โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนาคารกลางเกาหลีใต้ จ่อหั่นดอกเบี้ย หนุนเศรษฐกิจโต รับมือพิษนโยบายทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 06.53 น.

ธนาคารกลางเกาหลีใต้ จ่อลดดอกเบี้ย เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ท่ามกลางปัญหาภาษีทรัมป์ แม้มีความกังวล เงินวอนอ่อนค่า

วันที่ 24 มกราคม 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) คาดว่าจะกลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในสัปดาห์นี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ท่ามกลางการขาดการกระตุ้นทางการคลังในช่วงเริ่มต้น และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ

นักเศรษฐศาสตร์ทั้งหมด 19 คนในโพลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก คาดการณ์ว่า BOJ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% ในการประชุมนโยบายวันอังคาร (25 ก.พ.) โดยเปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากที่นายรี ชางยง ผู้ว่าการ BOKส่งสัญญาณว่ามีความเปิดกว้างในการคงอัตราดอกเบี้ย

ในเดือนม.ค. สมาชิกคณะกรรมการ BOK 6 คน ซึ่งไม่นับรวมนายรี ระบุว่าสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายใน 3 เดือน แม้ว่านายรีจะเรียกร้องให้มีการกระตุ้นทางการคลังเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจ แต่เขาก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับค่าเงินวอนที่อ่อนค่า

นายอโศก บุนเดีย นักเศรษฐศาสตร์ จาก Institute of International Finance กล่าวว่า "งบประมาณเพิ่มเติมมีความสำคัญต่อการจัดการความเสี่ยงด้านลบ หากรัฐบาลไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณดังกล่าวได้ จึงอาจจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก"

นายรีเสนอให้มีงบประมาณเพิ่มเติม 15-20 ล้านล้านวอน (1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งต่ำกว่าระดับ 35 ล้านล้านวอนที่พรรคประชาธิปไตย (DPK) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ควบคุมรัฐสภาเสนอ โดย นายชเว ซังมก รักษาการประธานาธิบดี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณารายละเอียดดังกล่าว

ความผันผวนของสกุลเงินยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับนโยบายการเงิน BOK ได้หยุดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนม.ค. เนื่องจากกังวลว่าการผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจกดดันให้เงินวอนอ่อนค่าลงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อสกุลเงินมีเสถียรภาพ ความกังวลนี้อาจไม่ใช่ปัญหาสำคัญอีกต่อไป

ในขณะเดียวกัน นโยบายการค้าของนายทรัมป์ก็เพิ่มแรงกดดัน โดยรัฐบาลของเขาได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนมี.ค. และเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้จากคู่ค้าสำคัญ ซึ่ง Citi Research เตือนว่าการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 25% สำหรับสินค้าส่งออกของเกาหลีใต้ เช่น ยานยนต์ ยา และเซมิคอนดักเตอร์ อาจทำให้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้ ลดลง 0.2% และส่งผลกระทบทางอ้อมในวงกว้าง

BOK คาดการณ์ว่า GDP จะเติบโต 1.6 ถึง 1.7% ในปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าธนาคารกลางน่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันอังคาร (25 ก.พ.) แต่ก็อาจส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการผ่อนปรนเพิ่มเติมอย่างระมัดระวัง โดยอาจเลื่อนการปรับลดเพิ่มเติมออกไปจนถึงเดือนพ.ค. หรือหลังจากนั้น

ทั้งนี้ นายรีกล่าวกับสมาชิกรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า วงจรการลดอัตราดอกเบี้ยกำลังดำเนินอยู่ แต่เวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ธนาคารกลางกำลังมุ่งหน้าสู่การลดอัตราดอกเบี้ย แต่จะพิจารณาจังหวะอย่างรอบคอบต่อไป

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...