บริษัทยักษ์ย้ายหนีฮ่องกง ออฟฟิศ "ร้าง" -โคเวิร์กกิ้งสเปซ "บูม"
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถานภาพศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกของ “ฮ่องกง” ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งจากมาตรการควบคุม “โควิด-19” ที่เข้มงวดของทางการจีน และความตึงเครียดระหว่างประเทศที่ทำให้ภาคธุรกิจในฮ่องกงขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้ความต้องการอาคารสำนักงานบนเกาะแห่งนี้ลดลง ขณะที่ธุรกิจให้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกันกลับได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้น
นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ธุรกิจผู้ให้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกันหรือ “โคเวิร์กกิ้งสเปซ” (coworking space) กำลังขยายพื้นที่ให้บริการในฮ่องกง เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการเติบโตจากรูปแบบการทำงานของผู้คนที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่ทำงานที่มีความยืดหยุ่นและสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น
“เดอะ เกรต รูม” ผู้ให้บริการพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นจากสิงคโปร์ เพิ่งเปิดสาขาสองในฮ่องกงเมื่อ พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีพื้นที่รวม 21,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่ใน “เชียงกง เซ็นเตอร์” ใจกลางย่านธุรกิจของฮ่องกง
“จาเอลล์ อัง” ซีอีโอของเดอะ เกรต รูม ระบุว่า ผลจากสถานการณ์โรคระบาด ทำให้บริษัทต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการทำงานแบบไฮบริดเวิร์กกิ้ง และสภาพแวดล้อมด้านสุขภาพที่ดี โดยบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีอัตราผู้เข้าใช้บริการถึง 90% ของพื้นที่ภายในปีนี้
ขณะที่ “ไอดับเบิลยูจี” (IWG) ผู้ให้บริการพื้นที่ไฮบริดเวิร์กกิ้งอีกราย ก็ได้ขยายการให้บริการพื้นที่ทำงานในฮ่องกงอีกกว่า 149,000 ตารางฟุต ในการเปิดตัวสาขาใหม่ถึง 4 แห่ง โดยหนึ่งในนั้นคือสาขาอาคาร “8 คิวอาร์อี” ของสไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมีการให้บริการเวิร์กสเตชั่นมากถึง 900 จุด และสำนักงานส่วนตัวอีก 70 แห่ง
“พอล แมคแอนดรูว์” ผู้จัดการของไอดับเบิลยูจีประจำฮ่องกงและเขตเศรษฐกิจ พิเศษเกรตเตอร์เบย์ของจีน เปิดเผยว่า “ภาคธุรกิจต่าง ๆ ยุติการทำสัญญาเช่าพื้นที่สำนักงานระยะยาวแบบคงที่มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่หันมาเลือกทำสัญญาระยะสั้น และใช้พื้นที่การทำงานแบบโคเวิร์กกิ้งสเปซมากขึ้น”
นอกจากนี้ยังมีผู้ให้บริการอีกหลายรายที่กำลังขยายพื้นที่ให้บริการในฮ่องกง อย่าง “ดิ เอ็กเซ็กคิวทีฟ เซ็นเตอร์” ที่เปิดอาคารสำนักงานแห่งใหม่เมื่อ ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเน้นให้บริการพื้นที่ทำงานแบบยืดหยุ่นรวม 55,000 ตารางฟุต พร้อมเวิร์กสเตชั่น 500 จุดภายในอาคาร 19 ชั้น
ทั้งนี้ ความต้องการพื้นที่การทำงานร่วมกันที่เพิ่มสูงขึ้น กลับสวนทางกับอาคารสำนักงานในฮ่องกงมากมายที่ไร้ผู้เช่า โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่ธุรกิจมีการถอนตัวออกจากฮ่องกง หรือปรับลดขนาดของภาคธุรกิจต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์โควิด-19 และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
โดยเฉพาะบริษัทอเมริกัน ซึ่งที่ผ่านมานิยมเลือกตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคในฮ่องกง โดยเมื่อ มิ.ย. 2022 ที่ผ่านมาเหลืออยู่ 240 แห่ง นับเป็นตัวเลขต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยหายไป 14 แห่งจากปีก่อนหน้า และมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติและสำมะโนครัวฮ่องกง
ข้อมูลของ “คอลลิเออร์ส” บริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ อ้างข้อมูลจากบริษัท “คุชแมน แอนด์ เวกฟีลด์” ว่า “อัตราพื้นที่ว่าง” ของอาคารสำนักงานเกรดเอในฮ่องกง เพิ่มขึ้นเป็น 12.6% ในไตรมาส 3/2022 ขณะที่ค่าเช่าอาคารสำนักงานโดยรวมในช่วงเดียวกันลดลง 29% จากระดับสูงสุดเมื่อ เม.ย. 2019
ในทางกลับกัน ผู้ให้บริการโคเวิร์กกิ้งสเปซกลับมีแนวโน้มสดใส เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ในฮ่องกงหันมาเปิดกว้างต่อการทำงานแบบไฮบริดเวิร์กกิ้ง และใช้บริการพื้นที่ทำงานร่วมกันมากขึ้น ขณะเดียวกันฝ่ายบริหารของฮ่องกงก็มีนโยบายดึงดูดแรงงานต่างชาติทักษะสูง ซึ่งคาดว่าการเพิ่มจำนวนของแรงงานกลุ่มนี้ยังจะช่วยให้ความต้องการโคเวิร์กกิ้งในฮ่องกงเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย