วัคซีนไข้หวัดใหญ่: เกราะป้องกันสุขภาพในทุกฤดูกาล | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย โดยการฉีดวัคซีนจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายได้
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีกี่ประเภท?
1. แบ่งตามสายพันธุ์ไวรัสที่ครอบคลุม
วัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent): ครอบคลุมไวรัสสายพันธุ์ A 2 สายพันธุ์ และ B 1 สายพันธุ์
วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent): ครอบคลุมไวรัสสายพันธุ์ A 2 สายพันธุ์ และ B 2 สายพันธุ์2. แบ่งตามวิธีการบริหารวัคซีน
ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
ชนิดพ่นเข้าจมูก
สายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ผลิตวัคซีน
องค์การอนามัยโลก (WHO) จะเป็นผู้กำหนดสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ในการผลิตวัคซีนในแต่ละปี เพื่อให้ครอบคลุมสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มระบาดมากที่สุด
โดยมีการเปลี่ยนแปลง 2 สายพันธุ์ ในฤดูกาล 2026 สำหรับประเทศในซีกโลกใต้ ดังนี้:
วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับภูมิภาคซีกโลกเหนือ
ปี 2025-2026 (NH 2025-2026)
วัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับภูมิภาคซีกโลกใต้
ปี 2026 (Southern hemisphere (SH) 2026)
A/Victoria/4897/2022 (H1N1)pdm09-like virus
A/Missouri/11/2025 (H1N1) pdm09-like virus
A/Croatia/10136RV/2023 (H3N2)-like virus
A/Singapore/GP20238/2024 (H3N2)-like virus
B/Austria/1359417/2021 (B/Victoria lineage)-like virus
B/Austria/1359417/2021 (B/Victoria lineage)-like virus
B/Phuket/3073/2013 (B/Yamagata lineage)-like virus
(เฉพาะ quadrivalent influenza vaccine)
B/Phuket/3073/2013 (B/Yamagata lineage)-like virus
(เฉพาะ quadrivalent influenza vaccine)
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบการระบาดของสายพันธุ์ B/Yamagata น้อยมาก WHO จึงแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์แทน วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ได้
ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
หลังได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ประมาณ 40–60% แม้ผู้ที่ได้รับวัคซีนอาจยังติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้
ควรฉีดวัคซีนเมื่อใด ?
แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก่อนฤดูฝน (ช่วงเดือน พฤษภาคม) หรือ ก่อนฤดูหนาว (ช่วงเดือน ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่โรคไข้หวัดใหญ่เริ่มระบาด หรืออย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเดินทาง ไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด
ใครควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ?
ทุกคนสามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่:
- เด็กเล็ก
- หญิงตั้งครรภ์
- ผู้สูงอายุ
- ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด หืด หัวใจ เบาหวาน ไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น
วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย
เพื่อการป้องกันที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ปัจจุบันมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้เลือกหลายรูปแบบ ดังนี้:
วัคซีนสำหรับบุคคลทั่วไป
วัคซีนขนาดสูงสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (High-dose) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อน
แหล่งอ้างอิงWorld Health Organization (WHO). Influenza (seasonal). Retrieved from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(seasonal)) [www.who.int]
Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Vaccines and Vaccinations for Influenza (Flu). Retrieved from https://www.cdc.gov/flu/vaccines/vaccinations.html [www.cdc.gov]
Infectious Disease Association of Thailand. Adult and Elderly Vaccination Guideline for the Public, 2025 Edition.
เรียบเรียงโดย ศูนย์วัคซีน