ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ยันแม่ ด.ญ.10 ขวบไม่รู้เรื่องจริงๆ ลูกร้องไห้บอกแม่อย่าทิ้งหนู เล่าวันจับพิรุธพ่อเลี้ยง
ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ยันแม่ ด.ญ.10 ขวบไม่รู้เรื่องจริงๆ เข้าใจผิดว่าลูกโกหก ลูกร้องไห้บอก "อย่าทิ้งหนูนะ หนูอยากอยู่กับแม่" เผยคำพูดพ่อเลี้ยง วันที่คุยโดยไม่มีนักข่าว
จากกรณี น.ส.เอ (นามสมมติ) แม่วัย 35 ปี ร้องเรียนว่าลูกสาว วัย 10 ขวบ ถูกชาย 3 คนเรียกออกไปข้างโรงเรียนแล้วย่ำยีทารุณ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา บริเวณริมคลองข้างโรงเรียน อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ก่อนที่พ่อเลี้ยงจะถูกออกหมายจับ อ่านข่าว ดีเอ็นเอมัดตัว พ่อเลี้ยงขืนใจลูก 10 ขวบ แม่ยอมรับผล แจงปมเข้าข้างสามีมากกว่า
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 22 ก.พ.68 น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง หรือ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง กล่าวว่า วันแรกที่ตนจับได้ว่ามีพิรุธ เรื่องผู้ชาย 3 คน ตอนแรกเห็นข้อความก็ตกใจ แต่พอได้คุยกับแม่เด็กจนรู้สึกว่ามันแปลกตรงที่ความรู้สึกของคนเป็นแม่ ควรจะต้องมีความเสียใจร้องไห้ แต่ตอนนั้นตนไม่ได้โฟกัสว่าคนในบ้านเป็นคนทำ
จากนั้นตนได้ไปพูดคุย ลงพื้นที่ไปดูสถานที่เกิดเหตุที่พ่อเลี้ยงอ้างว่าตรงนี้เป็นบริเวณที่น้องชี้ว่าอาจจะเกิดเหตุได้ รวมถึงไปไล่ดูกล้องวงจรปิด จึงได้ตัดเรื่องผู้ชาย 3 คนออกไป ตนมองว่า 80% ชายทั้ง 3 นี้ ไม่น่าจะมีอยู่จริง
วันนั้นตนทราบถึงไทม์ไลน์ของแม่ ช่วงเวลาที่แม่ไปส่งน้องเสร็จแล้ว ไม่มีใครอยู่กับน้องนอกจากพ่อเลี้ยง เพราะว่าแม่ไปทำโอทีระหว่าง 6 โมงเย็น ถึง 3 ทุ่ม ต่อมาวันที่ 13 ก.พ. ตนลงพื้นที่รอคุยกับพ่อและแม่ของน้องโดยไม่มีนักข่าว เพราะอยากรู้ว่าเขามีอะไรที่ปิดบังไหม ซึ่งตนจะพยายามโทรย้ำกับแม่น้องว่า มีอะไรที่ยังไม่พูดไหม มีอะไรที่พูดไม่ได้ไหม หรือมีอะไรที่รู้แล้วไม่กล้าพูดไหม แต่แม่ก็บอกว่า "ไม่มีนะพี่ หนูพูดหมดแล้ว"
ระหว่างที่ตนรอแม่และพ่อเลี้ยงของน้องกลับมา จากการไปเยี่ยมลูกที่โรงพยาบาล ตนรออยู่แถวบ้าน พอกลับมาถึง คนที่มีพิรุธคือตัวพ่อเลี้ยง มาถึงปุ๊บ สั่งให้เมียอัดวิดีโอตนไว้ ตนก็บอก "ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องกลัวหรอก พี่ไม่ทำอะไรหรอก" ทางผู้ใหญ่บ้านก็เลยช่วยประสานให้มาคุยกันที่บ้านผู้ใหญ่ ว่ามีอะไรไหมที่อยากจะพูดออก มาพอไปนั่งคุยกัน คนเป็นแม่ก็จะพูดตามสไตล์เขา ถามปุ๊บตอบเลยโดยไม่ได้คิด แต่ตัวพ่อเลี้ยงจะนั่งกังวลอยู่ข้างๆ พร้อมพยายามจะพูดแทรกว่า "มันเป็นแบบนี้นะพี่ ผมมีหลักฐานที่น้องยอมรับแล้วว่าเกิดเรื่องตรงไหนอะไรยังไง"
ซึ่งย้อนไปอีกวันนึงก่อนที่พ่อเลี้ยงน้องจะบอกว่ามีหลักฐาน ตัวพ่อเลี้ยงพยายามโทรหาตน ผู้กำกับและอีกหลายคนว่า เขาได้หลักฐานที่น้องสารภาพว่าเรื่องราวมันเกิดที่ตรงไหน ตนก็บอกให้เขาส่งมาให้ฟังหน่อยแต่เขาก็ไม่ส่ง จนวันที่ตนไปเจอเขา พอบอกให้เขาเอาหลักฐานดังกล่าวมาเปิดใหัตนฟัง ด้านพ่อเลี้ยงก็ยังคงปฏิเสธว่า "ไม่ได้ ผมจะให้ตำรวจคนเดียวเท่านั้น ผมไม่ให้ใครแล้ว ผมไม่เชื่อใจใครแล้ว" พร้อมโวยวายใส่ตน
ตนก็บอกให้ใจเย็นๆ ถ้าคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ ตอนนี้ไม่มีใครแล้ว มีแค่ตนกับผู้ใหญ่บ้านนั่งกันอยู่ สุดท้ายพ่อเลี้ยงเปิดหลักฐานที่อ้างมา ตนก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร ได้ยินแต่เสียงสองผัวเมียที่สื่อสารกัน เสียงเด็กมีแต่ลมหายใจที่เค้าใส่เครื่องพันธนาการอยู่ ตนก็เลยทำการจับโป๊ะได้
คืนนั้นตนก็คุยกับทีมงานว่า ไม่ใช่แล้ว ต้องเป็นคนในครอบครัวแล้วแหละ แต่ตนก็ยังไม่กล้าฟันธงว่าเป็นพ่อเลี้ยงหรือเปล่า จนตำรวจทำงานกันอย่างรวดเร็ว ตนเชื่อว่าตำรวจได้หลักฐานมาตั้งแต่ 1-2 วันแรก แต่ในการดำเนินการ อาจจะยังบอกทางตนไม่ได้ทั้งหมด
ต่อมาแม่ของน้องไปออกรายการที่ช่องหนึ่ง ตนก็ได้พยายามย้ำแม่อีกครั้งว่า ทำไมแม่ถึงยังเชื่อว่าลูกโดนชาย 3 คนกระทำแม่ก็บอกว่า "ก็ลูกชอบโกหก" ซึ่งในเมื่อลูกชอบโกหก ทำไมแม่ยังเชื่อ ในเมื่อลูกเป็นคนบอกหมอ แปลว่าลูกโกหกเฉพาะกับแม่เหรอ ทำไมถึงเชื่อว่าลูกบอกหมอเป็นเรื่องจริง เพราะจากที่ตนดูไทม์ไลน์แล้ว มันไม่มีชาย 3 คนดังกล่าวนะ แต่ตัวแม่ก็ยังเชื่อแบบนั้น จนจบรายการ
ตนเลยไปบอกแม่น้องว่า "หนูตั้งสติ ลองมาเชื่อลูกสักครั้งหนึ่ง" ในความรู้สึกตน ตนมั่นใจแล้วว่าคนกระทำคือพ่อเลี้ยงแต่พูดไม่ได้ ตนจึงพยายามสะกิดแม่ว่าลองมาเชื่อลูกสักครั้ง พอวันถัดมา แม่น้องก็บอกว่าตอนนี้ 50 50 ซึ่งก็มีไทม์ไลน์ที่ตอนนี้ตนยังพูดไม่ได้เพราะอยู่ในสำนวน อีกทั้งตัวพ่อเลี้ยงเองก็ยังไม่รับสารภาพ และตำรวจเองยังต้องใช้หลักฐานพยานต่างๆที่ยังพูดไม่ได้ ต้องไปสู้กันในชั้นศาลต่อไป
ต่อมาเมื่อวาน ทางตนได้ทราบเรื่องจากทางทีมสหวิชาชีพชลบุรี แม่ได้ไปเยี่ยมน้องแล้วก็เชื่อแล้ว เพราะแม่พูดเองว่า ถ้าหลักฐานชี้ชัดว่าสามีทำ แม่ก็จะไม่เอา แม่ไปเยี่ยมน้องแล้วก็ได้คุยกับลูกเอง ได้คุยและถามเองจากปากตัวเอง ฟังจากหูตัวเอง ซึ่งน้องก็ยอมพูดกับแม่ แล้วก็บอกหมดว่าใครเป็นคนทำน้อง พอทราบตรงนั้นแม่ร้องไห้หนักมาก ตัวลูกเองก็ร้อง มีภาพที่ปาดน้ำตา เช็ดน้ำตาให้กันระหว่างแม่ลูก มีภาพที่น้องจับมือแม่และบอกแม่ว่า "อย่าทิ้งหนูนะ หนูอยากอยู่กับแม่"
คนที่ติดตามข่าวหรือแม้แต่ตนในตอนแรกก็อาจจะมองว่า แม่เชื่อใจหรือไว้ใจได้เหรอ อาจจะรู้สึกโกรธว่าทำไมแม่ไม่โฟกัสว่าทำยังไงลูกถึงจะหาย มีชีวิตตามปกติได้ แต่กลับไปโฟกัสในการหาพยานหลักฐานเพื่อช่วยสามีตัวเอง ซึ่งตนมองว่าเราไม่รู้ความสัมพันธ์ของเขาก่อนหน้านี้ แต่ตนเชื่อว่า เด็กยังไงก็ต้องโหยหาคนในครอบครัว สุดท้ายแล้วเด็กก็ต้องการคนเป็นแม่ ทำให้เห็นว่าแม่อาจจะคิดได้ช้าไป
แต่ ณ วันนี้แม่คิดได้แล้ว ทางทีมสหวิชาชีพและผู้กำกับเองก็พร้อมที่จะซัพพอร์ตอยู่แล้ว ในเรื่องของการที่แม่จะต้องกลับมาดูแลลูก ในระหว่างที่น้องต้องรักษาตัว สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)ก็ต้องคอยประกบและประเมินคุณแม่อีกทีหลังจากนี้ ในการเลี้ยงดูลูกว่าจะต้องดูแลยังไงเพราะน้องไม่เหมือนเด็กปกติแล้ว ต้องเอาลำไส้เทียมยัง ต้องเปิดหน้าท้องอีกหลายเดือน
ล่าสุดด้านทีมสหวิชาชีพชลบุรี รวมทั้งผู้กำกับได้เอาตุ๊กตาไปให้น้อง เนื่องจากน้องบอกว่าอยากได้กล่องจุ่ม ตามภาษาเด็กจังหวัด ด้วยฐานะที่บ้านอาจจะไม่ได้มีกำลังซื้อ ทางทีมก็เลยซื้อมาให้น้องก่อน ผู้กำกับก็ซื้อแคร์แบร์ตัวใหญ่มาเกทับ น้องจะได้เอาไว้กอดเวลาที่ต้องรักษาตัว แต่ตอนนี้คนฝากของมาให้น้องกับตนมาเยอะมาก ทั้งแคร์แบร์ หมีเนย กล่องสุ่ม
ซึ่งตนก็คุยกับทางทีมว่า ถ้ามันมากจนเกินไป จะขอส่งต่อให้กับน้องๆที่อยู่ในโรงพยาบาลที่ถูกกระทำแบบนี้เหมือนกันกับน้องคนนี้ ให้มีการแบ่งปัน
พร้อมบอกน้องว่า ให้น้องแบ่งปันกับเพื่อนๆที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ซึ่งน้องก็โอเค ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก จากตอนแรกที่ทุกคนเครียดหมด พอทุกอย่างมันคลี่คลาย ก็พยายามโฟกัสที่ตัวเด็กให้มากที่สุด ตอนนี้ผลออกหมดแล้ว แต่ยังต้องมีการต่อสู้กันต่อไป ฉะนั้นเรื่องของผลตรวจร่างกายดีเอ็นเอหรืออะไรก็ตามแต่ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากจะลงลึกไปมากกว่านี้เพราะว่าทางพ่อเลี้ยงยังปฏิเสธ
ส่วนเรื่องที่ทางพ่อเลี้ยงอ้างว่า ไปอาบน้ำ ดีเอ็นเอก็เลยกระเด็นใส่ตัวน้อง ตนมองว่า การศึกษาหาความรู้เป็นสิ่งสำคัญมาก ในเรื่องของการที่จะมาวิเคราะห์ หรือพูดเองเออเอง ถ้าไม่มีอะไรในตัวน้อง จะไปตรวจดีเอ็นเอทำไม พ่อเลี้ยงอ้างว่าขี้ไคลเฉยๆ ตนไม่ทราบหรอกว่า ตำรวจจะไปเจอดีเอ็นเอพ่อเลี้ยงตรงไหน ส่วนไหน อุปกรณ์ไหน เกี่ยวกับน้องหรือเปล่า แต่ตนมองว่าตัวพ่อเลี้ยงรีบร้อนแก้ตัวเกินไปหรือเปล่า ไม่มีใครพูด ไม่มีใครถามเลยนะวันนั้น แต่ว่าตำรวจเอาเขาไปตรวจ
เขาก็อ้างขึ้นมาเลยว่าดีเอ็นเอเขามาจากเขาอาบน้ำ ถูขี้ไคลเยอะ ก็เลยกระเด็นไปโดนเสื้อผ้า ซึ่งตนฟังแล้วก็รู้สึกว่า ปล่อยให้เขาพูดไปดีกว่า สุดท้ายแล้วผลมันออกมาก็ชัดเจน ต่อให้ไม่มีดีเอ็นเอในตัวเด็ก ศาลท่านจะเชื่อผู้เสียหายอยู่แล้วยิ่งถ้าเป็นเด็ก ในการสอบสวนเด็กจะไม่ได้เอาน้องมานั่งอัดคลิปแล้วให้เด็กพูด จะมีทีมสหวิชาชีพชลบุรีซึ่งขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องการสอบเด็ก รวมถึงเจ้าพนักงานอัยการ มีทั้งท่านผู้กำกับหลายๆองค์กรที่กว่าจะคัดกรองขึ้นสู่ชั้นศาล เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งตนมั่นใจว่าเรื่องนี้ไม่มีหลุดแน่นอน
โดยเรื่องนี้ถึงแม้ว่าพ่อเลี้ยงจะปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้มีบุคคลอื่นที่เข้ามาเป็นบุคคลน่าสงสัยเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าแม่ของไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจริงๆ แม่ไม่รู้จริงๆ ตอนแรกทุกคนรวมถึงตนก็มองว่าแม่ทำหรือไม่ แม่ไปทำอะไรให้น้องเกิดอุบัติเหตุหรือเปล่า แต่พอเข้าไปพูดคุยไป แม่น้องก็เหมือนคนนึงที่เชื่อในคนรักของตัวเอง ซึ่งเราเห็นอยู่แล้วในข่าวเวลาลูกถูกล่วงละเมิด แม่ก็จะเชื่อผัวใหม่ เชื่อพ่อแท้ๆ แต่แม่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำของสามีเขา เพียงแต่เขาเชื่อคำพูดของสามีที่ว่าไม่ได้ทำ เพราะว่าลูกโกหกเขา
ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ เด็กโกหกอะไรยังไงแบบไหน แต่ตนมองว่าการที่เด็กโกหกเพราะกลัวโดนพ่อแม่ว่าเป็นเรื่องปกติ ตนก็เคยเป็น ซึ่งตนมองว่าตนไม่ได้โทษแม่เขาหรอก การที่แม่ยังเข้าใจผิดว่าลูกโกหก แต่ ณ ตอนนี้ แม่เชื่อลูกแล้วก็โอเคแล้ว เพราะสุดท้ายเด็กก็อยากอยู่กับแม่ สถานสงเคราะห์แม้จะเป็นสถานที่ที่รองรับเด็กที่มีปัญหาทางครอบครัวหรือไร้ญาติขาดมิตร แต่มันก็ไม่ได้น่าอยู่สำหรับเด็ก ความอบอุ่นมันไม่ได้ ในเมื่อน้องประสงค์ต้องการจะอยู่กับแม่ แม่ปรับปรุงตัวเอง หันมาดูลูกตัวเอง อย่างวันนี้แม่ก็ซื้อของกินไปให้ลูก ไปดูแลลูกแล้ว ซึ่งทุกอย่างมันคลี่คลายหมดแล้ว ที่เหลือก็ไปว่ากันในชั้นศาลในส่วนคดีของพ่อเลี้ยงต่อไป
ส่วนประเด็นเรื่องฟิล์ม รัฐภูมิ หลังจาก อี้ แทนคุณ มาชี้แจง ตนยืนยันว่า ฟิล์มไม่ได้เข้าทางตนอยู่แล้ว เขาน่าจะไปทางอี้ แต่ทั้งนี้ตนก็รู้จักทั้งสองฝ่าย อี้ก็สนิท ฟิล์มก็น้องคนหนึ่งที่เคยร่วมงานกัน แต่หลังๆ ควรจะทำงานกับอี้มากกว่า แต่ในเรื่องนี้ มันมีผู้เสียหายเข้ามาเกี่ยวข้อง ทางอี้เค้าก็ทำหน้าที่ในนามที่เป็นตัวแทนของผู้เสียหาย ซึ่งตนมองไม่ผิด ส่วนฟิล์มจะไปต่อสู้ยังไงก็เป็นสิทธิ์ของเขา ตนเป็นคนกลาง ยืนยันว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายไหนดีกว่า เพราะว่ามันไม่มีคนมาร้องตนเรื่องฟิล์มอยู่แล้ว ทุกคนรู้ว่าตนทำเรื่องเด็กและสตรีอย่างเดียว เรื่องฉ้อโกงน้อยมากที่จะเข้ามา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ยันแม่ ด.ญ.10 ขวบไม่รู้เรื่องจริงๆ ลูกร้องไห้บอกแม่อย่าทิ้งหนู เล่าวันจับพิรุธพ่อเลี้ยง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th