โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CPNCG-POPFกองรีททำเลทอง ปันผลสม่ำเสมอดีต่อพอร์ตลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ก.ย 2567 เวลา 00.30 น. • เผยแพร่ 11 ก.ย 2567 เวลา 12.39 น.

#CPNCG#POPF#ทันหุ้น อัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลงทำให้กองรีท (REIT) หรือ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ทั้งจุดเด่นในเรื่องของการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ความเสี่ยงที่ต่ำกว่าหุ้น โดยเฉพาะปัจจุบันที่การลงทุนในหุ้นมีความผันผวนสูง จึงทำให้กองรีทเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจ และควรถือไว้ในพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง

อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยที่เป็นขาลง ยังสะท้อนมุมมองเศรษฐกิจในระยะถัดไปว่าจะกลับมาฟื้นตัว และกองรีทมีโอกาสที่จะปรับราคาค่าเช่าขึ้นได้ในอนาคตที่เศรษฐกิจกลับมาขยายตัว ดังนั้นหากลงทุนระยะยาวกับกองรีทก็จะได้รับปัจจัยบวกจากค่าเช่าที่มีโอกาสปรับขึ้นได้เช่นกัน โดยเฉพาะรีทที่อยู่ในทำเลศักยภาพ

ซึ่ง กองรีท นั้นมีการลงทุนในสินทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งอาคารสำนักงาน คลังสินค้า โรมแรม เป็นต้น ซึ่งแต่ละสินทรัพย์ก็มีจุดเด่น และความน่าสนใจที่แตกต่างกัน และในวันนี้ “ทันหุ้น” จะพามารู้จัก กองรีทที่ลงทุนในออฟฟิศ หรือ อาคารสำนักงาน อย่างกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) และ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ (POPF)โดยทั้ง 2 กองรีท เป็นรีทประเภท Leasehold ที่บริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM

*CPNCG อาคารเกรด A ทำเลทอง

เริ่มที่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล (CPNCG) เป็นกองรีทที่ลงทุนในทรัพย์สินของอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นอาคารสํานักงานเกรด A ขนาดใหญ่ ย่านปทุมวัน ตัวอาคารมีการปรับปรุงใหม่ให้มีคววามทันสมัย และปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อปี 2565

ตัวอาคารยังรายรอบด้วยศูนย์การค้าชั้นนำ และโรงแรมระดับห้าดาวหลายแห่งย่านราชประสงค์ แถมเดินทางสะดวกด้วยเส้นทางผ่านของรถไฟฟ้าบีทีเอส นับเป็นอีกทำเลศักยภาพของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน CPNCG เหลือสิทธิการเช่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 อีก 8.5 ปี แต่ผลการดำเนินงานกองทุนยังคงเติบโตต่อเนื่อง

นายนวบูลย์ ทององอาจ Associate Director บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM รายงานว่าไตรมาส 2/2567 ดิ ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ CPNCG ลงทุนมีอัตราการเช่า (Average Occupancy Rate) อยู่ที่ 95.9% โดยมีผู้เช่ารายใหญ่ที่สำคัญ เช่น AGODA, Nestle (Thailand), Central Pattana, Ogilvy&Mather (Thailand) และ Maybank Securities เป็นต้น

และ มีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงาน อยู่ที่ 105,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.27 % จากไตรมาส 2/2566 มีสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานอยู่ที่ 103,914 ล้านบาท

โดยไตรมาส 2/2567 นี้ กองทุนได้จ่ายเงินปันผล 0.3245 บาทต่อหน่วย จ่ายเงินลดทุน 0.2077 บาทต่อหน่วย รวม จ่ายผลประโยชน์ตอบแทน 0.5322 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ ณ 30 มิถุนายน CPNCG ทรัพย์สินสุทธิ 3,970 ล้านบาท และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2555 กองทุนจ่ายจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ 46 ครั้ง รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 10.4453 บาทต่อหน่วย มีการจ่ายเงินลดทุน 0.5701 บาทต่อหน่วย ทำให้ปัจจุบัน กองทุนจ่ายผลประโยชน์รวมทั้งสิ้น 11.0154 บาทต่อหน่วย

*POPFปันผลต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ส่วนอีกกองทุนกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์มออฟฟิศ (POPF) ลงทุนใน 1. อาคารสมัชชาวาณิช 2 (ยูบีซี 2) จากบริษัท ภิรัชบุรี จำกัด (“ภิรัชบุรี”) หรือ UBC II โดยสิทธิการเช่ามีระยะเวลาคงเหลือประมาณ 16 ปี 2. อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ หรือ PC สิทธิการเช่ามีระยะเวลาคงเหลือประมาณ 7เดือน และ3. อาคารบางนา ทาวเวอร์ หรือ BNT สิทธิการเช่ามีระยะเวลาคงเหลือประมาณ 20 ปี 4 เดือน

นางสาวพีรญา วรรณคีรี Senior Associate, กลุ่มการลงทุนอสังหาและโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด เผยตัวเลขผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2567 ว่า กอง POPF มีรายได้อยู่ที่ 243,052 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ มีรายได้ 240,751 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 3.2% เทียบจากงวดเดียวกันของปี 2566 ซึ่งมีรายได้ 235,498 ล้านบาท มีสินทรัพย์สุทธิ ที่ 4,921,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% เทียบไตรมาสก่อนหน้า 4,850,094 ล้านบาท

“ในส่วนของสิทธิการเช่าในอาคารเพลินจิตที่จะครบกำหนดในต้นปี 2568 นั้น ก็จะส่งผลให้มูลค่าสิทธิการเช่าในอาคารเพลินจิตปรับลดลง ขณะที่มูลค่าการเช่าใน ยูบีซี 2 และอาคาร บางนา ทาวเวอร์ ยังเหลือเกือบ 20 ปี ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แม้ทางกองทุนก็เห็นภาพว่า 1 ปีข้างหน้า น่าจะมีโอกาสลดลงของมูลค่าสิทธิการเช่า แต่ในแง่ผลประกอบการดูแล้วไม่ได้จะมีการลดลงตาม เพราะหากดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่พ้นช่วงโควิดมา-19 กองทุนสามารถจ่ายปันผล และปรับเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลมาได้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา”

สำหรับไตรมาส 2/2567 กองทุนจ่ายปันผลทั้งจำนวน 0.29 บาทต่อหน่วย ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุน จ่ายเงินปันผลรวม 53 ครั้ง รวมเงินปันผลทั้งสิ้น 13.0280 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนรวมทั้งสิ้น 0.6550 บาทต่อหน่วย

*เหตุผลของการลดทุน

ทั้งนี้กองรีทที่มีการจ่ายเงินลดทุน เนื่องจากการลงทุนในสิทธิการเช่าจะมีมูลค่าการประเมินทรัพย์สินลดลง สอดคล้องกับระยะเวลาสิทธิการเช่าคงเหลือที่ลดลง ส่งผลให้เกิดการขาดทุนทางบัญชีซึ่งไม่ได้กระทบกับกระแสเงินสดที่ทำมาหาได้จากธุรกิจของกองทุน เมื่อการขาดทุนทางบัญชีมากขึ้นและส่งผลให้ทางกองทุนไม่มีกำไรสะสมคงเหลือ ตามกฎเกณฑ์ ทางกองทุนจะจ่ายสภาพคล่องซึ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงานโดยการลดทุน

ซึ่งเป็นกลไกการจ่ายเงินปกติของกองทุนที่ลงทุนในสิทธิการเช่า และมูลค่าประเมินทรัพย์สินในทางบัญชีลดลง

แต่ในแง่ผลประกอบการกองทุนยังมีความแข็งแกร่ง โดยกองทุนจะยังคงสามารถจ่ายผลตอบแทนจากกำไรจากการให้เช่าทรัพย์สินให้แก่ผู้ถือหน่วยได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพียงแต่อยู่ในรูปของเงินปันผล หรือเงินลดทุนเท่านั้น และการจ่ายผลประโยชน์ออกเป็นการลดทุนข้างต้นจะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เมื่อเทียบกับเงินปัน

ปัจจุบันทั้ง 2 กองทุนมุ่งเน้นการบริหารทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงระยะเวลาสิทธิการเช่าที่มีอยู่ เช่น การปรับปรุงทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เช่า โดยกองทุนยังมีระยะเวลาลงทุนและได้รับผลประโยชน์ตอบแทนคงเหลือระยะยาว ซึ่งสินทรัพย์ที่ทางกองทุนลงทุน ตั้งบนทำเล CBD หรือ จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ยังมีความต้องการสูง และกองทุนมีภาระหนี้สินต่อสินทรัพย์รวมระดับต่ำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...