โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตำรวจโคราชกวาดล้างหนัก บุหรี่ไฟฟ้า-น้ำกระท่อม

INN News

อัพเดต 22 ก.พ. 2568 เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2568 เวลา 04.45 น. • INN News

ตำรวจโคราชกวาดล้างหนัก บุหรี่ไฟฟ้า-น้ำกระท่อม จับแล้ว 187 คดี ผู้ปกครองหวั่นซ้ำรอยบุรีรัมย์ วอนรัฐจัดการเด็ดขาด

กรณีที่เกิดขึ้นในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้จุดประเด็นความกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำกระท่อมในกลุ่มเยาวชน หลังมีนักเรียนชั้นประถมและมัธยมถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลถึง 3 รายจากการใช้สารเสพติดเหล่านี้ และมีข่าวลือว่าอาจมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้ปกครอง โดยเฉพาะครอบครัวของเด็กหญิงรายหนึ่งที่เพิ่งทราบว่าหลานสาวแอบสูบบุหรี่ไฟฟ้ามานานกว่า2 ปี ผู้ปกครองจำนวนมากออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง

ล่าสุด วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2568) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจซอย 30 กันยา อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้สถานศึกษา ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง พบว่าร้านค้าหลายแห่งที่เคยจำหน่ายน้ำกระท่อมและบุหรี่ไฟฟ้าได้ปิดตัวลงทั้งหมด บางร้านเปลี่ยนไปเปิดเป็นร้านเสริมสวย ร้านขายอาหาร และเครื่องดื่มแทน สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์ของมาตรการควบคุมและกวาดล้างจากเจ้าหน้าที่

พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีร้านค้าที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายน้ำต้มใบกระท่อมถูกต้องตามกฎหมาย 186 แห่ง แต่ปัญหาสำคัญคือการลักลอบจำหน่ายให้เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าหลายร้านลักลอบผสมยาแก้แพ้ลงในน้ำกระท่อมเพื่อเพิ่มฤทธิ์มึนเมา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค

ตำรวจนครราชสีมาได้ดำเนินการปราบปรามร้านค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจับกุมผู้กระทำผิดเฉลี่ยเดือนละ 20 ราย ส่งผลให้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ถึงปัจจุบัน มีการดำเนินคดีไปแล้วกว่า 187 คดีหลายร้านถูกสั่งปิดนานถึง 5 ปี โดยเฉพาะร้านที่จำหน่ายให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งต้องห้ามโดยเด็ดขาดภายใต้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 การมีไว้เพื่อจำหน่ายถือเป็นความผิดร้ายแรง ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...