โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สื่อโฆษณาดิจิทัลแรงไม่หยุด ลุ้นโตก้าวกระโดดแตะ 4 หมื่นล้านในอีก 2 ปี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ย. 2567 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 02 พ.ย. 2567 เวลา 05.05 น.
ภารุจ ดาวราย

โฆษณาดิจิทัลโตเกิดคาดทะลุ 3.3 หมื่นล้านบาท สกินแคร์-ยานยนต์-เครื่องดื่มน็อนแอลกอฮอล์ ติดท็อป 3 เปย์หนักสุด พร้อมลุ้นแตะ 4 หมื่นล้านใน 2 ปี หลังได้สารพัดปัจจัยหนุนทั้งการแข่งขันดันแบรนด์มุ่งชิงยอดขาย สภาพเศรษฐกิจบีบธุรกิจเน้นสื่อคุ้มค่า-วัดผลได้ พร้อมกระแสฮิตคอนเทนต์วิดีโอ ผลักเม็ดเงินไหลเข้าสื่อดิจิทัล

นายภารุจ ดาวราย นายกสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ The Digital Advertising Association of Thailand (DAAT) กล่าวว่า ปี 2567 นี้ เม็ดเงินลงทุนโฆษณาดิจิทัลจะมีมูลค่า 33,859 ล้านบาท เติบโตถึง 16% จากปี 2566 โดยเป็นการเติบโตระดับเลขสองหลักต่อเนื่องอีกครั้ง และเติบโตสูงกว่าที่สมาคมคาดการณ์ไว้เมื่อช่วงต้นปีว่าเม็ดเงินในอุตสาหกรรมจะเติบโตประมาณ 8% เท่านั้น

ธุรกิจท็อป 5 เปย์เพิ่ม

โดยกลุ่มสินค้าที่ใช้เม็ดเงินกับการโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลมากสุด 5 อันดับแรกนั้น ใช้เม็ดเงินมากกว่าปี 2566 อย่างชัดเจน นำโดยผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ที่ใช้เม็ดเงินลงทุนสูงถึง 5,047 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% ตามด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ใช้เม็ดเงิน 3,898 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ใช้เม็ดเงิน 2,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ใช้เม็ดเงิน 2,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ใช้เม็ดเงิน 1,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ตามลำดับ

การเติบโตสูงระดับเลขสองหลักและสูงกว่าการคาดการณ์ในปีนี้มาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคที่จับจ่ายมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี การปรับสัดส่วนเม็ดเงินโฆษณาของภาคธุรกิจ ไปจนถึงสถานการณ์เฉพาะในหลายธุรกิจที่ผลักดันให้มีการใช้งบฯโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลมากขึ้น

เศรษฐกิจ-การแข่งขันหนุน

ดร.อาภาภัทร บุญรอด กรรมการผู้จัดการฝ่ายลูกค้า และประธานฝ่ายการเจริญเติบโตแห่งเอเชียอาคเนย์ คันทาร์ (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2567 นี้ ผู้บริโภคหันมาจับจ่ายใช้สอยกับสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้น ขณะเดียวกันแต่ละอุตสาหกรรมมีสถานการณ์ที่ผลักดันการใช้เม็ดเงินโฆษณามากขึ้น หารือหันมาใช้โฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล

ในส่วนของอุตสาหกรรมค้าปลีก ผู้บริโภคใช้ทั้งช่องทางออนไลน์และหน้าร้านเพื่อหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อ ส่งผลต่อเนื่องภาคธุรกิจต้องปรับการสื่อสารและการขายเป็น Omnichannel ให้มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหลายธุรกิจพยายามปั้นแพลตฟอร์มโฆษณาและจำหน่ายสินค้าของตนเอง เพื่อกระตุ้นการรับรู้ ควบคู่กับยอดขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ไปพร้อมกัน

ขณะที่หลายรายหันมาใช้การสื่อสารและการตลาดแบบดิจิทัลมากขึ้น เนื่องจากแรงกดดันจากสภาพเศรษฐกิจทำให้ต้องเน้นความคุ้มค่าของการใช้งบฯ จึงต้องการกลยุทธ์การตลาดและการสื่อสารที่วัดผลได้ชัดเจน ซึ่งเป็นจุดแข็งของสื่อดิจิทัล

ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์นั้น แต่ละแบรนด์ต่างทำตลาด โดยมุ่งสร้างยอดขายมากกว่าการรับรู้ ซึ่งสื่อดิจิทัลตอบโจทย์ได้ตรงจุด เช่น การทำแอฟฟิลิเอต (Affiliate)

ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถไฟฟ้า ในขณะที่ผู้เล่นรายปัจจุบันพยายามจะสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าเอาไว้ ส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตถึง 30% ต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วที่เติบโต 24%

ติ๊กต๊อกช็อปตัวไดรฟ์สำคัญ
นอกจากนี้ ติ๊กต๊อกช็อปยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรม จากการเป็นช่องทางที่ทั้งสามารถสร้างการรับรู้แบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายไทย-เทศผ่านอินฟลูเอนเซอร์ และปิดการขายได้ในช่องทางเดียว รวมถึงยังสามารถขายสินค้าราคาสูงได้อย่างต่อเนื่อง เช่น โทรศัพท์มือถือราคาหลายหมื่นบาท ในขณะที่ค่าคอมมิชชั่นนั้น นับเป็นค่าใช้จ่ายที่ต่ำเมื่อเทียบกับการทำตลาดในรูปแบบและช่องทางอื่น ๆ จึงดึงดูดให้ผู้ประกอบการรายย่อย เช่น แบรนด์ท้องถิ่นตบเท้าหันมาใช้ช่องทางนี้มากขึ้น เนื่องจากความคุ้มค่า

ปัจจัยเหล่านี้ ผลักดันให้เม็ดเงินในสื่อโฆษณาดิจิทัลเติบโตมากขึ้นจนเกินกว่าที่สมาคมคาดการณ์ไว้

ลุ้นแตะ 4 หมื่นล้านใน 2 ปี

นายภารุจกล่าวต่อไปว่า หากการใช้เม็ดเงินกับโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลยังคงเพิ่มขึ้นในระดับเลขสองหลักเช่นนี้ต่อไป มูลค่าเม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลจะแตะ 40,000 ล้านบาท ภายในเวลาประมาณ 2 ปี อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้งบฯของทั้งภาคเอกชนและรัฐ

ขณะเดียวกัน มีความเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตา เช่น กลุ่มธุรกิจสื่อสาร ซึ่งปี 2567 นี้ ใช้เม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลลดลง คาดว่าเป็นผลจากการควบรวมกิจการของ 2 ผู้เล่นรายใหญ่ เช่นเดียวกับแบรนด์มือถือหลายแบรนด์หันไปใช้กลยุทธ์แนว CRM อย่างเก่าแลกใหม่ เพื่อตรึงฐานลูกค้าเดิมเอาไว้กับแบรนด์ และดึงดูดลูกค้าใหม่จากการย้ายค่าย แทนการทำตลาดและโฆษณาผ่านสื่อ

นอกจากนี้ การใช้เม็ดเงินโฆษณาเริ่มกระจายไปช่องทางต่าง ๆ ของสื่อดิจิทัลมากขึ้น สะท้อนถึงพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคชาวไทยที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

โดยแม้สื่อในเครือเมตา อย่างเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม จะยังคงเป็นช่องทางที่นักการตลาดเลือกลงทุนโฆษณามากที่สุด แต่ช่องทางสื่อที่เน้นรูปแบบวิดีโอ อาทิ ติ๊กต๊อก ยูทูบ และอื่น ๆ มีแนวโน้มได้รับความนิยมสูงขึ้น สะท้อนจากการเติบโตแบบพุ่งทะยานของติ๊กต๊อก จนคาดว่าจะเป็นสื่อที่ครองเม็ดเงินโฆษณามากที่สุดเป็นอันดับสามในปี 2567 นี้ ส่วนเม็ดเงินโฆษณาทางยูทูบ และช่องทางสตรีมมิ่งอื่น ๆ เติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

อีกทั้งการเติบโตในปีนี้ยังสะท้อนว่า สื่อดิจิทัลก้าวจากสื่อทางเลือกไปเป็นช่องทางหลักของการโฆษณาแล้ว โดยหลังจากนี้ สื่อโฆษณาที่ไม่เกี่ยวกับดิจิทัลจะลดลง หรือเปลี่ยนแปลงไปเป็นดิจิทัล อาทิ ทีวีที่ต้องรับชมผ่านซิมโทรศัพท์-สมัครบัญชีผู้ใช้ก่อนเพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลได้ หรือสื่อนอกบ้านที่จะมีระบบวัดผลจำนวนคนมอง-รถยนต์ที่วิ่งผ่านได้ เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สื่อโฆษณาดิจิทัลแรงไม่หยุด ลุ้นโตก้าวกระโดดแตะ 4 หมื่นล้านในอีก 2 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...