โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยวันนี้ แกว่งตัวในกรอบ 1,180 – 1,200 จุด รับแรงหนุนจาก Thai ESGX แต่นโยบายทรัมป์ยังกดดัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 02.28 น.

หุ้นไทยวันนี้ 12 มี.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,180 - 1,200 จุด รับปัจจัยหนุนต่อจากครม.อนุมัติจัดตั้งกองทุน Thai ESGX ส่งผลให้เมื่อวานนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง และช่วยลดแรงขายจากกองทุน LTF ในระยะถัดไป ปัจจัยต่างประเทศยังกดดัน จากนโยบายด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐ ที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีความตึงเครียดจากการตอบโต้กันระหว่างประเทศ

วันที่ 12 มีนาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ปรับขึ้นได้ต่อ ความตึงเครียดการขึ้นภาษีผ่อนคลายลง หลังแคนาดาระงับเก็บภาษีกระแสไฟฟ้า 25% จากสหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ ยกเลิกการขึ้นภาษีแคนาดาเป็น 50% เช่นกัน ส่วนปัจจัยบวกจากการตั้งกองทุน Thai ESGX ยังน่าจะมี Momentum หนุนตลาดได้ต่อ ประเมินแนวรับที่ 1,180 - 1,170 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,200 - 1,210 จุด

ช่วงสั้นมอง SET มีสัญญาณฟื้นตัวบ้าง โดยคาดว่าจะมีแรงหนุนจากปัจจัยภายนอก เช่น สหรัฐฯ อาจเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าบางรายการจากเม็กซิโกและแคนาดา ขณะที่ยังมีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนหลังการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน นอกจากนี้เงินเฟ้อจีนและสหรัฐฯ คาดยังไม่เปลี่ยนแนวโน้มซึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและราคาพลังงานที่ลดลง และน่าจะทำให้เฟดยังไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายการเงิน

ส่วนปัจจัยในประเทศยังติดตามเสถียรภาพทางการเมือง การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐ การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนใน เม.ย. และเงื่อนไขของการโอนย้ายเม็ดเงินกองทุน LTF เป็น ThaiESGX ซึ่งจะทำให้ตลาดมีแรงขายลดลงดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งออกข้าง โดยเมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการจัดตั้งกองทุน Thai ESGX ส่งผลให้เมื่อวานนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง โดยวันนี้คาดว่ายังพอหนุน Sentiment ได้บ้าง และช่วยลดแรงขายจากกองทุน LTF ในระยะถัดไปด้วยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามปัจจัยต่างประเทศยังค่อนไปทางลบ จากนโยบายด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐ ที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีความตึงเครียดจากการตอบโต้กันระหว่างประเทศผ่านนโยบายภาษี ซึ่งเมื่อคืนนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาเป็น 50% จากเดิม 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเช้าของวันพุธที่ 12 มี.ค ก่อนภายหลังกลับมาเปลี่ยนใช้มาตรการเดิม

ทั้งนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังเห็นแรงหนุนได้อยู่ แต่ Sentiment ต่างประเทศถ่วงทำให้อัพไซด์ไม่ได้ไกลมากพร้อมทั้งให้กรอบแนวรับ 1,180 จุด และแนวต้าน 1,195-1,197 จุด

บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวกรอบ 1,180 - 1,200 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนบรรยากาศตลาดหุ้นไทยเริ่มเป็นบวกมากขึ้น ขณะที่ Valuation อยู่ ในจุดที่ไม่แพงอยู่แล้ว หากปัจจัยต่างประเทศมิได้เผชิญกับแรงกดดันที่มากอาจค่อยๆเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

จึงแนะสะสมเช่นเดิมในหุ้นพื้นฐานดีและเป็นผู้นำอุตสาหกรรม อาทิ โรงพยาบาล (BDMS) ค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO) ท่องเที่ยว (CENTEL MINT) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) การเงิน (MTC TIDLOR)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...