แอมเวย์ ทุ่ม 500 ล้านเหรียญฯ ชูด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มทั่วโลก
นายกิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ยอดขายแอมเวย์ทั่วโลกในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 8,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยตลาดที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น และไทย ซึ่งปีนี้แอมเวย์เตรียมลงทุนกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐในทั่วโลก3 ด้านด้วยกัน ได้แก่
1.แพลตฟอร์มดิจิทัล หนึ่งในตัวอย่างที่แอมเวย์ลงทุนเพื่อให้นักธุรกิจแอมเวย์สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้าผ่านโซเชียลมีเดียคือ แพลตฟอร์ม 3E หรือ“Easy, Early, Earning” ในตลาดประเทศจีน ซึ่งแอมเวย์พัฒนาร่วมกับเทนเซ็นต์ บริษัทเทคโนโลยี ชั้นนำของโลก เพื่อให้นักธุรกิจแอมเวย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์แอมเวย์ได้ผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซ โดยปัจจุบันแอมเวย์กำลังลงทุนด้านดิจิทัลเพื่อนำเสนอแพลตฟอร์มที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันในตลาดอื่นๆ ทั่วโลก
2.นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ แอมเวย์เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยและอยู่ในไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ และยังลงทุนอย่างต่อเนื่องในกระบวนการตรวจสอบย้อนกลับ(Traceability) สำหรับส่วนประกอบจากธรรมชาติในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิวทริไลท์และผลิตภัณฑ์ความงามอาร์ทิสทรี โดยเฉพาะพืชพรรณที่แอมเวย์เพาะปลูกในฟาร์มออแกนิคบนพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ ในประเทศสหรัฐอเมริกา เม็กซิโก และบราซิล
3. การสร้างผลตอบแทนให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ ด้วยคอร์พลัส โปรแกรมเงินรางวัลพิเศษรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้ผู้เริ่มต้นธุรกิจแอมเวย์มีรายได้เพิ่มขึ้น และสนับสนุนนักธุรกิจแอมเวย์ให้มีโครงสร้างธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน
ขณะที่ปี2562 ในประเทศไทยมียอดขายรวมอยู่ที่20,190 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6% จากปี 2561 ซึ่งถือได้ว่าเติบโตต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 5 และในประเทศไทยเป็นตลาดที่มียอดขายสูงสูดอันดับ 5 ของแอมเวย์กว่า 100 ประเทศทั่วโลก
ทั้งนี้ ปัจจัยความสำเร็จมาจากผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ฮีโรโปรดักต์ที่สอดรับกับเทรนด์รักสุขภาพและดูแลตัวเองของคนยุคใหม่ และผลตอบรับที่แรงอย่างต่อเนื่องจากการเปิดตัวคอร์พลัส(CORE PLUS+) โปรแกรมเพิ่มเงินรางวัลพิเศษนอกเหนือจากแผนรายได้หลักให้กับนักธุรกิจแอมเวย์ทุกระดับ
“สำหรับในปี 2563 นี้ แอมเวย์ ประเทศไทย ยังคงเน้นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงโปรแกรมคอร์พลัส ที่ช่วยให้นักธุรกิจตั้งแต่รายใหม่จนถึงระดับผู้นำได้รับเงินรางวัลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อีกทั้งไฮไลท์แผนกลยุทธ์ด้านการตลาดออนไลน์มากขึ้น เพื่อตอบรับตามเทรนด์พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อออนไลน์และโชเซียลมีเดีย รวมถึงความสะดวกรวดเร็วในการเลือกซื้อสินค้าบนโลกออนไลน์”