โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใครจะต้านความร้อนแรงของ F1 ไหว! ชวนปูพื้นฐาน Formula1 101 ไปด้วยกัน

The MATTER

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • Brief

F1 หนึ่งในกีฬาความเร็วที่มาแรงที่สุดในเวลานี้ กับการแข่งขันอันแสนดุเดือด ที่ต้องอาศัยทั้งฝีมือ แผนกลยุทธ์ การร่วมมือกัน กว่าคว้าชัยชนะมาครองได้

และก่อนที่ฤดูกาลการแข่งขันในปี 2025 จะเริ่มต้นขึ้น The MATTER ขอชวนใครที่อยากเริ่มดูกีฬานี้ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มยังไงดี มาทำความเข้าใจคร่าวๆ ก่อนไปเริ่มเรซแรกด้วยกันในศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นี้ที่ ออสเตรเลีย!

F1 หรือ ฟอร์มูล่า 1 (Formula 1) คือ การแข่งขันรถสูตร 1 จัดเป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตรูปแบบทีมชนิดหนึ่ง โดยคำว่า ‘สูตร’ หมายถึง ชุดของกฎระเบียบที่ถูกกำหนดขึ้นโดย สหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (Fédération Internationale de l’Automobile หรือ FIA) ซึ่งผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตลอดเวลาที่เป็นสมาชิกของ F1

รูปแบบการแข่งขันกีฬาความเร็วอย่าง F1 ได้รับอิทธิพลมาจากการแข่งชิงแชมป์ยุโรป ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1930 ทว่าการแข่งขันรถดังกล่าวต้องหยุดชะงักลง ด้วยสาเหตุจากสงครามโลกครั้งที่ 2

ต่อมาการแข่งขันได้กลับมาอีกครั้งในปี 1946 และมีการนำคำว่า สูตร 1 มาใช้กำหนดมาตราฐานและกฎเกณฑ์ต่างๆ เป็นครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลี แต่ในการแข่งขันครั้งนี้ยังถูกจัดเป็นการแข่งขันแบบไม่ชิงแชมป์ ทั้งนี้ การแข่งขันซึ่งถือเป็นการชิงแชมป์ครั้งแรกของโลกเกิดขึ้นอีก 4 ปีให้หลัง หรือในปี 1950 ที่เมืองซิลเวอร์สโตน ของประเทศอังกฤษ

ในฤดูกาลแข่งขันกีฬา F1 จะจัดแข่งกันในรูปแบบที่เรียกว่า ‘กรังปรีซ์’ (Grand Prix) แบ่งย่อยออกเป็นการแข่งขันในหลายๆ สนาม ซึ่งจะถูกจัดขึ้นตามหลากหลายสถานที่ทั่วโลก ทั้งหมด 24 รายการ โดยในปัจจุบันมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 10 ทีม และแต่ละทีมจะมีนักแข่งหลัก 2 คนต่อทีม (แต่ในปี 2026 จะมีทีมเข้าร่วมแข่งขัน 11 ทีม 22 นักแข่ง)

ทั้งนี้ การแข่งขันในแต่ละรายการจะถูกจัดขึ้นทั้งหมด 3 วัน ตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ โดยในวันศุกร์ผู้เข้าแข่งขันจะทำการฝึกซ้อมทั้งหมด 2 รอบ ครั้งละ 1 ชั่วโมง ได้แก่ Free Practice 1 (FP1) และ Free Practice 2 (FP2) ส่วนวันเสาร์จะเป็นการฝึกซ้อม Free Practice 3 (FP3) และในครึ่งบ่ายของวันเสาร์ จะเริ่มทำการแข่งขันรอบคัดเลือก โดยแบ่งออกเป็น 3 รอบ คือ Qualifying 1 (Q1), Qualifying 2 (Q2) และ Qualifying 3 (Q3)

นักแข่ง 5 คนที่ช้าที่สุด จะถูกคัดออกหลัง Q1 และคัดออกอีก 5 คน ในช่วง Q2 ส่วนนักขับที่เหลืออีก 10 คนสุดท้าย จะเข้าสู่รอบ Q3 โดยนักขับที่เร็วที่สุดในรอบนี้ จะได้รับตำแหน่งสตาร์ทแรก หรือ pole position ซึ่งเป็นตำแหน่งสตาร์ทหัวแถวของนักแข่งในวันแข่งจริงในวันอาทิตย์

ส่วนวิธีการดูนั้นก็ไม่ยาก รถใครนำเข้าเส้นชัย ในวินาทีที่ธงตราหมากรุกโบกสะบัด ก็เป็นอันว่าชนะในเรซนั้นๆ

คะแนนจากการแข่งขันในแต่ละสนาม จะถูกจัดเรียงทั้งหมด 10 อันดับ โดยแต่ละอันดับ ก็จะได้คะแนนต่างกัน ดังนี้ 25, 18, 15, 12, 10, 8, 6, 4, 2, และ 1 แต่จะมีเพียงแค่ที่ 1-3 เท่านั้น ที่จะได้ขึ้นโพเดียม ไปเปิดแชมเปญฉลองแชมป์ในเรซนั้นๆ เมื่อแข่งขันครบทุกสนามแล้ว นักแข่งที่มีคะแนนสะสมมากเป็นอันดับ 1 ก็จะคว้าชัยเป็นในฐานะแชมป์โลกไป

ส่วนแชมป์ผู้ผลิต คะแนนจะมาจากนักแข่ง 2 คนในทีมนำมารวมกัน ทีมผู้ผลิตไหนสามารถผลิตรถและวางกลยุทธ์ให้กับเหล่านักขับผ่านเข้าเส้นชัยเป็นอันดับต้นๆ ได้ ตลอดการซีซั่นก็จะคว้าชัยในฐานะแชมป์ผู้ผลิตไป

โดยฤดูกาลแข่งขัน F1 ประจำปี 2025 นี้ จะเริ่มต้นด้วยการแข่งขันรายการแรกด้วย Australian Grand Prix ณ Albert Park ในเมลเบิร์นในวันที่ 16 มีนาคม ก่อนจะมุ่งหน้าไปต่อที่เซียงไฮ้ในสัปดาห์ถัดไปกับรายการ Chinese Grand Prix ในวันที่ 23 มีนาคม

สำหรับใครที่สนใจกติกาและข้อมูลเชิงลึก รวมถึงข้อมูลผู้เข้าแข่งขันทั้ง 10 ทีมในฤดูกาลนี้ สามารถติดตามต่อได้ที่ https://www.formula1.com

แล้วมาปักทีมเชียร์ เลือกนักแข่งในใจที่อยากให้ขึ้นโพเดียมไปด้วยกันนะ!

อ้างอิงจาก

formula1.com

formula1.com

f1chronicle.com

f1chronicle.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...