โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยทรุด แห่ปรับลดจีดีพี

Thairath Money

อัพเดต 02 พ.ค. 2568 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2568 เวลา 14.52 น.
ภาพไฮไลต์

การประกาศจัดเก็บภาษี (reciprocal tariffs) หรือภาษีตอบโต้ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เพราะมีความไม่แน่นอนสูงมาก ทำให้ธนาคารโลก (World Bank) ได้ปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้ 2568 เหลือโต 1.6% ปรับลดลงจากเมื่อเดือน ก.พ. 2568 ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 2.9%

ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ยังได้ปรับลดการเติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้เช่นเดียวกัน ลดลงเหลือ 1.8% จากเมื่อเดือน ม.ค. 2568 คาดการณ์ไว้ที่ 2.9% นอกจากนี้สถาบันการเงินอีกหลายแห่งก็ได้ปรับลดการเติบโตเศรษฐกิจไปไม่ถึง 2% เช่นเดียวกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยเหลือ 2.1% จากเดิมประมาณการไว้ 3% ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 2% เหลือ 1.3%

หลายสำนักที่เกี่ยวข้องการประมาณการเศรษฐกิจ ได้ปรับลดจีดีพีประเทศไทยแล้ว จึงถือเป็นสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลไทยต้องเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยให้เติบโต หากไม่เร่งดำเนินการใดๆ เศรษฐกิจไทยอาจโตต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับการปรับลดความน่าเชื่อถือ ปรับลดเครดิตประเทศไทยลงอีก เริ่มจากบริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส (Moody’s) ได้ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของประเทศไทย จากปัจจุบันมีเสถียรภาพ (Stable) เป็น Negative หรือเชิงลบแล้ว

อีกทั้งยังปรับลดมุมมอง (outlook) อันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงิน 7 แห่งของไทยเป็น "เชิงลบ" (negative) จาก "มีเสถียรภาพ" (stable) อีก ถือเป็นการซ้ำเติมความเชื่อมั่นและเครดิตประเทศไทย การปรับลดมุมมองอันดับเครดิตครั้งนี้สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศไทยที่อ่อนแอลงอีก

การปรับลดจีดีพีของไทยสอดคล้องกับเสียงบ่นของประชาชนคนไทย เป็นยุค “ข้าวยากหมากแพง” แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ราคาหมูแพง ค่าไฟแพง ฯลฯ

ขณะที่คนไทยเป็นหนี้ครัวเรือนสูงมากราว 16 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็น 91% ของจีดีพี ขณะที่รัฐบาลมีภาระหนี้สาธารณะอยู่ที่ 12.004 ล้านล้านบาท คิดเป็น 64.21% ของจีดีพี

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจที่ไม่อาจมองข้ามได้ เพราะเศรษฐกิจไทยป่วย…หลายโรคมาก ดังนั้นรัฐบาลไม่ควรนิ่งนอนใจ…หรือตัดสินใจเชื่องช้าได้อีกต่อไป ควรเร่งหามาตรการรับมือให้ทันท่วงที ผ่อนหนักให้เป็นเบา เพราะปัญหาปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทย ดีกว่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามไปเรื่อยๆ จนสั่นคลอนสถานะรัฐบาล

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...