“ซุง ศตาวิน” เล่าไทม์ไลน์ "ดิว อริสรา" ยืมเงิน 12.5 ล้าน ช็อกหนัก เจอเพชรค้ำปลอม!
“ซุง ศตาวิน” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการ โหนกระแส (20 มี.ค. 68) กรณีให้ดาราสาว “ดิว อริสรา” ยืมเงิน 12.5 ล้านบาท ผ่านรุ่นพี่คนสนิท “แทม” พร้อมเผยเรื่องราวสุดช็อกว่า ดิว นำต่างหูเพชรเม็ดใหญ่ มาวางไว้ค้ำประกัน แต่เมื่อไปตรวจดูกลับพบว่าเป็นเพชรปลอม
ซุง ศตาวิน เล่าว่า “พี่แทมโทรมาบอกผมว่า มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนนั้นเขาไม่ได้บอกว่าเป็นพี่ดิว เพื่อนเขากำลังท้องอยู่ และกำลังทำธุรกิจเกี่ยวกับแม่และเด็ก แต่จะเอาสินค้าขยายไปเข้าห้าง แล้วต้องเอาเงินไปจ่าย ถ้าสมมติเขาไม่ไปจ่ายของจะโดนยึดหมดเลย ซึ่งผมก็เข้าใจเพราะเป็นพ่อค้าขายของออนไลน์อยู่แล้ว รู้เรื่องระบบการขายของในห้างหรืออะไรต่าง ๆ
พี่แทม เล่าให้ฟังว่า เขาโทรมาร้องไห้บอกว่าเดือดร้อนมาก ๆ ต้องใช้เงินจริง ๆ ผมก็เลยบอกไปว่าช่วยได้ พี่แทมก็บอกอีกว่า จริง ๆ เขาขอยืมเงินทั้งหมด 20 ล้าน แต่ที่พี่โทรมาคือซุงมีเงิน 12.5 ล้านบาทมั้ย? เพราะพี่มี 7.5 ล้าน ทางพี่ดิวเขาก็เสนอให้ดอกเบี้ย 2 ล้าน”
“พี่ดิวเขาก็ตกลงที่จะยืมเงิน ผมจึงถามพี่แทมไปว่าผมอยากรู้ว่าเพื่อนพี่เป็นใคร เขาก็ตอบมาว่า พี่ดิว อริสรา ผมก็ตกใจ แต่อีกใจหนึ่งผมก็เข้าใจ ว่าจะต้องเอาเงินไปหมุนอะไรแบบนี้ อันนี้ก็เป็นจุดอ่อนของผมที่เป็นคนขี้สงสาร”
“ตอนจะเอาเงินไปให้ พี่แทมบอกว่าพี่ดิวเขาเสนอมาให้ซุงสบายใจ เซ็นเช็คให้ผม 12.5 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้มีดอกเบี้ยอะไรในนั้น ผมไม่ได้ต้องการเอาอะไรอยู่แล้ว แค่อยากช่วยเหลือ แล้วก็ไม่ได้สนใจเรื่องสัญญาอะไร เพราะผมมองว่าแค่เช็คก็เพียงพอแล้ว พี่ดิวก็เสนอต่างหูเพชรเม็ดใหญ่มาอีก ราคาประมาณ 20 ล้าน ด้วยความที่เป็นรุ่นพี่คนสนิทผม และพี่ดิว ผมเลยวางใจ อันนี้ก็เป็นบทเรียนใหญ่ของผม ที่ไม่ได้มีเรื่องสัญญากฎหมาย มองข้ามมันไป คิดแค่ช่วยเหลือคน”
“วันที่เอาเงินไปให้ พี่ดิวไม่ได้มาเอง แต่เป็นแม่เขา พอให้เงินอะไรเสร็จเรียบร้อย 2-3 ต่อมา พี่แทมบอกว่าเจอคนดูเพชรเป็น ก็เลยเอาไปให้เขาดูให้ เขาบอกส่องไม่เจอบาร์โค้ดเพชร คาดว่าน่าจะเป็นของปลอม ตอนที่ผมรู้ วูบนึงขนลุกเลยอะ ตัวชา แต่ผมยังไม่ปักหลักเชื่อ เพราะเห็นเป็นพี่ดิว ก็คิดว่าไม่น่าจะปลอม”
“จากนั้น พี่แทมเอาไปตรวจอีกหลายที่ และโทรมาบอกผมว่า ทุกคนบอกว่าน่าจะเป็นของปลอม น่าจะไม่ใช่ของแท้ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ไม่ได้บอกใครเลย ผมกินไม่ได้นอนไม่หลับ เครียดมากตอนรู้ว่าเพชรปลอม ผมก็พยายามหาดูในอินสตาแกรมของพี่ดิว ว่าเขามีของเครื่องประดับอะไรบ้าง เผื่อเอามาชดใช้แปลงเป็นเงิน”
“พอถึงวันกำหนดคืน วันที่ 23 ก.ค. 67 พี่แทมโทรมาหาซุง ว่า พี่ดิวไม่น่าจะคืนเงินได้ เขาโทรมาร้องไห้ ตอนนั้นผมก็มีเรื่องที่จะต้องใช้เงินกับธุรกิจ แต่ทางพี่ดิวก็ขอเลื่อนใช้หนี้เป็นวันที่ 6 ส.ค. 67 แต่ตอนนั้นซุงยังไม่ให้คำตอบ ก็มรสุมชีวิตครั้งแรกของผม ผมแย่มาก ก็เลยเล่าให้แฟน และเพื่อน ๆ ฟังทั้งหมด”
“จากนั้น พอวันที่ 6 ส.ค. 67 รู้สึกว่ามันเงียบมาก ผมก็เลยบอกพี่แทมไปว่า ผมน่าจะต้องคุยกับพี่ดิวแล้วแหละ เพราะเลยไปเดือนกว่าแล้ว ซึ่งผมไม่เคยคุยกับเขาเลยโดยตรง คุยผ่านพี่แทมตลอด ตอนนั้นผมยอมรับว่าผมรู้สึกไม่ไว้ใจพี่ดิวแล้ว ดูจากสิ่งที่ผมโดนเรื่องเพชรอะไรต่าง ๆ พี่แทมเลยสร้างกรุ๊ปไลน์ 3 คน เพื่อพุดคุยกัน พี่ดิวก็เปิดมาเลยว่า พี่ไม่สามารถคืนได้นะ และบอกว่าพี่มีสร้อยอยู่เส้นหนึ่ง กำลังจะเอาไปขายหาเงิน พยายามจัดการ ผมก็บอกไปว่าผมต้องการเงินก้อนนี้ และขอให้เขารักษาคำพูด เขาก็รับปาก
พอช่วงกลางดึกของวันที่ 7 ส.ค. 67 ผมก็ทวงไปอีกรอบ เขาก็บอกมาว่าเขาพยายามจัดการอยู่ แต่ได้มาแค่บางส่วน และสารภาพว่า รวมเงินมาได้ทั้งหมดแค่ 2.3 ล้านบาท และบอกอีกว่ากำลังซื้อขายสร้อยของตัวเองอยู่ ซึ่งสร้อยอันนี้คือสร้อยของคุณเมย์ วาสนา จากนั้นก็ยืนยันกับเขาไปว่าต้องการเงินคืน เขาก็ทยอยคืนมาเป็นก้อน ๆ จนครบ ในวันที่ 7 ส.ค. 67”