เจาะโอกาสลงทุนในหุ้นไอพีโอ “โอ้กะจู๋” หรือ OKJ ร้านอาหารเพื่อสุขภาพพันล้าน
จากความหลงใหลและความทุ่มเทของผู้ร่วมก่อตั้งที่อยากปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพได้ทานผลผลิตที่ไม่มีสารพิษและสารเคมีใด ๆ ตกค้าง จนกลายมาเป็น “โอ้กะจู๋”แบรนด์ร้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพชั้นนำ ที่ได้รับความนิยมและครองใจผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน “โอ้กะจู๋”กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อระดมทุนไปสร้างการเติบโตในอนาคต สำหรับความน่าสนใจของ “โอ้กะจู๋”จะอยู่ตรงไหน อะไรเป็นจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์ยังสามารถครองใจผู้บริโภคสายรักสุขภาพได้อย่างเหนียวแน่น รวมถึงแนวโน้มการเติบโตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะพาทุกคนไปหาคำตอบ
จุดเริ่มต้นของ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ โอ้กะจู๋ เกิดจากแรงบันดาลใจ (Passion) ของ 3 เพื่อนรักผู้ก่อตั้งอย่าง นายชลากร เอกชัยพัฒนกุล (อู๋) นายจิรายุทธ ภูวพูนผล (โจ้) และนายวรเดช สุชัยบุญศิริ (ต้อง) ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคจากการปลูกผักสวนครัวทั่วไปและผักสลัดบางชนิดเพื่อรับประทานในครอบครัว ภายใต้สโลแกน “ปลูกผักเพราะรักแม่” จนต่อยอดกลายมาเป็นธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Be Organic from Farm to Table”
ในส่วนของธุรกิจ โอ้กระจู๋ แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน คือ
1.ธุรกิจบริการและจำหน่ายอาหาร ภายใต้แบรนด์ “โอ้กะจู๋” จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต่าง ๆ เช่น สลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ อาหารจานเดียว ขนมหวาน น้ำผักผลไม้ เบเกอรี่ โดยครอบคลุมช่องทางการจำหน่ายทั้งในรูปแบบ Full-service Restaurant, Delivery and Kiosk, Café Amazon และ Supermarket
2.ธุรกิจร้านอาหารประเภทจานด่วน ภายใต้แบรนด์ “Ohkajhu Wrap & Roll” จำหน่ายสลัด แร๊พสลัด แซนด์วิช และเมนูสุขภาพพร้อมหยิบ (Grab & Go)เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบของผู้บริโภค
3.ธุรกิจร้านน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “Oh! Juice” จำหน่ายน้ำผักผลไม้เพื่อสุขภาพ โดยนำเมนูน้ำผักออร์แกนิคและผลไม้ที่จำหน่ายในร้านโอ้กะจู๋ มาพัฒนาสูตรเป็นเมนูสุขภาพและเสริมคุณค่าโภชนาการเหมาะกับคนทุกวัย
ทั้งนี้ รายได้เกือบทั้งหมดของ โอ้กะจู๋ มาจากธุรกิจบริการและจำหน่ายอาหาร ส่วนแบรนด์ Ohkajhu Wrap & Rollและ Oh! Juiceนับเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพ และช่วยสร้างการเติบโตให้กับ โอ้กะจู๋ ในอนาคต โดย แบรนด์ Ohkajhu Wrap & Rollและ Oh! Juiceได้เปิดสาขาแรกเมื่อเดือนเมษายน และพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่ง ณ ปัจจุบันมีการเปิดดำเนินการ Ohkajhu Wrap & Roll จำนวน 1 สาขา และ Oh! Juice จำนวน 6 สาขา
จากข้อมูลข้างต้นนักลงทุนน่าจะพอเข้าใจธุรกิจและโครงสร้างของ โอ้กะจู๋ พอสมควรแล้ว ดังนั้นมาสำรวจจุดแข็งและความน่าสนใจกันบ้าง
จุดแข็งที่ทำให้ โอ้กะจู๋ แตกต่างจากผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ ในอุตสาหกรรม คือ แบรนด์โอ้กะจู๋ ใช้วัตถุดิบและอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเป็นแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มร้านอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนทุกวัย มีรูปแบบร้านรวมถึงช่องทางการจำหน่ายสินค้าที่หลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม มีการคิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ และเป็นผู้นำในการสร้างเทรนด์ผลิตภัณฑ์กับเมนูเพื่อสุขภาพที่แปลกใหม่ (Trend setter)
นอกจากนี้ โอ้กะจู๋ ยังเชี่ยวชาญในการทำเกษตรอินทรีย์ และมีการวางระบบเกษตรอินทรีย์ที่สามารถพัฒนาและรองรับการเติบโตในอนาคต สามารถบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ได้เอง ซึ่งทำให้โอ้กะจู๋เป็นผู้นำธุรกิจให้บริการและจำหน่ายอาหารแบบครบวงจรตั้งแต่เพาะปลูกจน เก็บเกี่ยว และแปรรูปผลผลิต ทำให้โอ้กะจู๋สามารถควบคุมคุณภาพ ต้นทุน และเวลาในการผลิตและการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับมีทีมผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ ORรวมทั้ง โอ้กะจู๋ เองยังมุ่งดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) อีกด้วย
ด้านผลประกอบการย้อนหลัง โอ้กะจู๋ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยปี 2564 มีรายได้รวม 803.0ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 84.6ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ตามในปี 2565 ภาพรวมผลประกอบการพลิกกลับเป็นบวกได้ โดยมีรายได้รวม 1,214.9ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 38.3ล้านบาท ส่วนปี 2566 มีผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีรายได้รวม 1,716.8ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 140.6 ล้านบาท ล่าสุดผลประกอบการ 6 เดือน ปี 2567 โอ้กะจู๋ ยังรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 1,110.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.8%และมีกำไรสุทธิ 102.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงในงวด 6 เดือน ปี 2567 โอ้กะจู๋ยังสามารถรักษาการเติบโตที่โดดเด่น โดยมีอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (SSSG)เท่ากับ 8.4%
ขณะเดียวกัน โอ้กะจู๋ ยังมีโอกาสเติบโตในอนาคต สอดคล้องไปกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับสัดส่วนประชากรในประเทศไทยมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงอายุ (Aging society) มากขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมีแนวโน้มการเติบโตสูง โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2567มูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทยจะมีมูลค่าประมาณ 34,000ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณร้อยละ 6.0ต่อปี ในช่วงปี 2568-2570
ส่วนรายละเอียดการเสนอขายหุ้นไอพีโอ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ จะขายหุ้นไอพีโอ รวมทั้งสิ้นจำนวนไม่เกิน 159.0 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 26.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ โดยวัตถุประสงค์ในการระดมทุน บริษัทจะนำเงินไปใช้ขยายสาขาทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ ก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและระบบบริหารจัดการ พัฒนาเครื่องจักร อุปกรณ์ และสาธารณูปโภคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก และชําระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
จากข้อมูลข้างต้น แสดงให้เห็นว่า “โอ้กะจู๋”หรือ OKJ มีโมเดลธุรกิจที่แข็งแรง แตกต่าง ที่พร้อมจะขยายการเติบโตไปกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ดังนั้น นักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นที่มีพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเติบโตในอนาคต “โอ้กะจู๋”อาจเป็นหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจ