โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ความคืบหน้าล่าสุด เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 ปรับเงื่อนไขง่ายขึ้น

มุมข่าว

เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 01.48 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ความคืบหน้าล่าสุด เงินดิจิทัล 10,000 บาท เฟส 3 ปรับเงื่อนไขง่ายขึ้น

วันที่ 18 ก.พ. 2568 สำหรับความคืบหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการแจกเงิน 10,000 บาท หรือ โครงการเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เฟส 3 ซึ่งเป็นการแจกเงินให้กลุ่มที่มีอายุ 16-59 ปี ที่ไม่ติดเงื่อนไขการครอบครองทรัพย์สิน และมีรายได้ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ประมาณ 15 ล้านคน คาดว่าจะใช้เม็ดเงินราว 1.5 แสนล้านบาท

รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จะเริ่มแจกเงินได้ในช่วงปลายไตรมาส 2/2568 หรืออย่างเร็วที่สุดคือประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป และระหว่างนี้กระทรวงการคลัง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เตรียมทดสอบระบบเพย์เมนต์ (ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์) เชื่อมกับระบบของธนาคารพาณิชย์ คาดว่าจะเริ่มทดสอบทั้งระบบในเดือนมีนาคม และยืนยันไม่มีการแจกเป็นเงินสด

สำหรับไทม์ไลน์การแจกเงิน คาดว่าจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม 2568 เนื่องจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่าง ๆ จะต้องเชื่อมต่อระบบ Open Loop กับระบบเพย์เมนต์ที่ทาง DGA เป็นผู้รับผิดชอบ และต้องมีการทดสอบเพื่อให้มั่นใจระบบเติมเงินและชำระเงินทำให้อย่างมีเสถียรภาพพร้อมใช้งานต่อเนื่อง และมีมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อปิดความเสี่ยงเพราะเป็นระบบที่เชื่อมต่อด้านการเงิน และมีผู้ใช้จำนวนมาก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า การแจกเงินดิจิทัลวอลเลต 10,000 เฟส 3 จะเหลืออีกประมาณ 15 ล้านคน กลุ่มอายุ 16-59 ปี ที่ไม่ติดเงื่อนไขทรัพย์สิน และรายได้ตามเกณฑ์ รัฐบาลยืนยันว่าเตรียมการไว้แล้ว โดยยืนยันคำเดิมคือแจกในไตรมาส 2 ปี 2568 คือในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.นี้

ส่วนในเรื่องการทำระบบ Open Loop กับสถาบันการเงิน ตอนนี้ระบบเสร็จแล้ว และอยู่ในช่วงของการทดลองระบบ คาดว่าจะใช้เวลาทดลองประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ระบบรัดกุม ขณะที่กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนยังเดินหน้าต่อเปิดลงทะเบียนแน่นอน และกำลังหาวิธีอยู่ ยืนยันว่ากลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนจะได้รับเงิน 10,000 บาทอย่างแน่นอน

เงื่อนไขกลุ่มคนทั่วไป เฟส 3 คนลงทะเบียนแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ยืนยันตัวตน

- ประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน

- สัญชาติไทย

- อายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ก่อนวันที่ 16 ก.ย. 2567)

- ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท (สำหรับปีภาษี 2566)

- ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567)

- ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ

- ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ

- ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ

ตรวจสอบสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท บนแอปพลิเคชัน ทางรัฐ

- เปิดแอปทางรัฐ เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มตรวจสอบสถานะ

- ระบบจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล และขอยืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ให้กดปุ่มยืนยันข้อมูล

- กรอกเบอร์โทรศัพท์และกดปุ่มรับรหัสทาง SMS (OTP)

- กรอกรหัส OTP และกดปุ่มยืนยันโทรศัพท์มือถือ

- กดปุ่มอนุญาต ให้แอปพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

- ระบบจะแสดงผลสถานะในการรับสิทธิตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ว่าอยู่ในขั้นตอนใด หากอยู่ในขั้นตอนที่ 3 คือระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 4 คือไม่ได้รับสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือได้รับสิทธิตามโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท

ก่อนหน้านี้ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ระหว่างพิจารณาผ่อนปรนให้ร้านค้าและประชาชนสามารถใช้ดิจิทัลวอลเล็ตได้ง่ายขึ้น เช่น ในมิติของร้านค้าจะผ่อนปรนให้นำวงเงินจากดิจิทัลวอลเล็ตออกมาใช้ได้ง่ายขึ้น จากเดิมที่กำหนดให้ร้านค้าถอนเงินสดได้ เมื่อมีการใช้จ่ายตั้งแต่ในรอบที่ 2 เป็นต้นไป และร้านค้าที่ถอนเงินสดได้ต้องอยู่ในระบบภาษีเท่านั้น

ขณะที่ในด้านประชาชนนั้น จะปรับเงื่อนไขให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น กรณีที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการปรับเงื่อนไขให้ประชาชนใช้จ่ายเป็นเงินสดได้ ยืนยันว่ารูปแบบการใช้จ่ายยังเป็นการใช้ในระบบดิจิทัลวอลเล็ต ขณะที่เรื่องเงื่อนไขการจำกัดใช้จ่ายเฉพาะพื้นที่อำเภอตามทะเบียนบ้านนั้น รอข้อสรุปจากคณะกรรมการ แต่มีแนวโน้มที่จะใช้เป็นพื้นที่เหมือนเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...