหน้าในฐานข้อมูลของธนาคารแล้ว ?

หลายธนาคารแนะนำวิธีการเช็กสถานะข้อมูลใบหน้าแบบง่าย ๆ คือ ให้เข้าไปที่เมนูสมัครบริการ NDID ซึ่งตำแหน่งของเมนูดังกล่าวจะแตกต่างกัน บางแอป จะอยู่ที่หน้าแรก บางแอป ต้องไปเข้าจากเมนูอื่น

คำถามต่อมาคือ เช็กผ่านเมนูสมัคร/รายละเอียด NDID เท่ากับรู้ว่ามีข้อมูลใบหน้ากับธนาคารแล้วได้ยังไง ?

ระบบ NDID เป็นระบบยืนยันตัวตนสำหรับการทำธุรกรรมกับหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ข้อมูลใบหน้าเหมือนกัน และต้องมีข้อมูลใบหน้าก่อนการสมัครหรือใช้บริการเหมือนกัน ก็สามารถตรวจสอบได้ทันที

แต่มีธนาคารอื่น ๆ ที่มีวิธีแจ้งไปยังลูกค้าโดยตรง ดังนี้

  • ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ส่งข้อความแจ้งสถานะของแต่ละคนผ่านแอป ttb touch โดยตรง พร้อมบอกสถานะการมีข้อมูลใบหน้าว่า ใครมีข้อมูลใบหน้าแล้ว ใครยังไม่มี ข้อมูลใครยังไม่อัพเดต
  • ธนาคารกรุงเทพ แจ้ง SMS ไปยังลูกค้าที่ต้องไปยืนยันเก็บภาพใบหน้าที่สาขา

อย่างไรก็ตาม มีหลายธนาคารออกมาให้ข้อมูลว่า ลูกค้าที่เพิ่งเปิดบัญชีใหม่ หรือลูกค้าส่วนใหญ่ที่ทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีการเก็บข้อมูลใบหน้าอยู่แล้ว ก็สามารถใช้งานต่อเนื่องได้เลย

ถ้ายังไม่มีข้อมูลใบหน้า ทำอย่างไร ?

สำหรับใครที่ยังไม่มีข้อมูลใบหน้า ไปที่สาขาของธนาคารนั้น ๆ สาขาใกล้บ้านได้เลย ไม่จำเป็นต้องเป็นสาขาที่เปิดบัญชี แล้วนำบัตรประชาชนไปด้วย เพื่ออัพเดตข้อมูล

แต่ถ้าไม่สะดวกไปที่สาขา บางธนาคารมีช่องทางอื่น ๆ รองรับ เช่น ธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย ลูกค้าที่ยังไม่มีข้อมูลใบหน้า สามารถนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตนที่ตู้ ATM ได้

ลูกค้าธนาคารกรุงไทย ไปยืนยันที่ตู้ ATM เครื่องสีเทา จอสัมผัส หรือสังเกตที่ตู้ ATM จะมีคำว่า Confirm ID โดยเมื่อยืนยันตัวตนแล้ว ข้อมูลใบหน้าจะถูกเก็บไว้ทั้งแอป Krungthai Next และแอป เป๋าตัง

ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ไปยืนยันที่ตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์ K Check ID

หรือสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนผ่านแอป โดยตอนนี้มี 2 ธนาคาร ที่ประกาศว่าสามารถทำได้ คือ ธนาคารกสิกรไทย และทีทีบี

ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย เข้าไปที่แอป K PLUS เลือกเมนูตั้งค่า แล้วไปที่ “ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้ากับธนาคาร” ก็ทำการเก็บข้อมูลใบหน้าได้เลย แต่ถ้ามีข้อมูลใบหน้าแล้ว ระบบจะแจ้งทันที

ขณะที่ทีทีบี ระบุว่า จะเริ่มใช้งานการสแกนใบหน้า ทำธุรกรรมตามที่กำหนด ตั้งแต่กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป และจะเริ่มให้อัพเดตข้อมูลใบหน้า ผ่าน ttb touch ตั้งแต่กรกฎาคม 2566 เช่นกัน

ถ้าไม่สแกนใบหน้าเก็บไว้ในระบบธนาคาร จะยังใช้แอปได้หรือไม่ ?

ดร.ชาลี อัศวธีระธรรม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB DBank) ให้ข้อมูลว่า ลูกค้าที่ไม่อัพเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หากต้องการทำธุรกรรมการเงิน และเข้าข่ายภายในเงื่อนไข 3 ข้อข้างต้น จะไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินดังกล่าวได้ ส่วนกรณีลูกค้าที่ทำธุรกรรมไม่ได้เข้าข่ายเงื่อนไข 3 ข้อยังคงสามารถทำธุรกรรมการเงินได้ปกติ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ เพื่อการใช้โมบายแบงกิ้งที่ปลอดภัย คือ ไม่กดลิงก์แปลก ๆ หรือลิงก์ที่อ้างว่าเป็นธนาคาร เพราะธนาคารเลิกส่งลิงก์แนบ SMS แล้ว และไม่โหลดแอปแปลก ๆ หรือโหลดจากที่อื่นที่ไม่ใช่ App Store แต่หากตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพแล้ว รีบติดต่อ Hotline ของธนาคาร และรีบแจ้งความให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยหยุดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ชมรายการ Prachachat BITE SIZE EP.3 ที่ https://youtu.be/IXCbQzmBVT0

youtube
youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...