โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดพระกระยาหาร "คิงส์ชาร์ลส์" เสวยมื้อกลางวัน เมนูสู้มะเร็งง่ายๆ ใครก็กินตามได้

sanook.com

เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 11.30 น. • Sanook
เปิดพระกระยาหาร

เปิดพระกระยาหาร "คิงส์ชาร์ลส์" แพทย์แนะนำให้เสวยเป็นมื้อกลางวัน เมนูรักษาสู้มะเร็งง่ายๆ ใครก็กินตามได้

แหล่งข่าวระบุว่าเนื่องจากตารางงานที่ค่อนข้างยุ่ง สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร มักข้ามมื้อกลางวัน ซึ่งทำให้ทีมแพทย์ของพระองค์เป็นกังวล

“ตอนนี้คิงส์ชาร์ลส์ทานอะโวคาโดครึ่งลูกในมื้อกลางวันเพื่อรักษาสุขภาพในระหว่างวัน ตามคำแนะนำของทีมแพทย์” แหล่งข่าวกล่าว

อะโวคาโดมีสารอาหารมากมายรวมถึงแมกนีเซียม, โพแทสเซียม, และกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งช่วยรักษาสุขภาพให้ดี ผลการศึกษาพบว่ามันสามารถช่วยป้องกันหัวใจ ลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน และแม้กระทั่งต่อสู้กับมะเร็ง

“สารสกัดจากเนื้ออะโวคาโดหรือผลอะโวคาโดถูกพบว่ามีคุณสมบัติต้านมะเร็ง อะโวคาโดมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดรวมถึงลูทีน, ซีแซนทีน, เบต้าแคโรทีน และวิตามินอี ซึ่งช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก” ผู้เชี่ยวชาญอธิบาย

คิงส์ชาร์ลส์ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งชนิดที่ไม่เปิดเผยในเดือนกุมภาพันธ์ และได้เข้ารับการทำเคมีบำบัด การฉายรังสี และการผ่าตัดเพื่อต่อสู้กับโรค

คิงส์ชาร์ลส์ ได้ลดการบริโภคเนื้อสัตว์, ปลา และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมมาเป็นเวลานาน ในปี 2021 พระองค์ได้ปรากฏตัวในรายการ Big Interviews ของ BBC เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการลดการปล่อยคาร์บอนของพระองค์

“เป็นเวลาหลายปีที่ข้าพเจ้าหลีกเลี่ยงเนื้อและปลา 2 วันต่อสัปดาห์ และผลิตภัณฑ์นม 1 วันต่อสัปดาห์ นี่เป็นวิธีการลดความกดดันต่อสิ่งแวดล้อมและทุกสิ่งอย่าง ถ้ามีคนมากขึ้นทำเช่นเดียวกัน จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดี” กษัตริย์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...