โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การปลูก “แตงโมยักษ์ไต้หวัน” ในประเทศไทย

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 18 ม.ค. 2562 เวลา 21.00 น.

ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูงานการเกษตรที่ไต้หวันบ่อยครั้ง ระหว่างดูงานผลไม้ที่เสิร์ฟหลังอาหารทุกมื้อจะเป็น *“แตงโม” คณะผู้ร่วมดูงานทุกคนต่างให้ความเห็นตรงกันว่า แตงโม ที่ปลูกในไต้หวันมีรสชาติหวาน กรอบ อร่อยมาก บางคนถึงกลับบอกว่าไม่เคยรับประทานแตงโมที่มีรสอร่อยเช่นนี้มาก่อน *

ผู้เขียนยังได้สังเกตต่อไปว่า แตงโมที่นำมาให้รับประทานนั้น จะเฉือนเป็นชิ้นติดเปลือก ซึ่งเมื่อสังเกตแล้วคาดจากสายตาว่าน่าจะเป็นแตงที่มีขนาดผลใหญ่มาก แตกต่างจากแตงโมที่นิยมปลูกในประเทศไทย ซึ่งมีขนาดของผลเล็กกว่า ระหว่างการเดินทางดูงานเกษตรที่ไต้หวันได้มีโอกาสแวะชมตลาดขายผลไม้ตามอำเภอต่างๆ ได้พบเห็นแตงโมมีวางขายเป็นจำนวนมากและมีขนาดของผลใหญ่มาก น้ำหนักผลเฉลี่ย 15-30 กิโลกรัม และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้เขียนให้ความสนใจที่จะหาซื้อเมล็ดแตงโมยักษ์ไต้หวันสายพันธุ์นี้มาทดลองปลูกในประเทศไทย

แตงโมยักษ์ไต้หวัน มีพื้นที่ปลูกมาก ที่จังหวัดอิ๋นหลิน

อิ๋นหลิน (Yunlin) เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญของไต้หวันจังหวัดหนึ่ง พื้นที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะไต้หวัน แตงโมยักษ์มีพื้นที่ปลูกมากที่จังหวัดนี้คือ มีพื้นที่ปลูก ประมาณ 6,250 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยปีละประมาณ 16,000 ตัน โดยมีช่วงฤดูกาลปลูกจะอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคมของทุกปี สภาพพื้นที่ปลูกที่เหมาะสมที่สุดคือ ดินร่วนปนทราย ลักษณะเด่นของแตงโมยักษ์ไต้หวันจัดเป็นแตงโมขนาดผลใหญ่ ถ้ามีการบำรุงรักษาที่ดีน้ำหนักผลจะมีน้ำหนักได้ถึง 30 กิโลกรัม รูปทรงผลรีคล้ายลูกรักบี้ เปลือกมีสีเขียวอ่อนและมีลายทั่วผล เนื้อมีสีแดงเข้ม การขายผลผลิตแตงโมยักษ์ในไต้หวันถ้าขายแบบยกผล จะมีราคาเฉลี่ย กิโลกรัมละ 20-30 บาท แต่ส่วนใหญ่พ่อค้าที่นำมาขายปลีก จะผ่าขายเป็นชิ้นๆ

นำเข้าเมล็ดแตงโมยักษ์ไต้หวัน

มาทดลองปลูกที่ประเทศไทย

ในที่สุดได้นำเข้าเมล็ดแตงโมยักษ์ไต้หวันมาทดลองปลูกที่ สวนคุณลี อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทร. 081-901-3760 โดยเริ่มต้นจากการเพาะกล้าด้วยการนำเมล็ดแตงโมมาแช่ในน้ำอุ่น นานประมาณ 30 นาที จากนั้นให้นำเอาเมล็ดมาบ่มในผ้าขาวบางที่เก็บความชื้น เก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง ประมาณ 2-3 วัน เมล็ดจะเริ่มแทงรากออกมา นำเมล็ดไปเพาะในกระบะเพาะกล้า รดน้ำทุกวันจนต้นกล้ามีอายุได้ 10-13 วัน จึงย้ายต้นกล้าแตงโมยักษ์ลงปลูกในแปลง (มีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับการปลูกแตงโมในช่วงฤดูหนาว มีเกษตรกรบางรายหยอดเมล็ดลงปลูกในหลุมเลย จะพบว่า เมล็ดงอกช้ามากหรือไม่งอกเลย เนื่องจากถ้าอุณหภูมิของดินปลูกต่ำกว่า 15.5 องศาเซลเซียส เมล็ดแตงโมจะไม่งอกโดยธรรมชาติ แก้ปัญหาด้วยการหุ้มเมล็ด แช่เมล็ดแตงโมในน้ำอุ่น ทิ้งไว้ 1 วัน กับ 1 คืน แล้วเอาผ้าเปียกห่อวางไว้ในที่ร่ม จะช่วยทำให้เมล็ดแตงโมงอกได้เร็วขึ้น)

*การเตรียมแปลงปลูกแตงโมยักษ์ *

ได้มีการเตรียมแปลงด้วยการขึ้นแปลงแบบคู่กัน โดยให้มีความกว้างของแปลง ประมาณ 1 เมตร สำหรับความยาวของแปลงขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และความสะดวกในการจัดการ แปลงปลูกแตงโมแต่ละคู่จะให้ห่างกันประมาณ 7-10 เมตร เพื่อให้เป็นพื้นที่ให้เถาแตงโมได้เลื้อยและติดผล สภาพของดินปลูกถ้าเลือกสภาพดินได้ควรเป็นดินร่วนปนทรายจะเหมาะสมที่สุด เนื่องจากมีการระบายน้ำที่ดี จะต้องปรับสภาพค่าความเป็นกรด-ด่าง ให้มีค่า pH เฉลี่ยอยู่ที่ 6-6.5 ถ้าดินมีสภาพความเป็นกรดให้ใส่ปูนขาว เนื่องจากเป็นแตงโมที่มีขนาดของผลใหญ่มาก ระบบการให้น้ำจะต้องดีและมีประสิทธิภาพ จึงใช้ระบบน้ำหยด ต้นละ 1 หัว และแปลงปลูกจะคลุมแปลงด้วยพลาสติก โดยให้ด้านสีบรอนซ์อยู่ด้านบน ซึ่งจะมีส่วนช่วยไล่แมลงศัตรูแตงโมได้ระดับหนึ่ง ก่อนย้ายต้นกล้าลงปลูกควรจะรองก้นหลุมด้วยสาร สตาร์เกิล จี อัตรา 2 กรัม ต่อหลุม

การไว้เถา และการเด็ดตาข้างของการปลูกแตงโมยักษ์ไต้หวัน

ความจริงแล้วในการทดลองปลูกแตงโมยักษ์ไต้หวันนั้น ในการเตรียมแปลง, การปลูก และการบำรุงรักษาใช้วิธีการเดียวกับการปลูกแตงโมในบ้านเรา แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยและเทคนิคที่มีความแตกต่างกันบางประการเท่านั้น อาทิ ในแต่ละต้นหรือแต่ละหลุมปลูกจะปล่อยให้ผลแตงโมยักษ์ติดเพียงผลเดียวเท่านั้น ในขณะที่การปลูกแตงโมของเกษตรกรไทยจะปล่อยให้ติดหลายผล อย่างน้อย 2-3 ผล ต่อ 1 ต้น หลังจากที่ปลูกต้นกล้าแตงโมยักษ์ลงแปลง มีการแตกใบใหม่ออกมา 2-3 ใบ ให้เด็ดยอดแตงโมออกเพื่อให้แตกออกเป็น 2 ตา ซึ่ง 2 ตา ข้างต้นดังกล่าวจะเจริญเติบโตเป็นเถา 2 เถา และจะให้แตงโมติดผลเพียงเถาเดียวเท่านั้น ส่วนอีกเถาหนึ่งให้สังเคราะห์แสงเพื่อช่วยเลี้ยงผลเท่านั้น

ในการเด็ดตาข้าง จะเด็ดตาข้างตั้งแต่ตาข้างที่ 1-19 ของทั้งสองเถาและจัดการเถาให้เลื้อยไปในแนวทางเดียวกัน มีการจัดเถาให้เลื้อยไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อไม่ให้เถาพันกันและง่ายต่อการจัดการ ตั้งแต่ตาข้างที่ 20 เป็นต้นไป ไม่จำเป็นจะต้องเด็ดทิ้ง มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ทุกข้อที่มีตาข้างจะมีรากแทงออกมา จึงควรเจาะพลาสติกเพื่อให้รากแทงลงไป ยิ่งมีจำนวนรากมากเท่าไร จะมีส่วนช่วยให้ผลแตงโมมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย

การผสมดอกมีส่วนสำคัญของการปลูกแตงโมยักษ์ ถ้าเป็นไปได้เมื่อผสมดอกจนติดผลแล้วควรเลือกผลที่ 3 หรือ 4 โดยนับจากการติดผลแรกจะดีที่สุด ช่วงเวลาในการผสมดอกคือ ช่วงเวลาเช้า 06.00-09.00 น.

การกำจัดวัชพืช…หลีกเลี่ยงการกำจัดวัชพืช และการเข้าไปย่ำในแปลงปลูกแตงโม ก่อนปลูกควรมีการฉีดยาคลุมวัชพืชให้ดี และหลีกเลี่ยงการเข้าไปขยับเถา เนื่องจากตาข้างของทุกเถาจะมีรากที่แทงออกมาช่วยในการหาอาหารส่งไปเลี้ยงผล หรือจะใส่ปุ๋ยช่วยบริเวณที่มีรากแทงออกมา ดังนั้น การเด็ดตาข้างจึงควรใช้มีดตัดที่ตาข้าง หรือเด็ดตอนที่ตาข้างเริ่มแตกออกมาจะดีที่สุด และไม่ควรยกเถาขึ้นโดยเด็ดขาด

 การให้น้ำและการให้ปุ๋ย

ในการให้น้ำแตงโมยักษ์ในช่วงการเจริญเติบโต ควรให้น้ำโดยให้มีความชื้นในแปลงอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ควรให้แปลงปลูกแห้ง หรือชื้นแฉะเกินไป การให้น้ำไม่สม่ำเสมอจะส่งผลทำให้ผลแตงโมแตกได้ โดยเฉพาะในช่วงที่แตงโมผสมติด ผลแตงโมจะตอบสนองต่อการให้น้ำได้ดี ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นตรวจสอบแปลงและการให้น้ำที่เหมาะสมทุกวัน

ก่อนการเก็บเกี่ยว ประมาณ 5-7 วัน ควรงดการให้น้ำหรือให้น้ำน้อยลง เพื่อให้แตงโมมีความหวานกรอบ อร่อย หลังจากปลูกแตงโมยักษ์ไปได้ 3-5 วัน สำรวจและปลูกซ่อมต้นที่ตายไป
การให้ปุ๋ยแตงโมยักษ์ มีดังนี้

อายุต้น 5-8 วัน หลังจากลงหลุมปลูกผสมปุ๋ยยูเรีย 20 กรัม สารเมทาแลกซิล 30 กรัม และสารรีเฟส (กระตุ้นการเจริญเติบโตของราก ทำให้รากสมบูรณ์ แข็งแรง ดูดซึมแร่ธาตุและสารอาหารได้ดีขึ้น และสามารถเคลื่อนย้ายสารอาหารให้แพร่กระจายทั่วทั้งต้นพืชได้รวดเร็ว) 30 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร (รดที่โคนต้นแตงโม ต้นละ 10-20 ซีซี) ช่วยเร่งการเจริญเติบโต รากแข็งแรง และป้องกันโรคทางดิน

อายุต้น 10-20 วัน ผสมปุ๋ยยูเรีย หรือ 15-0-0 (อัตรา 1 กรัม ต่อต้น) ทุกวัน โดยการผสมน้ำรดโคนต้น และบริเวณเถาที่ติดราก อายุต้น 20-30 วัน ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 (อัตรา 5-10 กรัม ต่อต้น) ร่วมกับปุ๋ยเกล็ด สูตร 21-21-21 อัตรา 3 กรัม ต่อต้น ผสมน้ำแล้วรดทางดินจะช่วยให้พืชนำไปใช้ได้เร็วขึ้น ช่วยให้การติดดอกและการผสมดอกดีขึ้น อายุต้นหลังการผสมดอก ประมาณ 45 วัน (ช่วงติดผลเท่าไข่ไก่-หัวเด็ก) ใส่ปุ๋ย สูตร 13-13-21 อัตรา 10 กรัม ต่อต้น

อายุต้น 45-50 วัน (ผลเริ่มเข้าสีขนาด 5-8 กิโลกรัม) ช่วงนี้แตงโมต้องการใช้อาหารไปเพื่อเพิ่มขนาดของผลอย่างรวดเร็ว ควรให้ปุ๋ย สูตร 13-0-46 อัตรา 3 กรัม ต่อต้น+แคลเซียมไนเตรต อัตรา 1 กรัม ต่อต้น สลับกับปุ๋ย สูตร 0-0-50 อัตรา 3 กรัม ต่อต้น+แคลเซียมไนเตรต 1 กรัม ต่อต้น ผสมน้ำรดสลับกันทุกวัน

อายุต้น 53 วัน-เก็บเกี่ยว ใส่ปุ๋ย สูตร 0-0-50 อัตรา 5 กรัม ต่อต้น ผสมน้ำรดแตงโมก่อนเก็บเกี่ยว รวม 3 ครั้ง หลังจากนั้นควรงดการให้น้ำก่อนการเก็บเกี่ยว 5-7 วัน

 ปลูกแตงโมยักษ์ในไทย : ตลาดอยู่ที่ไหน

จริงอยู่พฤติกรรมในการบริโภคแตงโมของคนไทยมักจะคุ้นเคยกับแตงโมที่มีขนาดผลไม่ใหญ่มากนัก มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 3-5 กิโลกรัม เท่านั้น ในขณะที่ผู้บริโภคตามเมืองใหญ่ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่ ฯลฯ หรือเมืองท่องเที่ยว เช่น พัทยา, ภูเก็ต ฯลฯ พ่อค้าซื้อแตงโมยักษ์ไปแบ่งผ่าเป็นชิ้นๆ ขายเหมือนกับที่ไต้หวัน จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งทางการตลาดในอนาคต ความจริงแล้วตามโรงแรมหรือการจัดงานเลี้ยงตามสถานที่ต่างๆ มีความต้องการแตงโมที่มีขนาดของผลใหญ่ ขอเพียงแต่แตงโมมีรสชาติหวานกรอบและอร่อยเป็นอันใช้ได้ ทางสวนคุณลีได้นำผลผลิตแตงโมยักษ์บางส่วนมาทดลองคั้นน้ำแยกกาก เพื่อทำเป็นน้ำแตงโมสด 100% (ตามห้องอาหารโรงแรมใหญ่ๆ ในกรุงเทพมหานคร จะมีน้ำแตงโมสดบริการแขกที่มาใช้บริการ)

ผลปรากฏว่าแตงโมยักษ์ที่มีน้ำหนักผลประมาณ 15 กิโลกรัม เมื่อทำเป็นน้ำแตงโมสด 100% บรรจุขวดละ 200 ซีซี ได้จำนวน 50 ขวด เป็นอย่างน้อย และนำมาจำหน่ายถึงผู้บริโภค ในราคาขวดละ 10 บาท นั่นแสดงให้เห็นว่าแตงโมยักษ์ผลหนึ่งจะทำรายได้ถึงผลละ 400-500 บาท

จากการปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงโมยักษ์ไต้หวันมานานเกือบ 10 ปี ปลูกที่สวนคุณลี อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่งปลูกในสภาพไร่พื้นราบและมีอุณหภูมิเหมือนกับพื้นที่ที่ปลูกแตงโมทั่วไป

สรุปข้อมูลว่า สามารถปลูกและให้ผลผลิตมีขนาดผลใหญ่ได้เหมือนกับที่ปลูกในไต้หวัน ในเรื่องของรสชาติ โดยเฉพาะการปลูกในช่วงฤดูฝนปริมาณน้ำฝนอาจจะมีผลต่อรสชาติบ้าง แต่หากคุมปุ๋ยให้ดีก็จะไม่มีปัญหาเรื่องของรสชาติ แต่ผลผลิตที่ปลูกในรุ่นถัดมาคือ ช่วงปลายฝนต้นหนาวตลอดไปถึงช่วงหน้าแล้ง ซึ่งสามารถควบคุมปริมาณน้ำได้และเป็นช่วงหมดฝน รสชาติของผลผลิตมีความหวานและกรอบมาก

ในเรื่องของโรคและแมลงแตงโมยักษ์เหมือนกับการปลูกแตงโมทั่วไป สิ่งที่จะต้องระวังเป็นพิเศษคือ โรคเถาเหี่ยว ที่เกิดจากเชื้อราฟิวซาเรียม ซึ่งโรคนี้เป็นปัญหาหลักของการปลูกแตงโมในบ้านเรา โรคนี้จะระบาดมากในช่วงแตงโมออกดอก, การปลูกแตงโมซ้ำที่เดิม และสภาพดินเป็นกรดจัด และเรื่องของเพลี้ยไฟที่มักจะทำลายยอดแตงโมเสียหาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...