โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะโอกาสลงทุนในหุ้นไอพีโอ “โอ้กะจู๋” หรือ OKJ ร้านอาหารเพื่อสุขภาพพันล้าน

Wealthy Thai

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 08.09 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 07.40 น.

จากความหลงใหลและความทุ่มเทของผู้ร่วมก่อตั้งที่อยากปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพได้ทานผลผลิตที่ไม่มีสารพิษและสารเคมีใด ๆ ตกค้าง จนกลายมาเป็น “โอ้กะจู๋”แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพชั้นนำ ที่ได้รับความนิยมและครองใจผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน “โอ้กะจู๋”กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อระดมทุนไปสร้างการเติบโตในอนาคต สำหรับความน่าสนใจของ “โอ้กะจู๋”จะอยู่ตรงไหน อะไรเป็นจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์ยังสามารถครองใจผู้บริโภคสายรักสุขภาพได้อย่างเหนียวแน่น รวมถึงแนวโน้มการเติบโตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาทุกคนไปหาคำตอบ
จุดเริ่มต้นของ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ โอ้กะจู๋ เกิดจากแรงบันดาลใจ (Passion) ของ 3 เพื่อนรักผู้ก่อตั้งอย่าง นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล (อู๋) นายจิรายุทธ ภูวพูนผล (โจ้) และนายวรเดช สุชัยบุญศิริ (ต้อง) ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจากการปลูกผักสวนครัวทั่วไปและผักสลัดบางชนิดเพื่อรับประทานในครอบครัว ภายใต้สโลแกน “ปลูกผักเพราะรักแม่” จนต่อยอดกลายมาเป็นธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Be Organic from Farm to Table”

ในส่วนของธุรกิจ โอ้กระจู๋ แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

1.ธุรกิจบริการและจำหน่ายอาหาร ภายใต้แบรนด์ “โอ้กะจู๋” จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต่าง ๆ เช่น สลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ อาหารจานเดียว ขนมหวาน น้ำผักผลไม้ เบเกอรี่ โดยครอบคลุมช่องทางการจำหน่ายทั้งในรูปแบบ Full-service Restaurant, Delivery and Kiosk, Café Amazon และ Supermarket
2.ธุรกิจร้านอาหารประเภทจานด่วน ภายใต้แบรนด์ “Ohkajhu Wrap & Roll” จำหน่ายสลัด แร๊พสลัด แซนด์วิช และเมนูสุขภาพพร้อมหยิบ (Grab & Go)เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบของผู้บริโภค
3.ธุรกิจร้านน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “Oh! Juice” จำหน่ายน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ โดยนำเมนูน้ำผักออร์แกนิคและผลไม้ที่จำหน่ายในร้านโอ้กะจู๋ มาพัฒนาสูตรเป็นเมนูสุขภาพและเสริมคุณค่าโภชนาการเหมาะกับคนทุกวัย
ทั้งนี้ รายได้เกือบทั้งหมดของ โอ้กะจู๋ มาจากธุรกิจบริการและจำหน่ายอาหาร ส่วนแบรนด์ Ohkajhu Wrap & Rollและ Oh! Juiceนับเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพ และช่วยสร้างการเติบโตให้กับ โอ้กะจู๋ ในอนาคต โดย แบรนด์ Ohkajhu Wrap & Rollและ Oh! Juiceได้เปิดสาขาแรกเมื่อเดือนเมษายน และพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีการเปิดดำเนินการ Ohkajhu Wrap & Roll จำนวน 1 สาขา และ Oh! Juice จำนวน 6 สาขา
จากข้อมูลข้างต้นนักลงทุนน่าจะพอเข้าใจธุรกิจและโครงสร้างของ โอ้กะจู๋ พอสมควรแล้ว ดังนั้นมาสำรวจจุดแข็งและความน่าสนใจกันบ้าง

จุดแข็งที่ทำให้ โอ้กะจู๋ แตกต่างจากผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม คือ แบรนด์โอ้กะจู๋ ใช้วัตถุดิบและอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเป็นแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มร้านอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนทุกวัย มีรูปแบบร้านรวมถึงช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม มีการคิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ และเป็นผู้นำในการสร้างเทรนด์ผลิตภัณฑ์กับเมนูเพื่อสุขภาพที่แปลกใหม่ (Trend setter)
นอกจากนี้ โอ้กะจู๋ ยังเชี่ยวชาญในการทำเกษตรอินทรีย์ และมีการวางระบบเกษตรอินทรีย์ที่สามารถพัฒนาและรองรับการเติบโตในอนาคต สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ได้เอง ซึ่งทำให้โอ้กะจู๋เป็นผู้นำธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหารแบบครบวงจรตั้งแต่เพาะปลูกจน เก็บเกี่ยว และแปรรูปผลผลิต ทำให้โอ้กะจู๋สามารถควบคุมคุณภาพ ต้นทุน และเวลาในการผลิตและการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับมีทีมผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ ORรวมทั้ง โอ้กะจู๋ เองยังมุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) อีกด้วย
ด้านผลประกอบการย้อนหลัง โอ้กะจู๋ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยปี 2564 มีรายได้รวม 803.0ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 84.6ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตามในปี 2565 ภาพรวมผลประกอบการพลิกกลับเป็นบวกได้ โดยมีรายได้รวม 1,214.9ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 38.3ล้านบาท ส่วนปี 2566 มีผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 1,716.8ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 140.6 ล้านบาท ล่าสุดผลประกอบการ 6 เดือน ปี 2567 โอ้กะจู๋ ยังรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 1,110.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.8%และมีกำไรสุทธิ 102.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงในงวด 6 เดือน ปี 2567 โอ้กะจู๋ยังสามารถรักษาการเติบโตที่โดดเด่น โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (SSSG)เท่ากับ 8.4%
ขณะเดียวกัน โอ้กะจู๋ ยังมีโอกาสเติบโตในอนาคต สอดคล้องไปกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับสัดส่วนประชากรในประเทศไทยมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aging society) มากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2567มูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทยจะมีมูลค่าประมาณ 34,000ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณร้อยละ 6.0ต่อปี ในช่วงปี 2568-2570
ส่วนรายละเอียดการเสนอขายหุ้นไอพีโอ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ จะขายหุ้นไอพีโอ รวมทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 159.0 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 26.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ โดยวัตถุประสงค์ในการระดมทุน บริษัทจะนำเงินไปใช้ขยายสาขาทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและระบบบริหารจัดการ พัฒนาเครื่องจักร อุปกรณ์ และสาธารณูปโภคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก และชําระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นว่า “โอ้กะจู๋”หรือ OKJ มีโมเดลธุรกิจที่แข็งแรง แตกต่าง ที่พร้อมจะขยายการเติบโตไปกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ดังนั้น นักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเติบโตในอนาคต “โอ้กะจู๋”อาจเป็นหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...