โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดร่วง 155.09 จุด หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษียานยนต์ 25%

efinanceThai

เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 00.32 น.

ดาวโจนส์ปิดร่วง 155.09 จุด หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษียานยนต์ 25%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 มี.ค. 68 7:31: น.

ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดในแดนลบเป็นวันที่ 2 ในวันพฤหัสบดี (27 มี.ค.) โดยดาวโจนส์ปิดลดลง 155.09 จุด หลังรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศมาตรการเก็บภาษี 25% สำหรับยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ ขณะที่ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 155.09 จุด หรือ 0.37% ปิดที่ 42,299.70 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 18.89 จุด หรือ 0.33% ปิดที่ 5,693.31 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดลดลง 94.98 จุด หรือ 0.53% ปิดที่ 17,804.03 จุด

ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ที่ผลิตจากต่างประเทศในอัตรา 25% ซึ่งกดดันดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่น และดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ ส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ออกมาขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีเช่นกัน

ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวน โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ร่วงลง แต่หุ้นของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง Tesla และ Rivian ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากฐานการผลิตของบริษัทตั้งอยู่ในสหรัฐฯ โดยราคาหุ้นของ General Motors ร่วงลง 7.36% ขณะที่ Ford ลดลง 3.88% สะท้อนถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ส่วนหุ้น Stellantis ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 1.25%

ดัชนีหลักของวอลล์สตรีท มีแนวโน้มปิดการซื้อขายรายเดือนในแดนลบเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนต.ค. 2023

ด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดแดนลบเช่นกัน โดยหุ้นของ Volkswagen ลดลง 1.26%, หุ้น BMW ลดลง 2.55% และ Mercedes-Benz ลดลง 2.69% ขณะที่ดัชนี MSCI World Index ซึ่งเป็นมาตรวัดความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก ลดลง 2.77 จุด หรือ 0.33% ปิดที่ 843.19 จุด ส่วนดัชนี STOXX 600 ของยุโรป ลดลง 0.44% ปิดที่ 546.31 จุด ซึ่งถือเป็นระดับปิดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์

มาตรการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ได้ส่งผลผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงความเป็นไปได้ที่อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เลื่อนการปรับลดดอกเบี้ย ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดหุ้นจะเริ่มมีสัญญาณทรงตัวบ้างแล้ว

นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของนักลงทุน โดยราคาทองคำ Spot ปรับขึ้น 1.26% มาอยู่ที่ 3,057.35 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากทำสถิติสูงสุดที่ 3,059.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ Goldman Sachs ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำเป็น 3,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยให้เหตุผลจากกระแสเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำที่มากกว่าคาด และความต้องการซื้อทองคำจากธนาคารกลางที่ยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง แม้ผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์ และการลดจำนวนข้าราชการของกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล ที่นำโดยมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านข้อมูลอื่น ๆ ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวในไตรมาส 4 ที่ผ่านมาในอัตราที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้น 0.027% อยู่ที่ 4.365% ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 7 ปี ปรับตัวสูงขึ้นหลังการประมูลพันธบัตรวงเงิน 44,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นไปอย่างซบเซา

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...