โรงเรียนแจงแล้ว นร.ปาดคอเพื่อน เคลียร์ปมปิดข่าว ครูเล่านาทีเกิดเหตุ ไม่ไล่ใครออก
โรงเรียนตั้งโต๊ะแถลง เหตุนักเรียนชายปาดคอเพื่อน ยันไม่ได้ปิดข่าว ตรวจสอบได้ มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองปทุม พูดคุยกันจบเรื่อง ไม่ไล่ใครออก ผู้บาดเจ็บไม่ติดใจ ครูเล่านาทีเกิดเหตุ
ปาดคอเพื่อน จากกรณีโลกออนไลน์เปิดเผยเรื่องราวนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาคนหนึ่งปาดคอเพื่อนนักเรียนด้วยกันจนบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี และทางโรงเรียนพยายามที่จะปิดเรื่องนี้ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชี่ยล จนเมื่อวันที่ 20 ธ.ค. แฮชแท็ก #รรชื่อดังย่านปทุม ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในประเทศเป็นอันดับต้นๆ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว จวกเละ! นักเรียน #รรชื่อดังย่านปทุม ปาดคอเพื่อนกลางรร. เผย “ห้ามตัวเองไม่ได้”!
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 23 ธ.ค. ที่โรงเรียนปทุมวิไล ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับโรงเรียนปทุมวิไล แถลงชี้แจงกรณีดังกล่าว โดย นายศราวุธ ฤทธิ์จอหอ ครูฝ่ายกิจการนักเรียน กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสอบกลางภาคของโรงเรียนปทุมวิไล และเป็นช่วงของการพักกลางวันของเด็ก เวลาประมาณ 10.50 น. เกิดเหตุบริเวณโรงอาหาร ขณะนั้นตนอยู่กองกลางของสนามสอบเป็นห้องกระจกที่สามารถมองเห็นบริเวณด้านหน้าของโรงอาหาร ได้เห็นเหตุชุลมุนของเด็ก ตนจึงเข้าไปห้าม
หลังจากที่ห้ามเด็กแล้ว พบว่ามีเด็กได้รับบาดเจ็บที่บริเวณคอ จากนั้นประสานรถพยาบาลเพื่อไปส่ง ร.พ.ปทุมธานี และแจ้ง ผอ.ให้ทราบ รวมทั้งแจ้งผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บด้วย ซึ่งทาง ผอ.ก็ได้ไปเฝ้าอยู่ก่อนแล้ว ส่วนเด็กที่ทำร้ายร่างกายเพื่อน ถูกนำตัวมาที่ห้องปกครอง โดยทางโรงเรียนได้ประสานครูประจำชั้นให้เข้ามาพูดคุย เพราะว่าเป็นครูที่เด็กมีความไว้ใจ หลังจากเด็กที่ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวเสร็จแล้วก็ได้กลับมาที่โรงเรียน เพื่อให้ทั้ง 2 ฝ่ายพูดคุยกัน ซึ่งผู้ปกครองฝ่ายที่เกิดเหตุยินดีที่จะชดใช้ค่ารักษาพยาบาล จากนั้นจะนำลูกไปพบแพทย์เพื่อรักษาอาการทางจิต เมื่อเด็กที่บาดเจ็บทราบว่าผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิต ก็ไม่ได้ติดใจเอาความเพื่อน ทั้ง 2 ฝ่ายจึงยอมตกลงกันด้วยดีและได้แยกย้ายกันไป โดยฝ่ายผู้บาดเจ็บได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.เมืองปทุมธานี
ด้าน ดร.เอกพรต สมุทธานนท์ ผอ.โรงเรียนปทุมวิไล กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าทางโรงเรียนปิดข่าวนั้น ซึ่งสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้โดยการตรวจสอบการลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองปทุมธานี โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 ธ.ค. ส่วนตนได้ทำบันทึกเพื่อรายงานไปยังเขตพื้นที่ฯ แสดงให้เห็นว่าไม่มีการปิดข่าวแต่อย่างใด ในส่วนของที่มีการสั่งให้เก็บภาพถ่ายและสั่งให้ลบภาพถ่ายในโทรศัพท์นั้น ตนอยากจะถามย้อนกลับไปว่าสื่อมวลชน เอาภาพเด็กลงสื่อสิ่งพิมพ์ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ยังมีการเซ็นเซอร์หน้า แต่เด็กนักเรียนของเราถ้าหากถ่ายภาพแล้วโพสต์เลย คิดว่าปัญหาเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับใคร จะเกิดกับตน เกิดกับผู้ก่อเหตุ เกิดกับเด็กที่ถูกทำร้าย หรือเกิดกับคนส่ง
“ผมมีความจำเป็นจะต้องดูแลลูกๆ ของตน จำนวน 3,200 คน ซึ่งเหตุการณ์นี้ทางโรงเรียนได้สั่งให้พวกลูกๆ เก็บภาพไว้ก่อน ห้ามส่งขึ้นอินเตอร์เน็ต แต่มีเด็กบางคนไม่เข้าใจว่าเราไม่ต้องการให้ภาพที่ไม่เหมาะสมขึ้นไปบนเว็บไซต์ต่างๆ เท่านั้นเอง ทางโรงเรียนไม่ได้ปิดข่าว ได้รายงานไปยังผู้ว่าการเขตสถานศึกษา กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และได้ทำบันทึกขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ ส่วนที่ว่าจะดำเนินการกับผู้ที่โพสต์ ขณะนี้ผมยังไม่ทราบเลยว่าใครเป็นผู้โพสต์ แต่เราก็ไม่ได้ติดใจ เราต้องปกป้องสิทธิ์ของผู้บาดเจ็บ ผู้ก่อเหตุ และผู้โพสต์” ดร.เอกพรตกล่าว
ส่วนเด็กที่ก่อเหตุนั้นทางโรงเรียนไม่ได้ไล่ออก แต่จะหาทางจัดการศึกษาให้เขาจนจบ ซึ่งอยู่ที่ผู้ก่อเหตุมีความพร้อมที่จะมาเรียนที่โรงเรียนหรือไม่ หากไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียนทางโรงเรียนก็จะมีชุดการสอน มีครูไปดูแลไปสอบเป็นระยะ สุดท้ายแล้วเด็กทั้ง 2 คน ทางโรงเรียนจะไม่ทิ้งใครเลย
ทางด้าน ดร.งามพิศ ลวากร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราได้ดูข้อมูลจากรายงานที่ ผอ.รายงานขึ้นมา ซึ่งมีขั้นตอนของการดำเนินงานเป็นข้อเท็จจริงมาที่เขตพื้นที่การศึกษาฯ โดยเป็นเขตเฉพาะกิจของพื้นที่การศึกษาฯ สพฐ. เพื่อที่สื่อมวลชนจะได้ไม่นำเรื่องที่ได้จากแหล่งอื่นจากเพจนั้นเพจนี้ไปนำเสนอ
ขณะที่นายชนะ สุมมาตย์ ผู้อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. กล่าวว่า แนวทางในการดำเนินการแก้ไขที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตทั้งโรงเรียนที่อยู่ในสังกัดสภานศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 30,000 กว่าโรงเรียน โดยมอบภารกิจให้สถานศึกษา จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาระบบ EQ ให้กับเด็กนักเรียน ทั้งการพัฒนาจิต การปฏิบัติธรรม รวมถึงทำกิจกรรมที่เสริมสร้างลักษณะนิสัย ทั้งกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี กิจกรรมแนะแนว เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีในกลุ่มเด็กนักเรียน
น.ส.นงลักษณ์ เรือนทอง ผู้อำนวยการสำนักบริหารการมัธยมศึกษาตอนปลาย กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงของโลกทางด้านเทคโนโลยีทำให้เด็กๆ มีภาวะทางอารมณ์ที่ เกิดจากความเครียด หรือความผิดหวัง จึงอยากให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของอารมณ์ของนักเรียนโดยให้ความร่วมมือกับโรงเรียน ดูแลบุตรหลานของท่าน ทั้งการใช้โทรศัพท์ การเลียนแบบ ในอนาคตทางโรงเรียนอาจจะต้องทำความร่วมมือกับแพทย์ หรือ สสจ.จังหวัด มีจิตแพทย์ไว้ที่โรงเรียนด้วย
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
ดร.เกษม สดงาม ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิจัยและพัฒนาบุคลากร สพฐ. กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะมีและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ไม่มีการเผยแพร่ในสื่อ โดยระยะหลังมีกรณีที่แปลกและดูรุนแรง เมื่อลงในโซเชี่ยลทำให้มีการกระจายตัวของข่าวอย่างรวดเร็ว จนทำให้เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ เราต้องมีการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ พม.จว.ปทุมธานี ได้นำตัวเด็กที่ก่อเหตุส่งฟ้องฝากขังที่ศาลจังหวัดปทุมธานี ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ รายงานล่าสุดทางศาลพิจารณารับผัดฟ้องฝากขังเป็นเวลา 6 วัน โดยมีญาติของเด็กเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันตัว
ล่าสุดศาลจังหวัดปทุมธานีให้ประกันตัวผู้ต้องหาได้ โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินจำนวน 30,000 บาท