โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เปิดผลสอบเหตุสะพานพระราม 2 ถล่ม ชี้ชัดเกิดจาก ‘บุคคล’

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 มี.ค. 2568 เวลา 16.29 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2568 เวลา 20.15 น. • The Bangkok Insight

“อธิบดีกรมทางหลวง” เปิดผลสอบเหตุโครงสร้างพื้นสะพานพระราม 2 ถล่ม ชี้ชัดเกิดจาก “บุคคล” เตรียมส่งรายงานให้ตำรวจ หาตัวผู้กระทำความผิด

นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ในฐานะประธานกรรมการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (บอร์ด กทพ.) เปิดเผยว่า จากเหตุคานสะพานก่อสร้างทรุดตัว บริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษดาวคะนองของโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก สัญญาที่ 3 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าการกู้คืนพื้นที่บริเวณดังกล่าวโดยด่วน ซึ่งขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งดำเนินการกู้คืนพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด

สำหรับการตรวจสอบในวันที่ 16 มีนาคม 2568 พบว่า สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากตัวโครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้ จึงทำให้คานสะพานเกิดการทรุดตัว ทั้งนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ร่วมดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัย พร้อมทั้งให้รายงานความคืบหน้ามายังกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการจัดการกู้คืนพื้นที่เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน และหลังจากนั้นอีก 20 วัน คาดว่า จะทราบถึงผลสรุปการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสาเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ส่วนกรณีเหตุการณ์โครงสร้างเหล็ก Launching Gantry และชิ้นส่วนพื้นสะพาน (Segment) ทรุดตัวบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ช่องทางหลัก กม.ที่ 21+650 ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งอยู่ในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 (M82) สายทางยกระดับบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ตอนที่ 1 นั้น นายอภิรัฐ กล่าวว่า จากการรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมทางหลวง , ผู้เชี่ยวชาญจากสภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ , สภ.เมืองสมุทรสาคร และพิสูจน์หลักฐานจังหวัดสมุทรสาคร

คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบมาแล้ว 106 วัน ได้แก่ ทำการรื้อย้ายชุดอุปกรณ์ LG ออกจากพื้นที่ 11 วัน , ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ 14 วัน , ตรวจสอบเอกสารของโครงการฯ 90 วัน , รวบรวมข้อมูลหาสาเหตุของการวิบัติ 53 วัน , ประชุมพนักงานสอบสวน 26 วัน , รับมอบวัตถุพยาน 12 วัน , ทดสอบวัตถุพยาน 41 วัน และสอบพยานบุคคล 1 วัน ล่าสุด คณะกรรมการฯ ได้สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า โครงสร้างของคานเหล็ก (Truss) สามารถรับแรงได้ โดยแบบการก่อสร้างมีความถูกต้อง และวัสดุสำหรับงานก่อสร้างโยธาเป็นไปตามมาตรฐาน

ดังนั้นจึงสามารถสันนิษฐานสาเหตุ ได้ว่า เกิดจากการรูด (slip) ของเหล็กเส้นกำลังสูง (PT bar) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวยึด ระหว่างคานขวางคอนกรีตและฐานรองของโครงเหล็กชุดชั่วคราว โดยองค์ประกอบของชุดขันตัวยึดอาจไม่แน่นเพียงพอ ซึ่งเป็นเหตุที่เกิดจาก "ผู้ปฏิบัติงาน"

สำหรับขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการฯ จะดำเนินการจัดทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงส่งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบคดี เพื่อนำสู่ขั้นตอนการสอบสวน เพื่อหาบุคคลที่กระทำความผิด และดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ทั้งนี้ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการติดตามตรวจสอบงบประมาณฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุครั้งล่าสุด พร้อมทวงถามถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ดังกล่าว ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผัดผ่อนการส่งผลการตรวจสอบมาตลอด จาก 30 วัน เป็น 90 วัน และจนพ้น 90 วันแล้วก็ยังไม่แล้วเสร็จ กระทั่งมาเกิดเหตุครั้งล่าสุด

นายอภิรัฐ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสัญญาอื่นๆ ของโครงการมอเตอร์เวย์ M82 นั้น กรมทางหลวงได้สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบสภาพทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับจัดทำรายการสิ่งที่ต้องตรวจสอบ เพื่อนำไปใช้สำหรับโครงการอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด และต้องไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกต่อไปอย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ทุกโครงการบนถนนพระราม 2 จะเสร็จภายในสิ้นปี 2568 อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...