ชี้เป้า 5 หุ้นเวียดนามพื้นฐานดี “น่าซื้อเก็บ” รับกระแส Emerging Market มาแรง
หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้เริ่มลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนกันยายน นักลงทุนมากมายเริ่มหันมาสนใจบริษัทขนาดเล็กและบริษัทในประเทศตลาดเกิดใหม่กันมากขึ้น โดยหนึ่งในประเทศที่เป็นแหล่งลงทุนที่ดีและนักวิเคราะห์มองว่าเหมาะกับการซื้อและถือระยะยาวก็คือ เวียดนาม
เนื่องจากเศรษฐกิจเวียดนามโดยเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการขยายตัวเกือบ 9% ต่อปี นอกจากนี้ เวียดนามยังมีประชากรสูงถึงเกือบ 100 ล้านคน อีกทั้งประชากรส่วนใหญ่ยังอายุไม่มาก โดยอายุมัธยฐาน (Median Age) ของคนเวียดนามอยู่ที่ 35 ปี รวมถึงคนส่วนมากยังคุ้นเคยกับเทคโนโลยีและมีบทบาทในตลาดโลกด้วย
อีกหนึ่งปัจจัยบวกของเวียดนาม คือการที่สัดส่วนชนชั้นกลางของประเทศขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2023 รายได้ต่อเดือนโดยเฉลี่ยของชาวเวียดนามเพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อน แตะ 7.1 ล้านดอง หรือ ประมาณ 9,500 บาท ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยหนุนเศรษฐกิจและธุรกิจเวียดนามให้เติบโตต่อไปได้ในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัท หลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ยังแนะนำด้วยว่า เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงค่อนข้างน้อยจากนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้น
ในบทความนี้ Wealthy Thai จะพาทุกท่านไปรู้จักกับ 5 หุ้นเวียดนามมาแรง ที่มีส่วนแบ่งในตลาดเวียดนาม (market cap) ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในแต่ละอุตสาหกรรม และเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์ในแพลตฟอร์ม TradingView ได้แนะนำว่าให้ “ซื้อทันที” (strong buy)
1.Vietcombank (VCB)
Vietcombank เป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม โดยมี market cap ที่ประมาณ 508 ล้านล้านดอง (677,887 ล้านบาท) ในปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั้งในและนอกประเทศรวมกว่า 560 สาขา และตามรายงานของ Fitch Ratings สินเชื่อกับเงินฝากของธนาคารมีสัดส่วนราวๆ 10% - 12% ของสินเชื่อและเงินฝากในอุตสาหกรรมธนาคารเวียดนามทั้งหมด ซึ่งนี่ บวกกับงบดุลที่ค่อนข้างแข็งแรงของ VCB ก็ทำให้ธนาคารมีความได้เปรียบทางการแข่งขันมากกว่าธนาคารคู่แข่ง นอกจากนี้ ในปี 2024 VCB เพิ่งได้รับรางวัล “ธนาคารดิจิทัลโดดเด่น” และ “ธนาคารที่โดดเด่นสำหรับบริษัทขนาดเล็กและกลาง” จาก คณะกรรมการจัดงาน Vietnam Outstanding Banking Awards 2024
2.FPT Corporation (FPT)
FPT Corporation เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ทำธุรกิจผู้จัดจำหน่ายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์หลังบ้าน บริการคลาวด์ และ Blockchain มี market cap อยู่ที่ 195 ล้านล้านดอง (ประมาณ 260,000 ล้านบาท) ซึ่งบริษัทได้ถูกคำนวณในดัชนี VN30 ที่รวมหุ้น 30 ตัวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเอาไว้
FPT ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 โดยนักวิทยาศาสตร์ 13 คน และตั้งแต่ช่วงต้นยุค 2000 บริษัทได้เข้าไปเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ให้กับบริษัทใหญ่ๆ อย่าง IBM Microsoft Amazon Unilever Toshiba รวมถึง Central Retail ของไทยด้วย ซึ่ง Ecosystem ที่แข็งแรงเป็นจุดเด่นของ FPT เพราะบริษัทประกอบไปด้วยบุคคลากรด้านไอที มีมหาวิทยาลัยของตัวเองเพื่อผลิตโปรแกรมเมอร์ และยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลที่ต้องการยกระดับอุตสาหกรรมไอทีของประเทศด้วย
3.Hoa Phat Group (HPG)
Hoa Phat Group เป็นบริษัทผลิตเหล็กที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม มี market cap อยู่ที่ 164.4 ล้านล้านดอง (ประมาณ 220,000 ล้านบาท) โดยรายได้ของบริษัทแบ่งออกได้เป็น 4 ธุรกิจหลัก ๆ คือ (1) การผลิตเหล็กสำหรับการก่อสร้าง ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท (2) การผลิตวัสดุและสิ่งก่อสร้าง (3) อสังหาริมทรัพย์ และ (4) การเกษตร ซึ่งในปัจจุบัน HPG ถูกจัดเป็นหนึ่งในบริษัทผลิตเหล็กกัลวาไนซ์ชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งใน 50 บริษัทผลิตเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามรายงานของ Refinitiv Eikon
4.Mason Consumer Holdings (MCH)
Masan Consumer Holdings เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม มี market cap อยู่ที่ประมาณ 153 ล้านล้านดอง (ประมาณ 203,000 ล้านบาท) ประเภทสินค้าที่บริษัทผลิตเป็นหลักได้แก่ เครื่องเทศ อาหารจานด่วน เนื้อ เครื่องดื่ม และ ของใช้ส่วนตัว โดยบริษัทมีโรงงานผลิต 14 แห่งทั่วเวียดนาม และมีศูนย์นวัตกรรมใหญ่หนึ่งแห่งที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญมากมาย ซึ่ง MCH เป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้าอยู่เสมอ
5.Mobile World Investment Corporation (MWG)
Mobile World Investment Corporation เป็นบริษัทผลิตเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็บท็อป โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และ อื่นๆ อีกมากมาย โดยมี market cap อยู่ที่ 98 ล้านล้านดอง (ประมาณ 131,000 ล้านบาท) ในครึ่งแรกปี 2024 บริษัททำกำไรสุทธิได้กว่า 2.07 ล้านล้านดอง (2,752 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 16% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกปี 2023