หุ้นไทยวันนี้ แกว่งตัวในกรอบ 1,180 – 1,200 จุด รับแรงหนุนจาก Thai ESGX แต่นโยบายทรัมป์ยังกดดัน
หุ้นไทยวันนี้ 12 มี.ค. นักวิเคราะห์คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,180 - 1,200 จุด รับปัจจัยหนุนต่อจากครม.อนุมัติจัดตั้งกองทุน Thai ESGX ส่งผลให้เมื่อวานนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง และช่วยลดแรงขายจากกองทุน LTF ในระยะถัดไป ปัจจัยต่างประเทศยังกดดัน จากนโยบายด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐ ที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีความตึงเครียดจากการตอบโต้กันระหว่างประเทศ
วันที่ 12 มีนาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ปรับขึ้นได้ต่อ ความตึงเครียดการขึ้นภาษีผ่อนคลายลง หลังแคนาดาระงับเก็บภาษีกระแสไฟฟ้า 25% จากสหรัฐฯ ขณะที่สหรัฐฯ ยกเลิกการขึ้นภาษีแคนาดาเป็น 50% เช่นกัน ส่วนปัจจัยบวกจากการตั้งกองทุน Thai ESGX ยังน่าจะมี Momentum หนุนตลาดได้ต่อ ประเมินแนวรับที่ 1,180 - 1,170 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,200 - 1,210 จุด
ช่วงสั้นมอง SET มีสัญญาณฟื้นตัวบ้าง โดยคาดว่าจะมีแรงหนุนจากปัจจัยภายนอก เช่น สหรัฐฯ อาจเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าบางรายการจากเม็กซิโกและแคนาดา ขณะที่ยังมีความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนหลังการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน นอกจากนี้เงินเฟ้อจีนและสหรัฐฯ คาดยังไม่เปลี่ยนแนวโน้มซึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและราคาพลังงานที่ลดลง และน่าจะทำให้เฟดยังไม่เปลี่ยนแปลงทิศทางนโยบายการเงิน
ส่วนปัจจัยในประเทศยังติดตามเสถียรภาพทางการเมือง การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของรัฐ การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนใน เม.ย. และเงื่อนไขของการโอนย้ายเม็ดเงินกองทุน LTF เป็น ThaiESGX ซึ่งจะทำให้ตลาดมีแรงขายลดลงดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งออกข้าง โดยเมื่อวานนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการจัดตั้งกองทุน Thai ESGX ส่งผลให้เมื่อวานนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง โดยวันนี้คาดว่ายังพอหนุน Sentiment ได้บ้าง และช่วยลดแรงขายจากกองทุน LTF ในระยะถัดไปด้วยเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตามปัจจัยต่างประเทศยังค่อนไปทางลบ จากนโยบายด้านภาษีศุลกากรของสหรัฐ ที่ยังมีความไม่แน่นอน และมีความตึงเครียดจากการตอบโต้กันระหว่างประเทศผ่านนโยบายภาษี ซึ่งเมื่อคืนนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศเพิ่มการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากแคนาดาเป็น 50% จากเดิม 25% โดยจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเช้าของวันพุธที่ 12 มี.ค ก่อนภายหลังกลับมาเปลี่ยนใช้มาตรการเดิม
ทั้งนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยยังเห็นแรงหนุนได้อยู่ แต่ Sentiment ต่างประเทศถ่วงทำให้อัพไซด์ไม่ได้ไกลมากพร้อมทั้งให้กรอบแนวรับ 1,180 จุด และแนวต้าน 1,195-1,197 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวกรอบ 1,180 - 1,200 จุด เชิงกลยุทธ์การลงทุนบรรยากาศตลาดหุ้นไทยเริ่มเป็นบวกมากขึ้น ขณะที่ Valuation อยู่ ในจุดที่ไม่แพงอยู่แล้ว หากปัจจัยต่างประเทศมิได้เผชิญกับแรงกดดันที่มากอาจค่อยๆเห็นการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
จึงแนะสะสมเช่นเดิมในหุ้นพื้นฐานดีและเป็นผู้นำอุตสาหกรรม อาทิ โรงพยาบาล (BDMS) ค้าปลีก (BJC CRC CPALL HMPRO) ท่องเที่ยว (CENTEL MINT) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB) การเงิน (MTC TIDLOR)