มัดรวมปัญหา ‘รธน.60’ ที่แรงงานต้องจับตา ก่อนถึงนัดสภาฯ ถกแก้ ม.256
แรงงานฟังทางนี้ กลุ่มพัฒนาแรงงานฯตะวันออก สรุปชัด ‘ปัญหา รธน.60’ ที่ต้องจับตา ก่อนถึงนัดสภาฯ ถกแก้มาตรา 256
เนื่องด้วยวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2560 แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของ พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก สื่อสารถึงสาธารณชน โดยสรุปใจความสำคัญของปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “สิทธิแรงงาน” เพื่อสร้างความเข้าใจและจับตากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่วมกัน โดยมีใจความดังนี้
ก่อนที่จะถึงวันนั้น กลุ่มพัฒนาแรงงานสัมพันธ์ตะวันออก อยากเชิญชวนพี่น้องแรงงานมาทำความเข้าใจร่วมกันอีกสักครั้งว่า รัฐธรรมนูญ 2560 นี้มันมีปัญหาในเรื่องสิทธิแรงงานอย่างไร ซึ่งพี่น้องแรงงานหลายคนอาจยังสงสัยหรืออาจยังไม่เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุดของประเทศนั้นเกี่ยวข้องกับแรงงานอย่างไร โดย “สิทธิแรงงาน” ในรัฐธรรมนูญฉบับปลายปากกาเผด็จการ คสช. เขียนไว้ 4 ประเด็นด้วยกัน ได้แก่
1.การส่งเสริมให้มีงานทำ
2.การคุ้มครองผู้ใช้แรงงาน
3. การให้ค่าแรงและสวัสดิการต่างๆ และ
4. สิทธิในการรวมตัวเป็นสหภาพแรงงานเพื่อเสนอข้อเรียกร้อง ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติสามประเด็นแรกไว้ในหมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 74 และข้อที่สี่ในหมวด 3 สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 42
ไม่รับประกันค่าแรงขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ
“มาตรา 74 รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทำงานอย่างเหมาะสมกับศักยภาพและวัยและให้มีงานทำและพึงคุ้มครองผู้ใช้แรงงานให้ได้รับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ได้รับรายได้ สวัสดิการ การประกันสังคม และสิทธิประโยชน์อื่นที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพและพึงจัดให้มีหรือส่งเสริมการออมเพื่อการดำรงชีพเมื่อพ้นวัยทำงาน รัฐพึงจัดให้มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการดำเนินการ”
รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนด เรื่องค่าแรงและสวัสดิการต่างๆ ของผู้ใช้แรงงาน โดยใช้ข้อความว่า ให้ได้รับค่าแรงที่“เหมาะสมแก่การดำรงชีพ” จากเดิมที่รัฐธรรมนูญ 2550 ใช้ข้อความว่าให้ได้รับค่าแรงที่ “เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ” และ รัฐธรรมนูญ 2540 ใช้ข้อความว่า ให้ได้รับค่าแรง“ให้เป็นธรรม”
การไม่ระบุเรื่องค่าจ้างที่เป็นธรรม แต่ไปใช้คำว่า “เหมาะสมแก่การดำรงชีพ” สุ่มเสี่ยงต่อการตีความว่า อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของผู้ใช้แรงงานแต่ละพื้นที่ไม่ควรเท่ากัน ซึ่งจะยิ่งสร้างความไม่เป็นธรรมให้ผู้ใช้แรงงานมากยิ่งขึ้นไปอีก ดังที่เราได้เห็นเป็นประจักษ์ชัดเจนแล้วในทุกครั้งที่มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ผู้ใช้แรงงาน คือฟันเฟืองสำคัญขนาดใหญ่ที่สุดที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่ถูกตีความให้เป็นแค่คนที่ทำงานใช้แรงกายเข้าแลกกับเงินค่าจ้าง ไม่ต้องมีทักษะพิเศษอะไรมากมาย จึงมีความเหมาะสมแก่การดำรงชีพที่จะได้รับค่าจ้างพอเลี้ยงดูตัวเองไปเพียงแค่เดือนชนเดือนก็เป็นพอเท่านั้นเหรอ
กลุ่มเกษตรกร-เอกชน-เอ็นจีโอ หายไปจากสิทธิรวมตัวแรงงาน
สิทธิในการรวมตัวของผู้ใช้แรงงาน บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 42 ว่าให้บุคคลมีเสรีภาพในการรวมกันเป็น สมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์กร ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น ซึ่งนับกลุ่มที่ระบุชื่อไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญได้อย่างน้อย 5 กลุ่ม
เมื่อเปรียบเทียบจากรัฐธรรมนูญ 2540 รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ตัดคำว่า “สหพันธ์” “กลุ่มเกษตรกร” “องค์การเอกชน” และ “องค์การพัฒนาเอกชน” ออกไป โดยเพิ่มคำว่า “องค์กร” และ “ชุมชน” เข้ามาในรายชื่อกลุ่มที่ผู้ใช้แรงงานมีสิทธิในการรวมตัว
ซึ่งการไม่ระบุชื่อให้กลุ่มแรงงานมีสิทธิรวมตัวกันในรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้รัฐหรือนายจ้างละเมิดสิทธิของประชาชนได้ โดยคำว่าหมู่คณะไม่ชัดเจนเพียงพอเหมือนการระบุชื่อกลุ่ม ทำให้เกิดความไม่แน่นอนและไม่มีหลักประกันใดๆ ให้กับองค์กรเหล่านั้น
ตัดสิทธิข้าราชการในการรวมกลุ่ม
เดิมในรัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดให้ข้าราชการมีสิทธิในการรวมตัวกันไม่ต่างจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานอื่นๆ โดยมาตรา 64 ระบุว่า “ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐย่อมมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดินและความต่อเนื่องในการจัดบริการสาธารณะ” แต่รัฐธรรมนูญ 2560 ได้ตัดข้อความนี้ออกไป
ทั้งนี้ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 มาตรา 43 ยังให้สิทธิเฉพาะ “ข้าราชการพลเรือน” รวมตัวกันเป็นกลุ่มได้โดยต้องไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน การบริการสาธารณะและต้องไม่มีวัตุประสงค์ทางการเมือง ตัวอย่างการรวมตัวกันของข้าราชการ เช่น สหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.)
เมื่อรัฐธรรมนูญไม่มีประชาชนเป็นที่ตั้ง ย่อมส่งผลต่อความเป็นอยู่ของคนในประเทศ
เมื่อรัฐธรรมนูญไม่ส่งเสริมสิทธิแรงงาน ย่อมเอื้อต่อนายทุนให้ขูดรีดแรงงานและละเมิดสิทธิแรงงานอยู่ร่ำไป
เมื่อรัฐธรรมนูญไม่เห็นหัวคนจน ย่อมเอื้อต่อรัฐต่อทุนให้กดหัวคนจน
ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องร่วมกันสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ต้องมีที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยผ่านกลไกลสำคัญคือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100% เพื่อสถาปนาอำนาจของประชาชน สร้างหลักประกันในสิทธิของแรงงาน เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของผู้ใช้แรงงาน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มัดรวมปัญหา ‘รธน.60’ ที่แรงงานต้องจับตา ก่อนถึงนัดสภาฯ ถกแก้ ม.256
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th