แม่-เคลวิน เข้าเยี่ยม "มิน พีชญา" หลังเรือนจำเปิดให้เยี่ยมวันแรก
หลังจากนางเอกสาว “มิน พีชญา” ผู้ต้องหา คดีดิไอคอน กรุ๊ป ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งต้องกักตัวควบคุมโรค 5 วัน จากนั้นจะมีการย้ายผู้ต้องหาทั้งหมดไปที่แดนควบคุมระหว่างพิจารณาคดี ซึ่งล่าสุดวันนี้ (22 ต.ค. 67) ทัณฑสถานหญิงกลาง เปิดให้ญาติสามารถเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาหญิงในคดีดิไอคอน กรุ๊ป เป็นวันแรก
โดยครอบครัวของผู้ต้องหาหลายคดี ทยอยเดินทางเข้ามาเยี่ยม ซึ่งมีญาติของผู้ต้องขังรายอื่น ระบุว่า เจอแม่และแฟนหนุ่มของมิน พีชญา รอเข้าเยี่ยมในรอบเวลา 10.00 น.
ด้าน นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผอ.กองทัณฑวิทยา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง และในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่บรรดาบอสหญิงมีการกักโรคโควิด-19 ครบ 5 วัน จากนั้นจะย้ายทั้งหมดไปที่แดนควบคุมระหว่างพิจารณาคดี เพราะยังเป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณา
นอกจากนี้ ในส่วนของมิน ยังไม่มีการร้องขออะไรเป็นพิเศษ ส่วนเรื่องความเครียด ค่อนข้างปรับตัวได้ดีขึ้น แต่ยังไม่ถึงขนาดปกติมากนัก เพราะการเข้าไปอยู่ในเรือนจำก็ต้องปรับตัวพอสมควร
ทั้งนี้ ทางทัณฑสถานหญิงกลาง มีการให้เจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ชีวิตในเรือนจำ และเเนะนำการปรับตัวการใช้ชีวิต ซึ่งเราจะมีพี่เลี้ยงที่เป็นผู้ต้องขังเช่นเดียวกันในการประกบดูแลผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีเมื่ออยู่ในแดน และเรายังมีอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ คอยดูแลเป็นปกติอยู่แล้ว ซึ่งจะประจำอยู่แต่ละเรือนนอนเพื่อที่จะดูแลทั้งสุขภาพกายสุขภาพใจ เมื่อบรรดาบอสหญิงถูกย้ายเข้าแดนควบคุมระหว่างพิจารณาคดี อีกทั้งก่อนจะจำแนกแยกแดน จะต้องดูลักษณะของผู้ต้องขังด้วย ต้องดูทั้งความปลอดภัยและมาตรการการดูแล และไม่ได้ให้บอสหญิงได้อยู่รวมกันทั้งหมด จะต้องแยกบางราย และการเข้าร่วมกิจกรรมกองงานของเรือนจำฯ จะยังไม่ให้ทำมาก เพราะทุกคนต้องใช้เวลาในการสู้คดี แต่ถ้าประสงค์จะเข้ากองงานก็สามารถเเจ้งเจ้าหน้าที่ได้ ยืนยันว่าเราเฝ้าระวังการเขม่นกันภายในเรือนนอน
ส่วนการเยี่ยมญาติของบรรดาบอสหญิง ตนได้รับรายงานว่าวันนี้มีทั้งหมด 3 ราย แต่ตนขออนุญาตไม่แจ้งรายละเอียดส่วนบุคคล แต่ส่วนใหญ่เป็นคนใกล้ชิด ส่วนเรื่องการดูแลผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี และผู้ต้องขังเด็ดขาด มีความแตกต่างกันแน่นอน เพราะถือเป็นนโยบายของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ที่ได้ให้ดำเนินการในทุกเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง ตั้งแต่เรื่องกายภาพ จะต้องแยกผู้ต้องขังระหว่างออกจากผู้ต้องขังเด็ดขาด และทรงผม ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีไว้ผมยาวได้แต่ต้องรวบให้เรียบร้อย