โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยืนยาว 5 วันติด! หนุ่มยูทูบเบอร์ท้าพิสูจน์ ผลลัพธ์ต่อร่างกายเกินคาด

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 11.37 น.

อย่างตึง! หนุ่มยูทูบเบอร์ตัดสินใจ ยืนยาวๆ ไม่ได้นั่งแม้แต่นาทีเดียวกว่า 5 วัน จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย 'ตั้งแต่ผลลัพธ์ที่ดี จนไปถึงความเจ็บปวด'

5 พ.ค. 2568 สื่อต่างประเทศระบุว่า มีงานวิจัยแนะนำให้ยืนทำงานอย่างน้อยวันละ 2-4 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการนั่งนาน แต่ ลูคัส บอล (Lucas Ball) ยูทูบเบอร์หนุ่มชาวอเมริกันที่รู้จักกันในชื่อ ‘Pigmie’ กลับนำพาแนวคิดนี้ไปไกลกว่านั้น โดยเขาได้ตัดสินใจ "จะไม่ยอมนั่งเลยตลอดทั้งสัปดาห์" เพื่อการทดลอง

ภารกิจ และการทดลองดังกล่าว ได้เริ่มขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2566) กฎเกณฑ์ของการทดลองในครั้งนี้นั้นง่ายมาก โดยยูทูบเบอร์รายนี้ สามารถนอนราบได้เพียงวันละ 8 ชั่วโมง ในช่วงกลางคืนเท่านั้น แต่เวลาที่เหลือทั้งหมดในแต่ละวัน เขาต้องอยู่ในท่ายืนตรงอยู่เสมอ

ซึ่งหมายความว่า แม้กระทั่งการใช้ห้องน้ำ ลูคัส ก็ต้องนั่งยอง ๆ เหนือโถส้วม โดยห้ามไม่ให้ตัวสัมผัส และร่วมไปถึงเวลาอยู่ในรถยนต์ เขาก็ห้ามให้ก้นแตะกับเบาะเลยแม้แต่นิดเดียว

Pigmie

โดยลูคัส บอล กล่าวขณะเริ่มความท้าทายนี้ว่า"การนั่งเป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดหลัง ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง ข้อต่อเสื่อม ท่าทางที่ผิดปกติบริเวณหลังส่วนบน คอ และไหล่ รวมถึงปัญหาด้านหลอดเลือดที่ขาได้"

แม้ว่าหนุ่มยูทูบเบอร์รายนี้ จะชอบที่ภารกิจดังกล่าวสามารถทำได้คนเดียวโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพง ๆ แต่เขาก็ต้องลงทุนซื้อโต๊ะทำงานแบบยืน เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ง่ายขึ้น

ซึ่งถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีเลยทีเดียว เพราะลูคัส ได้พบว่าตัวเองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เมื่อเปลี่ยนมายืนทำงาน ไม่มีช่วงให้พัก หรือเผลอว่อกแว่กได้ง่าย ๆ

Pigmie

ในช่วงนอกเวลาการทำงาน หนุ่มรายนี้พยายามขยับตัวให้ได้มากที่สุด เพื่อเบี่ยงเบนความรู้สึกของการเมื่อยล้าที่เริ่มสะสมที่ขา และเท้า โดยเขาดูทีวี และกินข้าวในท่ายืน และยังเปลี่ยนจากขับรถไปทำธุระด้วยการเดินแทน รวมไปถึงพยายามออกกำลังกายในท่าที่ไม่ต้องนั่ง

Pigmie

เข้าสู่วันที่ 3 ของภารกิจดังกล่าว ลูคัส บอล ได้เล่าว่า "ผมเริ่มรู้สึกตึง ๆ ตรงน่องกับเท้า มันเมื่อย และล้าเป็นอย่างมาก รู้สึกว่าท่ายืนของตัวเองเริ่มไม่ดีแล้วด้วยซ้ำ"

"นอกเหนือจากนั้น ผมก็รู้สึกหิวเป็นอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะระบบเผาผลาญที่ทำงานอย่างหนัก จากการยืน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตได้ก็คือ ผมจะไม่ค่อยรู้สึกตัวว่าผมกำลังยืนอยู่ ด้วยเหตุผลนี้แหละ ผมเลยกินแทบตลอดทั้งวันเลย"

เรียกได้ว่า เขาแทบอดใจไม่ไหวที่จะได้เอนตัวลงนอน ตามเวลาที่กำหนดไว้แค่วันละ 8 ชั่วโมง แต่ในที่สุด การนอนของลูคัส ก็เริ่มแย่ลง เพราะขาของเขาเริ่มรู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมาก เขานอนพลิกตัวไปมาอยู่นาน และพยายามยืดขาให้หายจากอาการตึง

Pigmie

จากนั้นไม่นาน ยูทูบเบอร์หนุ่มรายนี้ จึงตัดสินใจยุติการทดลองก่อนครบ 7 วัน โดยหยุดในวันที่ 5 และมาประเมินผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

เขาสังเกตได้ว่า ท่าทางร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดโดยหลังส่วนบนมีการโก่ง และงอตัวเล็กน้อย แต่ก้นของเขากลับดูเด่นชัดมากขึ้น

ลูคัส อธิบายเพิ่มเติมว่า "เหมือนว่าผมเริ่มมีท่ายืนที่ดูหลังค่อมมากขึ้น โดยเฉพาะตรงช่วงหลังบน แต่ในแง่ที่ดี ผมสังเกตได้ว่าความโค้งของกระดูกสันหลังส่วนล่าง เริ่มเห็นทรวดทรงขึ้นมาแล้วนิดหน่อย ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันก็ควรจะเป็นแบบนั้น"

โดยสะโพก และหัวเข่าของเขาเริ่มมีอาการปวด และน้ำหนักขึ้นมาประมาณ 1 ปอนด์หรือราว 0.45 กิโลกรัม ซึ่งน่าจะเป็นเพราะเขาใช้การกินเบี่ยงเบนความสนใจจากความเจ็บปวด และทรมาน

อย่างไรก็ตาม ด้านข้อดีจากการทดลองดังกล่าว ระบบย่อยอาหารของเขาทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และเขาประเมินว่าตัวเองทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่างจากเดิมถึง 30% เลยทีเดียว

Pigmie

"สิ่งที่ผมคิดว่าจะทำต่อจากนี้คือ พยายามยืนในช่วงแรกของตอนทำงานหน้าคอมสัก 2-3 ชั่วโมง พอผมเริ่มล้า ก็ค่อยเอาโต๊ะแบบเดิมกลับมาใช้" ลูคัส กล่าวก่อนจะได้นั่งลงเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน

Pigmie

แม้การยืนจะมีประโยชน์ เช่น ช่วยเรื่องท่าทาง ระดับน้ำตาลในเลือด และสมาธิในการทำงาน แต่ก็มีข้อเสีย เช่น ความเมื่อยล้า และความเสี่ยงต่อเส้นเลือดขอด ดังนั้น แค่ “ยืน” อย่างเดียวอาจไม่พอ ด้านผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำว่า ให้ลุกเดินหรือเคลื่อนไหวเป็นระยะตลอดวัน เพื่อให้เลือดไหลเวียนดี และลดความตึงของกล้ามเนื้อ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ยืนยาว 5 วันติด! หนุ่มยูทูบเบอร์ท้าพิสูจน์ ผลลัพธ์ต่อร่างกายเกินคาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...