โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชงตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสาน ลุ้นสิทธิประโยชน์เท่า BOI ดึงลงทุน 1 ล้านล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 06.40 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 00.21 น.

กรรมาธิการฯเตรียมชงแผนตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคอีสาน เสนอ ครม.สัญจร เผยจีดีพีไทยติดหล่มโตต่ำ ขนาด EEC ยังช่วยดันไม่ไหว จำเป็นต้องทำเขต ศก.พิเศษเพิ่ม ให้สิทธิประโยชน์เหมือนบีโอไอ เล็งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุน 1 ล้านล้าน ปูพรมเข้าอีสาน-เหนือ เน้นอุตฯไฮเทค ซอฟต์พาวเวอร์ อุตฯเกษตรแปรรูป มั่นใจสร้างพายุหมุน สร้างงาน 3-5 แสนอัตรา

นายธัชพล กาญจนกูล ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เขตพัฒนาพิเศษภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาโครงการที่สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ชาติที่มีผลต่อการสร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชนและประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการได้รับมอบหมายให้ทำการศึกษาแนวทาง “โครงการจัดตั้งสำนักงานเขตเศรษฐกิจใหม่แห่งชาติ” ขึ้นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)

เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการขยายตัวของประเทศ รวมทั้งพัฒนาความเจริญในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดนครพนม ในวันที่ 28-29 เมษายน 2568 นี้ โดย สส.ในพื้นที่จะเป็นผู้เสนอ

ต้องมีเขตเศรษฐกิจใหม่ดันจีดีพีโต

วัตถุประสงค์เนื่องจากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับต่ำมาเป็นระยะเวลาร่วม 10 ปี เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แม้ในระยะที่ผ่านมาจะมีโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมาแล้วหลายโครงการ อย่างเช่น EEC แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้าหมายทั้งในภาพรวมและในระดับพื้นที่ ประกอบกับมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง

ทำให้ประเทศต้องปรับยุทธศาสตร์ใหม่ ให้มีการลงทุนในพื้นที่ เพื่อให้มีการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยจะเห็นได้ว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีศักยภาพสูงในการขยายตัวจากการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน มีจำนวนประชากรและผู้ใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก

แต่มูลค่าผลิตภัณฑ์ประชาชาติในพื้นที่ (GDP) ยังอยู่ในอัตราที่ค่อนข้างต่ำ ที่สำคัญเขตพิเศษทางการค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่มีส่วนสร้างในการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศได้เท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องมีการขยายเขตเศรษฐกิจใหม่เพิ่มขึ้น เพื่อกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคได้อย่างเข้าถึง

มุ่งเป้าอุตฯไฮเทค-อุตฯเกษตร

จึงเสนอการจัดตั้งในรูปแบบกระจายพื้นที่ หรือ “แบบดาวกระจาย” ไปยังบริเวณพื้นที่ทุกจุดที่มีศักยภาพสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงพื้นที่ทั่วทั้งประเทศที่มีความพร้อมอย่างภาคเหนือ และมีความต้องการของพื้นที่ (On Demand) โดยไม่กำหนดเฉพาะเจาะจงเป็นรายจังหวัดตามรูปแบบเดิม และมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลายกลุ่ม

ได้แก่ กลุ่มด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ AI, ดิจิทัล กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์, อัตลักษณ์ไทย, วัฒนธรรมไทย กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า และกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตร, ปศุสัตว์ และอาหารแปรรูป เป็นต้น ทั้งนี้จะมีการพัฒนาทักษะแรงงานของประชาชนในพื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญควบคู่ไปด้วย

“เศรษฐกิจมันจะโตได้ ต้องมีการลงทุนเพราะมันคือส่วนหนึ่งในการดัน GDP แต่พื้นที่ที่เรามีอยู่อย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มันไม่เพียงพอ ต้องขยายเพื่อหาพื้นที่ใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ เพื่อดึงทั้งการลงทุนจากต่างประเทศ และให้ในพื้นที่มีการลงทุนเติมเข้ามา”

ออกกฤษฎีกาให้อำนาจเบ็ดเสร็จ

สำหรับรูปแบบโครงสร้างของสำนักงานเขตเศรษฐกิจใหม่แห่งชาติ ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายขึ้นมาใหม่เหมือน EEC แต่จะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ทั้งเป็น Facilitator และ Operator ซึ่งอาจใช้รูปแบบการจัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ และความชัดเจนในขั้นตอนการบังคับใช้ในด้านต่าง ๆ เช่น การกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตต่าง ๆ การอนุมัติโครงการต่าง ๆ การจัดหาแหล่งเงินทุน/ระดมทุน และสนับสนุนโครงการโดยร่วมลงทุนได้

นอกเหนือจากการประสานงานในการของบประมาณจากภาครัฐ รวมไปถึงการกำหนดสิทธิประโยชน์โครงการเป็นแบบ Standard Intensive+Extra ตามแนวทางของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่งจะมีการทำงานที่ใกล้ชิดและสอดคล้องกันเพื่อลดความสับสนของนักลงทุน และเป็นการบริการในระดับการพัฒนาพื้นที่ให้กับนักลงทุนทั้งในและนอกประเทศอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยมีขอบเขตอำนาจครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ในทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นการค้า การลงทุนในทุกพื้นที่ที่มีความพร้อมให้เกิดความตื่นตัว และขยายตัวในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ที่จะส่งผลต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่ารูปแบบของเขตเศรษฐกิจใหม่ดังกล่าวจะสามารถสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจจากการลงทุนได้ประมาณ 1.5-2 เท่าของจำนวนเงินลงทุน

เล็งเป้าเม็ดเงินลงทุน 1 ล้านล้าน

โครงการเขตเศรษฐกิจใหม่แห่งชาติ จะเป็นโอกาสและความหวังใหม่ของประชาชน และประเทศที่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับมหภาคและจุลภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเป้าในด้านการจ้างงาน 300,000-500,000 อัตรา จากการลงทุนกว่า 500,000-1 ล้านล้านบาท ในพื้นที่ใหม่บนเขตเศรษฐกิจทั่วประเทศกว่า 50 เขต เกิดพื้นที่ใหม่ พื้นที่ทำกินประกอบอาชีพกว่า 100,000 ไร่ สร้างรายได้แก่ประชาชนเพิ่มมากขึ้นกว่า 20% ในทุกพื้นที่ที่มีการพัฒนาเป็นเขตส่งเสริมเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวของประเทศเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนด และทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน

ดังนั้น สรุปได้ว่าการขับเคลื่อนโครงการเขตเศรษฐกิจใหม่ตามรูปแบบดังกล่าว จะสามารถส่งผลให้พื้นที่ที่มีศักยภาพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ได้รับการพัฒนาให้เกิดความเจริญจากนักลงทุน สามารถประหยัดงบประมาณจากภาครัฐได้มากกว่า 80%

ทั้งนี้ โครงการเขตเศรษฐกิจใหม่นี้หากได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการ ในระยะแรกคาดว่าจะมีโครงการนำร่องในพื้นที่ต่าง ๆ ในภาคเหนือ 10 โครงการ และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 10 โครงการเป็นอย่างน้อย ทั้งโครงการเทคโนโลยีโดรน ศูนย์ปศุสัตว์โลก เกษตรแปรรูป (ดอยคำ) ผลิตภัณฑ์จากหญ้าเนเปียร์เพื่อการก่อสร้าง เป็นต้น มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชงตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสาน ลุ้นสิทธิประโยชน์เท่า BOI ดึงลงทุน 1 ล้านล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...