สัญญาณเตือนของ Love Bombing มีอะไรบ้าง?
Love bombing คืออะไร?
Love bombing คือ การทุ่มเทความรักอย่างหนักหน่วงในช่วงต้นของความสัมพันธ์เพื่อให้อีกฝ่ายประทับใจ ตกหลุมรัก และรู้สึกว่าขาดเขาไม่ได้ เมื่อฝ่ายที่ได้รับความเอาใจใส่รู้สึกผูกพันจนถอนตัวไม่ขึ้น ฝ่ายที่ทำการ love bombing จะเริ่มควบคุมชีวิตของคนรักให้เป็นไปตามที่อีกฝ่ายต้องการ ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสับสน อึดอัดในความสัมพันธ์ และไม่เป็นตัวของตัวเอง
สัญญาณเตือนของ Love Bombing มีอะไรบ้าง?
- การเร่งรัดเข้าสู่ความสัมพันธ์ (Rushing to Lock Things Down)ความสัมพันธ์ที่ดีมักมีลักษณะแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยที่ทั้งสองฝ่ายค่อย ๆ ทำความรู้จัก และเรียนรู้ข้อดีข้อเสียของกันและกัน แต่ผู้ที่ทำการ love bombing นั้นมักจะเร่งรัดความสัมพันธ์ให้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน เช่น ขอเป็นแฟนตั้งแต่รู้จักกันได้ไม่กี่สัปดาห์ อยากสร้างอนาคตร่วมกัน อยากแต่งงาน หรืออยากมีลูกด้วยกันทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้จักกันดี
- การมีของขวัญให้อยู่บ่อย ๆ (Giving Excessive Gifts)บุคคลเหล่านี้มักชอบซื้อของขวัญมาปนเปรอคนรักทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ขอและไม่ได้ต้องการ หลายครั้งของขวัญที่ให้อาจมีมูลค่าสูงจนทำให้คนที่ได้รับรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ เกรงใจ และยอมตามใจผู้ทำการ love bombing ในภายหลังจนทำให้รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง
- พื้นที่ส่วนตัวเริ่มเหลือน้อยเต็มที (Not Respecting Personal Space)ผู้ที่มีพฤติกรรม love bombing มักคอยเช็กอีกฝ่ายตลอดเวลาว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร หลายครั้งอาจถึงขั้นคอยเช็กโทรศัพท์ แสดงความหึงหวงเวลาคนรักอยู่กับเพื่อน และบังคับให้อีกฝ่ายใช้เวลาส่วนมากอยู่กับตน เมื่อคู่ของตนเองสื่อสารให้รับรู้ว่าไม่พอใจพฤติกรรมเหล่านี้ ฝ่ายที่ทำการ love bombing อาจแสดงอาการน้อยเนื้อต่ำใจ ทำให้คนรักรู้สึกผิดและยอมตามใจในที่สุด
- ขยันบอกรักบ่อยจนเกินเหตุ (Over-Communication of Love)คนประเภทนี้มักใช้คำว่ารักอย่างพร่ำเพรื่อ ขยันเยินยอและโปรยคำหวานบ่อยเกินความจำเป็น เช่น พวกเขาอาจเรียกอีกฝ่ายว่าเป็น soul mate หรือเป็นเนื้อคู่ที่ตามหามานาน โดยที่ยังไม่รู้จักตัวตนของกันและกันอย่างแท้จริง
Love Bombing: ความไม่มั่นคงในจิตใจที่สะท้อนออกมาในรูปแบบการทุ่มเทความรักอย่างหนักหน่วง ความสัมพันธ์กับคนที่ทำการ love bombing นั้นอาจให้ความรู้สึกเหมือนกับภาพฝันที่เป็นจริงในช่วงต้น เพราะเขาจะคอยทุ่มเทความรักและความใส่ใจให้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับแสดงอาการเฉยชาจนอีกฝ่ายรู้สึกสับสน น้อยใจ รู้สึกผิด และพยายามบงการชีวิตจนอีกฝ่ายรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อคนที่ทำการ love bombing ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ลง คนที่ถูกทิ้งมักรู้สึกบอบช้ำ หรืออาจมีอาการซึมเศร้า เช่น รู้สึกไร้ค่า ว่างเปล่า ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะทำแม้กระทั่งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อบำบัดอาการ และรักษาสภาพจิตใจให้พร้อมเริ่มต้นสำหรับความรักครั้งใหม่ในอนาคตได้อีกครั้ง