โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้อพยพชาวแอฟริกันหลายสิบคนเสียชีวิตจากการที่สหรัฐฯ โจมตีเยเมน

JS100

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 18.28 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 18.26 น. • JS100:จส.100
ผู้อพยพชาวแอฟริกันหลายสิบคนเสียชีวิตจากการที่สหรัฐฯ โจมตีเยเมน

สื่อของกลุ่มฮูตี ในเยเมน รายงานว่า ผู้อพยพชาวแอฟริกันอย่างน้อย 68 รายเสียชีวิตและบาดเจ็บ 47 คน จากการที่กองทัพสหรัฐฯ โจมตีศูนย์กักขังผู้อพยพจังหวัดซาดา ซึ่งอยู่ภายในพื้นที่ควบคุมของกลุ่ม

เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ ประกาศว่า มีปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 800 แห่ง นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งการให้เพิ่มการโจมตีกลุ่มฮูตีเมื่อวันที่ 15 มีนาคม สามารถสังหารนักรบฮูตีหลายร้อยคนและผู้นำฮูตีอีกจำนวนมาก รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่กำกับดูแลโครงการขีปนาวุธและโดรน

แต่กลุ่มฮูตี โต้แย้งว่า ปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐฯ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตหลายสิบคน แต่มีสมาชิกกลุ่มเสียชีวิตเพียงเล็กน้อย

ส่วนในเหตุโจมตีศูนย์กักขังผู้อพยพ จังหวัดซาดา มีชาวแอฟริกันถูกควบคุมตัว 115 คนเมื่อถูกโจมตี 4 ระลอก ไม่นานก่อนเวลา 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งผู้ดูแลเพิ่มเติมว่า ผู้ที่ถูกคุมขังในเวลานั้น ส่วนใหญ่เป็นชาวเอธิโอเปีย เนื่องจากพวกเขาเพิ่งย้ายกลุ่มผู้อพยพชาวโซมาเลียไปยังศูนย์กักขังแห่งอื่นเมื่อ 3 วันก่อน

องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานของสหประชาชาติ (IOM) ออกแถลงการณ์ว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งกับรายงานการสูญเสียชีวิตที่ซาดา แม้ว่า IOM จะไม่ได้ดำเนินการที่สถานที่แห่งนี้ แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะเสนอการสนับสนุนตามความจำเป็น ทั้งขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งให้ความสำคัญกับการปกป้องพลเรือนเป็นอันดับแรก และให้เคารพกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเต็มที่

#ผู้อพยพแอฟริกา

#เยเมน

#กองทัพสหรัฐ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...