โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิวโมเดลการเคหะแห่งชาติ 2020 "บ้านเดี่ยวไซซ์จิ๋ว" สานฝันที่อยู่อาศัยผู้สูงวัย-ผู้มีรายได้น้อย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.พ. 2563 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2563 เวลา 04.06 น.
จุติ ไกรฤกษ์

2563 เป็นปีครบรอบก่อตั้ง “กคช.-การเคหะแห่งชาติ” ครบรอบ 47 ปี

เบ็ดเสร็จพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลาง 737,151 หน่วย เฉลี่ยปีละ 15,684 หน่วย

แบ่งเป็นโครงการบ้านเอื้ออาทร 279,977 หน่วย, แก้ไขปัญหาชุมชนแออัด 233,964 หน่วย, เคหะชุมชน 168,691 หน่วย, เคหะข้าราชการ 50,708 หน่วย, เคหะมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2,374 หน่วย

โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยภาคใต้ 845 หน่วย, ฟื้นฟูเมืองดินแดง ระยะที่ 1 จำนวน 334 หน่วย และแก้ไขวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ 258 หน่วย

ในขณะที่รับมอบภารกิจแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย 20 ปี (2560-2579) จำนวน 2.7 ล้านครัวเรือน เฉลี่ยปีละ 135,000 หน่วย

ภารกิจตามนโยบายกับขีดความสามารถปฏิบัติได้จริงยังห่างกันหลายช่วงตัว ทำให้ผู้บริหารต้องคิดนวัตกรรมการบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุตามแผนยุทธศาสตร์ให้ได้มากที่สุด

บ้านเช่าราคาถูกหมื่นหน่วย

ปัจจุบันหัวขบวนภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ 1บทบาทและภารกิจขับเคลื่อนนโยบายนำโดย “จุติ ไกรฤกษ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

โดยระบุว่า ในโอกาสที่ กคช.ก่อตั้ง 47 ปี ได้มอบนโยบาย พม.กับการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย

1.สนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยได้มาตรฐาน 2.สร้างระบบการเงินและสินเชื่อบ้านเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงระบบการเงิน 3.บูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน

4.ส่งเสริมให้ชุมชนเข้มแข็ง สามารถพึ่งตนเองได้ และ 5.บริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคในโครงการ จัดการที่ดินและผังเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“เรื่องใหม่ที่ผมมอบเป็นนโยบายของการเคหะฯ คือ ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางอาจยังไม่พร้อมจะมีเงินดาวน์หรือเงินผ่อนบ้าน ดังนั้น ทำยังไงให้มีตัวเลือกของการเช่าทดแทนการผ่อน ผมสั่งการไม่ถึง 1 เดือน ทางผู้บริหารตอบสนองได้รวดเร็วโดยมีที่อยู่อาศัยให้เช่า 10,000 หน่วยทั่วประเทศ เฟสต่อไปผมขอเพิ่มอีก 10,000 หน่วย ซึ่งทางการเคหะฯรับนโยบายไปแล้ว”

กลายเป็นที่มาของการตัดริบบิ้นส่งมอบบ้านเช่าราคาถูกลอตแรก เริ่มต้น 999-2,500 บาท/เดือน โดย “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เมื่อวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา

เทรนด์ใหม่คนแห่เข้าเมือง 40%

ในโอกาสเดียวกันนี้ “รมต.จุติ” แสดงวิสัยทัศน์และมอบนโยบายฝากเป็นการบ้านผู้บริหารการเคหะฯ ว่า ที่อยู่อาศัยควรปลอดยาเสพติด ไม่ควรเป็นแหล่งเพาะอาชญากรรม เทคโนโลยีเป็นเรื่องจำเป็นและต้องทำในระดับต้น ๆ

“เศรษฐกิจโลกและประเทศไทยเริ่มมีปัญหา เราเคยสร้างบ้านราคาถูกให้กับผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง แต่วันนี้เศรษฐกิจโลกก็ดี ข้อพิพาทภูมิศาสตร์การเมืองทั่วโลก ทำให้ผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางได้รับผลกระทบก่อน เป็นที่มานโยบายค่าเช่าเพราะเขาไม่มีปัญญาผ่อนบ้าน อาจต้องรอ 3 ปีถึงจะคิดเรื่องเงินดาวน์ เงินผ่อน”

และ “กคช.เก่งมากสามารถสนองนโยบายได้ภายในเวลาต่ำกว่า 1 เดือน โครงการบ้านเช่า 999-2,500 บาท/เดือน ต่ำกว่าค่าเช่าตลาด 50% คนรายได้ไม่ถึง 20,000 บาท กินวันละ 80 บาท ถ้าได้รับค่าเช่าเดือนละ 2,500 บาท มันมีความหมายมากสำหรับเขา นับเป็นทานบารมีของการเคหะฯ…”

วิสัยทัศน์ : นวัตกรรมบ้านผู้สูงวัย

จากเทรนด์โลกช่วงปี 2563-2569 จะมีประชากรอายุเกิน 60 ปีเติบโตอย่างก้าวกระโดด ถึงวันนั้นหลายคนพ้นวัยทำงาน จำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัย ถ้าไม่มีโครงสร้างเหล่านี้รองรับ ซึ่งควรเป็นบ้านเฉพาะปราศจากการหกล้ม ไม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล

นำไปสู่การมอบนโยบายให้เริ่มทำ 4 มุมเมืองในพื้นที่กรุงเทพฯก่อน ต่างจังหวัดที่ไหนสามารถทำได้ก็ให้เริ่มทำในเขตชุมชนเมือง

นอกจากนี้ ประเมินพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายถิ่นฐานของประชากร พฤติกรรมการทำงาน การสื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลกลายเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาชีพใหม่ ๆ อาจไม่ต้องไปทำงานนอกบ้าน ดังนั้น จึงต้องทำยังไงให้ทำงานที่บ้านได้ ชีวิตมีความสุข และมีรายได้ด้วย

“ในอดีต 25 ปีที่แล้ว เรามีสังคมเมือง 25% ชนบท 75% แต่วันนี้สังคมชนบทหายไปย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น อัตราส่วนกลับด้านเป็นสังคมเมืองเพิ่มเป็น 40% ชนบท 60% เพราะฉะนั้น นวัตกรรมทั้งหลายที่การเคหะฯคิด ต้องคิดเพื่อช่วยตอบโจทย์ทั้งหลายที่เปลี่ยนแปลงเร็ว”

เร่งสร้างบ้านผู้สูงวัย 4 มุมเมือง

“รมต.จุติ” เปิดใจกับ“ประชาชาติธุรกิจ” ด้วยว่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการ พม.อยากให้คนมีโอกาสมีบ้านให้ได้มากที่สุด

จึงได้บอกกับผู้ว่าการ กคช.ไปหาโมเดล“สร้างบ้านดี สร้างเร็ว ราคาถูก” เพื่อให้ประชาชนได้อยู่อย่างมีคุณภาพ ถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ซึ่งทุกวันนี้ประชาชน 70% ยังไม่มีกรรมสิทธิ์บ้านเป็นของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาระดับเขยื้อนภูเขา ก็คือ ขั้นตอนระบบราชการไทย

“นี่คือปัญหาของประเทศไทย โครงการผมไปดูการเคหะฯที่รับเงินเยียวยาเมื่อปี 2562 คณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการในปี 2558 ผมบอกว่ารอ 5 ปีแบบนี้ใครก็รอไม่ไหว และประเทศก็ตามใครไม่ทันหรอก ติดขัดเรื่องระเบียบมากครับ”

นวัตกรรมล่าสุด คือ บ้านราคาประหยัดที่ดีไซน์และสร้างบ้านตัวอย่างแล้ว 3 รุ่น ณ บริเวณสำนักงานใหญ่ กคช. ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ ซึ่งการขยายผลได้เห็นแน่นอนในปี 2563

นโยบาย คือ สร้างโครงการนำร่องรองรับผู้สูงอายุ บนทำเล 4 มุมเมืองของกรุงเทพฯ ควบคู่สร้างในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ

“วันนี้แบบบ้านคอนเซ็ปต์เสร็จแล้ว รอเสนอ ครม. สำนักงบประมาณสภาพัฒน์ ถ้าสำเร็จจะเป็นปัจจัยสำคัญรองรับผู้สูงวัย ซึ่งบ้านเคยสร้าง 6 เดือนเสร็จ ร่นเวลาเหลือ 1 เดือนได้ การร่นเวลาลงหมายถึงต้นทุนที่ถูกลง โอกาสประชาชนก็มีมากขึ้น”

หาช่องระดมทุนนอกงบประมาณ

อีกฟากฝั่งของ “ดร.ออด-ธัชพล กาญจนกูล” ผู้ว่าการ กคช. กล่าวเพิ่มเติมกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2562-2563 ทิศทาง กคช.เป็นปีแห่งนวัตกรรม

โดยมีวาระหลัก 3 เรื่องที่ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ได้แก่ 1.เงินอุดหนุนบ้านผู้มีรายได้น้อย ปีงบประมาณ 2563 ตั้งต้นขอไป 4,000 ล้านบาท ถูกตัดรอบแรกเหลือ 1,700 ล้านบาท ล่าสุดถูกหั่นอีกรอบเหลือ 1,400 ล้านบาท

เงินอุดหนุนดังกล่าวเป็นตัวเข้ามาซัพพอร์ตในราคาบ้านและคอนโดฯการเคหะฯทุกยูนิต ตั้งแต่ยูนิตละ 1.2-1.8 แสนบาท เพื่อให้มีราคาขายเป็นที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย

2.ขอสนับสนุนในการระบายที่ดินเปล่าที่ตกค้างจากนโยบายบ้านเอื้ออาทร เรียกว่า sunk cost 4,000 ไร่ โดยขอมติคณะรัฐมนตรีให้สามารถลดราคา 20-50% เพื่อดึงดูดผู้ซื้อ

และ 3.ขอรับการสนับสนุนในการออก social bond 5 ปี (2563-2567) วงเงินรวม 3.3 หมื่นล้านบาท สำหรับระดมทุนนอกงบประมาณเพื่อนำมาสานต่อภารกิจหลักในการสร้างที่อยู่อาศัยผู้สูงวัยและผู้มีรายได้น้อยโดยตรง

“จากการทำ sounding รอบแรกมีผลตอบรับที่ดีเพราะเจาะจงขายนักลงทุนสถาบัน ซึ่งให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อสังคมโดยเฉพาะอยู่แล้ว คาดว่าดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ส่วนหนึ่งมาหมุนเวียนใช้หนี้ที่มีอยู่ 20,000-30,000 ล้าน เทียบกับแอสเซตการเคหะฯ 50,000 ล้าน ถือว่าหนี้ไม่เยอะ”

2563 ปีแห่งนวัตกรรม

สำหรับธีมปีแห่งนวัตกรรมนั้น ในปี 2562 เน้นบริหารจัดการปรับปรุงประสิทธิภาพผู้รับเหมา ใช้วัสดุก่อสร้างนวัตกรรมแต่มีราคาถูกลง เช่น ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทำโครงการโซลาร์รูฟ หลอดไฟเบอร์ 5 ฯลฯ

ในส่วนกำลังซื้อลูกค้าผู้มีรายได้น้อย มีปัญหาปฏิเสธสินเชื่อหรือกู้ไม่ผ่าน 30-70% หมายความว่า คนสนใจบ้านการเคหะฯเท่าเดิมแต่กู้ไม่ผ่านมากขึ้นเพราะความสามารถการชำระหนี้ไม่พอ

ดังนั้น กคช.จึงต้องพัฒนาสินค้าในราคาถูกลง เพื่อเป็นการเพิ่มความสามารถในการกู้ทางอ้อม

สำหรับปี 2563 แผนงานนวัตกรรมเน้น 3 เสาหลัก คือ “การตลาด-ฐานข้อมูล-การก่อสร้าง”

“นวัตกรรมการตลาด” ทาง กคช.เริ่มมานานแล้วในการเปิดจองบ้านผ่านระบบออนไลน์ ล่าสุดยอดจองบ้าน 10,000 กว่าราย เพิ่มเป็น 28,000 กว่าราย ณ เดือนมกราคม 2563

“นวัตกรรมฐานข้อมูล” ระบบดาต้าเบสเดิมมีอยู่แล้วแต่จะต่อยอดให้เป็นโมเดลใหม่ เชื่อมโยง GIS พิกัดภูมิศาสตร์ โครงการตั้งอยู่ที่ไหน ความหนาแน่นชุมชน ที่ตั้ง ใกล้สถานที่อะไรบ้าง เน้นฐานข้อมูลหลักเรื่องชุมชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ 1,908 ชุมชน จาก 2,300 โครงการ 6 แสนกว่าราย

โดยจะเชื่อมโยงกับข้อมูลภาครัฐ โดยเชื่อม family data หมายเลขบัตรประชาชนเชื่อมกับบัตรสวัสดิการของรัฐ ในอนาคตถ้าเชื่อมข้อมูลได้ 3 ส่วน คือ ข้อมูลเชิงเศรษฐกิจ สังคม และการอยู่อาศัย จะสามารถวิเคราะห์ดีมานด์ ซัพพลาย กำหนดรูปแบบที่อยู่อาศัย ทำเลที่ตั้ง ฯลฯ

“นวัตกรรมการก่อสร้าง” ซึ่ง “ผู้ว่าการธัชพล” กล่าวอย่างมั่นใจว่า เป็น core competency ของการเคหะฯ โดยโครงการ proudly present คือโครงการสมาร์ทซิตี้ แฟลตดินแดงตั้งเป้าแบ่งการพัฒนา 4 เฟส 20,000 กว่ายูนิต

นวัตกรรม “บ้าน 3 ประหยัด”

ทั้งนี้ การเคหะฯยังรับมอบภารกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง พม. สำหรับปี 2563 วิสัยทัศน์ในภาวะเศรษฐกิจภาพรวมไม่สดใสมากนัก จึงต้องการให้มีที่อยู่อาศัยที่สามารถสนองตอบต่อกำลังซื้อผู้มีรายได้น้อยหรือบ้านคนจนให้มากขึ้น

เป็นที่มาของโครงการ “บ้านราคาประหยัด” ที่มีคอนเซ็ปต์ดีไซน์เป็นบ้าน 3 ประหยัด คือ 1.ประหยัดเวลาก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ มีการหล่อชิ้นส่วนสำเร็จรูปจากโรงงาน และทำระบบฐานรากให้แข็งแรงแน่นหนา

2.ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยการเคหะฯออกแบบโดยยึดหลักการพื้นฐานสนองตอบการใช้ชีวิตแบบครอบครัวขนาดเล็ก สร้างบนที่ดินขนาด 20 ตารางวา ราคา 2.5-3 แสนบาท

ในกรณีที่ประชาชนมีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถมาขอแบบพิมพ์เขียวเพื่อนำไปปลูกสร้างบ้านบนที่ดินตัวเองได้เลย

3.ประหยัดพลังงาน นอกจากเป็นบ้านราคาถูกใช้งบประมาณก่อสร้างตัวบ้านไม่สูงมาก ยังมีดีไซน์เป็นบ้านประหยัดพลังงานอีกด้วย หลักการออกแบบใช้หลักการคล้ายกับการเป็นบ้านเบอร์ 5

โดยมีการติดตั้งวัสดุป้องกันความร้อนเข้ามาในตัวบ้าน เช่น ใส่ฉนวนกันความร้อน ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปหรือระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา มีพื้นที่แลนด์สเคปด้านนอกตัวบ้าน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้อยู่อาศัย

นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบอารยสถาปัตย์หรือ universal design ซึ่งเป็นหลักการออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อคนทุกวัย เช่น ผู้สูงอายุ ไม่ต้องก้มมาก มีทางลาดเข้าตัวบ้าน สิ่งที่กำลังพัฒนาต่อ คือ ประตูบ้านที่เปิดให้วีลแชร์เข้า-ออกไปมาได้สะดวก แต่ยังมีข้อจำกัดเพราะบานประตูต้องกว้างกว่าปกติ เป็นต้น

“บ้าน 3 ประหยัดเป็นโมเดลที่ท่านรัฐมนตรีจุติอยากให้ทำบ้านผู้สูงอายุ 4 มุมเมือง และได้รับการบ้านเพิ่มไปทำในภูมิภาคด้วย ต้องรีบดำเนินการและบรรจุเป็นโครงการเร่งด่วนในแผนงาน กคช.”

 

ฟังก์ชั่นมหัศจรรย์ ที่ดิน 20 ตารางวา ตัวบ้าน 20-36 ตารางเมตร

หลายคนอาจไม่รู้ ทำไมการเคหะฯทำบ้านได้ถูกกว่าบริษัทเอกชนเหตุผลหลักเพราะการเคหะแห่งชาติเป็นรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรับมอบภารกิจหลักในการสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยโดยเฉพาะ

ดังนั้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของการจัดตั้งองค์กร รัฐจึงให้สิทธิพิเศษบางประการเพื่อทำให้ต้นทุนการพัฒนาโครงการผ่อนคลายลง

อาทิ ไม่ต้องขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดินนั่นหมายความว่า ภายใต้กฎหมายหมู่บ้านจัดสรร บริษัทเอกชนต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กอย่างเคร่งครัด เช่น สร้างทาวน์เฮาส์ขาย ที่ดินต้องเริ่มต้น 16 ตารางวา, บ้านเดี่ยวต้องเริ่มต้น 50 ตารางวา

แต่บ้านในโครงการเคหะชุมชนของการเคหะฯ สามารถทำบ้านเดี่ยวเริ่มต้นบนที่ดิน 20-30 ตารางวาได้

นอกจากนี้ บ้านการเคหะฯทุกหลัง คอนโดมิเนียมการเคหะฯทุกห้อง ยังมีเงินอุดหนุนจากรัฐบาลมาช่วยถัวเฉลี่ย เพื่อให้มีราคาที่ผู้มีรายได้น้อยจะสามารถจับต้องได้ เฉลี่ยอยู่ที่ 1.2-1.8 แสนบาท/ยูนิตในปัจจุบัน

เวอร์ชั่นล่าสุดที่คาดว่าเป็นผลงานในยุค “จุติ ไกรฤกษ์” เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีการรีดีไซน์แบบบ้านรุ่นใหม่ ใช้ชื่อว่า “บ้านราคาประหยัด” มี 3 แบบบ้านด้วยกัน

จุดเน้นเป็นบ้านเดี่ยว ราคาเริ่มต้น 3 แสนบาท บนที่ดิน 20 ตารางวาเท่ากัน แต่ขนาดตัวบ้านหรือขนาดพื้นที่ใช้สอยไม่เท่ากัน เริ่มตั้งแต่ 20-28-36 ตารางเมตร

รายละเอียด แบ่งเป็น “แบบ A” ที่ดิน 20 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 20 ตารางเมตร ฟังก์ชั่น 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 1 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ เฉลียง ลานซักล้าง

“แบบ B” ที่ดิน 20 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 28 ตารางเมตร ฟังก์ชั่น 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 1 ที่จอดรถ เฉลียง ลานซักล้าง

“แบบ C” ที่ดิน 20 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 36 ตารางเมตร ฟังก์ชั่น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 พื้นที่อเนกประสงค์ 1 ที่จอดรถ เฉลียง ลานซักล้าง

บนราคาประเมินราคาบ้าน+ที่ดินเริ่มต้น 3 แสนบาท โจทย์อยู่ที่ค่าก่อสร้างตัวบ้านกดให้อยู่ที่ 1-1.5 แสนบาท พอจะทำได้

แต่งานยาก คือ การจัดหาที่ดินที่มีต้นทุนไม่สูงมากนัก เพื่อทำให้เป็นราคาผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง

ดังนั้น จึงมีแนวโน้มสูงที่โมเดลการเปิดขาย อาจมีทั้งขายแบบโอนกรรมสิทธิ์ หรือฟรีโฮลด์ กับการขายสิทธิการเช่าระยะยาว 30 ปี หรือลีสโฮลด์

เป้าหมายอาจเริ่มต้นขายภายใต้แคมเปญเป็นบ้านผู้สูงอายุ ซึ่ง “รมว.จุติ” อยากเห็นผุดพรึ่บในพื้นที่กรุงเทพฯ 4 มุมเมือง และจังหวัดหลักที่มีศักยภาพสูง

หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ จะกลายเป็นผลงานชิ้นโบแดงในโอกาสครบรอบก่อตั้ง 47 ปี ของการเคหะแห่งชาติอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...