โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมเทคนิค ทำข้อสอบ GAT พาร์ทภาษาอังกฤษ ยังไงให้ได้ 150 คะแนนเต็ม | ข้อสอบ + เฉลย

Campus Star

เผยแพร่ 29 ม.ค. 2562 เวลา 04.11 น.
รวมเทคนิค ทำข้อสอบ GAT พาร์ทภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งนี้ยังมีข้อสอบ + เฉลย มาให้น้อง ๆ ได้ลองฝึกทำกันก่อนสอบจริงอีกด้วย โดยการทำข้อสอบใน GAT พาร์ทอังกฤษนี้จะมีเวลาในการทำอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 30 นาที จำนวน 60 ข้อ และมีคะแนนเต็ม 150

อย่างที่น้อง ๆ ทราบกันดีแล้วว่า การสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษานั้น จะต้องใช้องค์ประกอบของคะแนนหลายตัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GAPX), คะแนนสอบ O-NET, คะแนนวิชา 9 วิชาสามัญ และคะแนนสอบ GAT/PAT ฯลฯ

รวมเทคนิค ทำข้อสอบ GAT พาร์ทภาษาอังกฤษ

และในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็มีเคล็ดลับการทำข้อสอบ GAT ในพาร์ทภาษาอังกฤษ มาฝากน้อง ๆ กันด้วยจ๊ะ พร้อมทั้งนี้ยังมีข้อสอบ + เฉลย มาให้น้อง ๆ ได้ลองฝึกทำกันก่อนสอบจริงอีกด้วย โดยการทำข้อสอบใน GAT พาร์ทอังกฤษนี้จะมีเวลาในการทำอยู่ที่ 1 ชั่วโมง 30 นาที จำนวน 60 ข้อ และมีคะแนนเต็ม 150 คะแนน ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย…

รู้จัก! หน้าตาข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ

สำหรับข้อสอบ GAT ในพาร์ทภาษาอังกฤษ ในปีหลัง ๆ ที่ผ่านมานั้น ได้มีการเน้นคำถามพวก Error Identification มากขึ้น แต่โดยรวม ๆ แล้วยังมีเนื้อหาที่ใช้สอบเหมือนเดิมอยู่ 4 ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่

Part I : Expressions (Q1-15)

ในส่วนของพาร์ที่ 1 จะเป็นข้อสอบในลักษณะของ Conversation ที่เอาไว้ใช้ในการพูดคุยโต้ตอบกัน (สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่รู้จักคำศัพท์พอสมควร หรือมีพื้นฐานด้านภาษาอังกฤษมาบ้างแล้ว ก็มักจะทำส่วนนี้ได้กันเป็นส่วนใหญ่) สิ่งที่น้อง ๆ ควรไปศึกษาเลยสำหรับเนื้อหาในพาร์ทนี้ก็คือ พวกกลุ่มคำศัพท์ต่าง ๆ และสำนวน/ประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ยิ่งรู้เยอะยิ่งได้เปรียบนะจ๊ะ

Part II: Vocabulary (Q16-30)

สำหรับพาร์ทที่ 2 จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Meaning in Context และ Meaning Recognition โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. Meaning in Context เป็นข้อสอบที่มี 4 ตัวเลือกให้หา synonym ที่ตรงกับคำศัพท์ที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้ในโจทย์

2. Meaning Recognition ในส่วนนี้คำศัพท์ในโจทย์และตัวเลือกจะเป็นคำศัพท์เดียวกันและถูกขีดเส้นใต้เอาไว้ โดยที่น้อง ๆ จะต้องหาว่าตัวเลือกไหนมีความหมายตรงกับโจทย์มากที่สุด

เทคนิตการทำข้อสอบในส่วนนี้ น้อง ๆ จะต้องเป็นคนที่มีความรู้ด้านคำศัพท์และความหมายของทั้งคำศัพท์หรือประโยคนั้น ๆ เป็นอย่างดี เพราะยิ่งรู้เยอะก็จะยิ่งทำให้เราได้เปรียบทำข้อสอบได้เร็วมากขึ้น มีเวลาไปทำในส่วนอื่น ๆ ได้อย่างสบายใจค่ะ

Part III: Reading (Q31-45)

ส่วนที่ 3 จะเป็นพวกป้ายประกาศ ป้ายโฆษณา ที่ให้มาในโจทย์เป็น 2 ป้าย (หรือ เป็นการ์ตูน 3 ช่อง) และจะมีบทความ 3 บทความ (2 บทความแรกจะมีความยาวครึ่งหน้ากระดาษ ส่วนอีกบทความจะมีความประมาณ 1 หน้ากระดาษครึ่ง) โดยคำถามจะเป็นการถามความเข้าใจของเราที่มีต่อบทความที่ได้อ่านไปว่ามีมากน้อยแค่ไหน

Part IV: Structure and Writing (Q46-60)

ส่วนในพาร์ทสุดท้ายจะเป็น Error Identification และจะมีประโยคมาให้เราทำ 6 ประโยค โดยจะให้น้อง ๆ เรียงลำดับประโยค (Sequence) จาก 1-6 ให้ถูกต้อง ซึ่งใน 2 ส่วนนี้โดยเฉพาะพาร์ท Error Identification น้อง ๆ ส่วนใหญ่จะทำพลาดกันเยอะเลยทีเดียวและกลัวพาร์นี้กันมากที่สุด แต่น้อง ๆ รู้ไหมว่าข้อสอบแบบนี้มีหลักการการทำที่ตายตัวอยู่ ดังนั้นน้อง ๆ จะต้องลองทำข้อสอบแบบนี้เยอะและลองจับเทคนิคการทำของตนเองดู เพียงเท่านี้ก็จะทำให้น้อง ๆ สามารถทำข้อสอบพาร์ทนี้ได้เยอะขึ้นแล้ว

ติว GAT ฟรี ! กับครูพี่โบว์ ตอน 1

https://seeme.me/ch/krubow/94jmoq

Link seeme.me/ch/krubow/94jmoq

สิ่งที่น้อง ๆ ควรเน้นอ่านเป็นพิเศษ

1. โครงสร้างประโยค

โดยส่วนใหญ่แล้วจะวัดเรื่องประโยคหลัก ประโยครอง ถ้าประโยคหน้าเป็นส่วนหลักประโยคหลังต้องเป็นส่วนรอง หรือเป็นส่วนขยาย แต่ถ้าข้างหน้าเป็นส่วนรองข้างหลังก็ต้องเป็นส่วนหลักแทนที่ ซึ่งประโยคที่มีคำเชื่อมนำนั้นจะเป็นส่วนของประโยครอง ถ้าไม่มีคำเชื่อมส่วนรองหรือส่วนขยายมักจะเป็น Participle และประโยคหลักจะต้องมี Subject + Verb แท้เสมอ

2. Verb

Verb ส่วนใหญ่ถ้าเป็น V.แท้ จะเป็น V.ที่มีการผันตามประธานและเวลา จะวัดเรื่อง Tense ซึ่งมักจะออก Present Perfect Tense หรือ Tense คู่ในอดีต เช่น

– เหตุการณ์ดำเนินอยู่แล้วมีเหตุการณ์มาแทรก โดยที่เหตุการณ์ดำเนินอยู่จะใช้ Past continuous ส่วนเหตุการณ์ที่เข้ามาแทรกจะใช้ Past simple

– เหตุการณ์เกิดก่อนเกิดหลัง โดยที่เหตุการณ์เกิดก่อนจะใช้เป Past perfect และเหตุการณ์เกิดหลังจะใช้ Past simple

– เหตุการณ์เกิดขึ้นพร้อมกันในอดีตทั้งคู่ จะใช้ Past continuous ทั้งคู่

– การใช้ Future tense คู่ Future tense ไม่ได้ เพราะหลัง Future tense จะต้องเป็น Present tense ในประโยคหลักต้องเป็น Future tense เท่านั้น ส่วนในประโยคย่อยจะใช้เป็น Present tense เสมอ

3. Connector

Connector เป็นคำเชื่อมต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะใช้วัดว่า หลังคำเชื่อมเหล่านี้จะตามด้วย Clause (ประโยคย่อย หรือตามด้วยคำนาม หรือคำที่ทำหน้าที่เสมือนคำนามอย่าง Gerund) โดยน้อง ๆ สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เลย เช่น Connector ที่ตามด้วย Preposition (คำบุพบท) เช่น ถ้ามี of มี to ตามมา อย่าง because of ก็มักจะตามด้วยนามเสมอ แต่ถ้า because เฉย ๆ จะตามด้วย clause เป็นต้น

4. Word Choice

Word Choice จะออกใสส่วนของ Error ซึ่งออกเป็นคำศัพท์ในการเลือกใช้คำให้ถูกต้องในประโยคนั้น ๆ เช่น do – make ต่างกันอย่างไร, like – alike ใช้แบบไหน เป็นต้น ดังนั้นเวลาที่เราอ่านโจทย์แล้วแกรมม่าถูกแสดงว่าผิดที่ศัพท์แน่นอน

5. Word Building

Word Building เป็นการสร้างคำ น้อง ๆ ต้องรู้ว่า Part of Speech มีอะไรบ้าง แต่ละตัวทำหน้าที่อะไรบ้างและอยู่ในตำแหน่งใดของประโยค

ข้อสอบ GAT พาร์ท English

ข้อมูลจาก : www.mylearnville.comwww.chil-english.comwww.dek-d.com

บทความที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...