ธนาคารกลางเกาหลีใต้ จ่อหั่นดอกเบี้ย หนุนเศรษฐกิจโต รับมือพิษนโยบายทรัมป์
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ จ่อลดดอกเบี้ย เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ท่ามกลางปัญหาภาษีทรัมป์ แม้มีความกังวล เงินวอนอ่อนค่า
วันที่ 24 มกราคม 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) คาดว่าจะกลับมาปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในสัปดาห์นี้เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ท่ามกลางการขาดการกระตุ้นทางการคลังในช่วงเริ่มต้น และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายการค้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
นักเศรษฐศาสตร์ทั้งหมด 19 คนในโพลสำรวจของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก คาดการณ์ว่า BOJ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% ในการประชุมนโยบายวันอังคาร (25 ก.พ.) โดยเปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ หลังจากที่นายรี ชางยง ผู้ว่าการ BOKส่งสัญญาณว่ามีความเปิดกว้างในการคงอัตราดอกเบี้ย
ในเดือนม.ค. สมาชิกคณะกรรมการ BOK 6 คน ซึ่งไม่นับรวมนายรี ระบุว่าสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายใน 3 เดือน แม้ว่านายรีจะเรียกร้องให้มีการกระตุ้นทางการคลังเพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจ แต่เขาก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับค่าเงินวอนที่อ่อนค่า
นายอโศก บุนเดีย นักเศรษฐศาสตร์ จาก Institute of International Finance กล่าวว่า "งบประมาณเพิ่มเติมมีความสำคัญต่อการจัดการความเสี่ยงด้านลบ หากรัฐบาลไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณดังกล่าวได้ จึงอาจจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก"
นายรีเสนอให้มีงบประมาณเพิ่มเติม 15-20 ล้านล้านวอน (1.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถึง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งต่ำกว่าระดับ 35 ล้านล้านวอนที่พรรคประชาธิปไตย (DPK) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ควบคุมรัฐสภาเสนอ โดย นายชเว ซังมก รักษาการประธานาธิบดี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กำลังพิจารณารายละเอียดดังกล่าว
ความผันผวนของสกุลเงินยังคงเป็นปัญหาสำคัญสำหรับนโยบายการเงิน BOK ได้หยุดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนม.ค. เนื่องจากกังวลว่าการผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมอาจกดดันให้เงินวอนอ่อนค่าลงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อสกุลเงินมีเสถียรภาพ ความกังวลนี้อาจไม่ใช่ปัญหาสำคัญอีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน นโยบายการค้าของนายทรัมป์ก็เพิ่มแรงกดดัน โดยรัฐบาลของเขาได้ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม 25% ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนมี.ค. และเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้จากคู่ค้าสำคัญ ซึ่ง Citi Research เตือนว่าการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 25% สำหรับสินค้าส่งออกของเกาหลีใต้ เช่น ยานยนต์ ยา และเซมิคอนดักเตอร์ อาจทำให้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของเกาหลีใต้ ลดลง 0.2% และส่งผลกระทบทางอ้อมในวงกว้าง
BOK คาดการณ์ว่า GDP จะเติบโต 1.6 ถึง 1.7% ในปี 2568 ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แม้ว่าธนาคารกลางน่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในวันอังคาร (25 ก.พ.) แต่ก็อาจส่งสัญญาณว่าจะใช้มาตรการผ่อนปรนเพิ่มเติมอย่างระมัดระวัง โดยอาจเลื่อนการปรับลดเพิ่มเติมออกไปจนถึงเดือนพ.ค. หรือหลังจากนั้น
ทั้งนี้ นายรีกล่าวกับสมาชิกรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า วงจรการลดอัตราดอกเบี้ยกำลังดำเนินอยู่ แต่เวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ธนาคารกลางกำลังมุ่งหน้าสู่การลดอัตราดอกเบี้ย แต่จะพิจารณาจังหวะอย่างรอบคอบต่อไป
อ้างอิง : bloomberg.com