โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เตรียมแจกยา ฟาวิพิราเวียร์ชนิดน้ำ พบเด็กติดเชื้อลงปอดเพิ่ม

Khaosod

อัพเดต 05 ส.ค. 2564 เวลา 06.34 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2564 เวลา 05.25 น.

เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ แถลงการพัฒนาคิดค้นสูตร ตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์ สำหรับเด็ก เตรียมให้สถานพยาบาลลงทะเบียนขอรับยา หรือ นำไปผลิตเองต่อ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 ส.ค.64 นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดเผยถึงการพัฒนาและคิดค้นสูตร“ตำรับยาน้ำเชื่อมฟาวิพิราเวียร์” สำหรับผลิตในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (Hospital preparation) ต้านเชื้อไวรัส แบบน้ำเชื่อม สำหรับเด็ก และผู้ป่วยที่มีความลำบากในการกลืนยาเม็ด ตำรับแรกในประเทศไทย ว่า ปัจจุบันเด็กมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อ'

การใช้ยาต้านไวรัส หากได้ยาเร็วภายใน 4 วันหลังมีอาการจะลดอาการหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล และน่าจะลดการเสียชีวิตได้ โดยยาชนิดน้ำ ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท เมดิกา อินโนวา จำกัด เพื่อผลิตยาในโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ต้องรับประทานให้หมดภายใน 30 วัน หากใครจะนำตำรับยาเราไปผลิตโรงพยาบาลที่อื่นๆ โดยราชวิทยาลัยไปช่วยควบคุมมาตรฐาน ทางเราก็ยินดี

พญ.ศรัยอร ธงอินเนตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า การใช้ยาต้านไวรัส เป็นหัวใจสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค โดยยาฟาวิพิราเวียร์เริ่มใช้ในญี่ปุ่นกรณีใช้ในโรคไข้หวัดใหญ่

อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคโควิดจะใช้ในขนาดที่มากพอสมควร โดยวันแรก 70 มก./กก./วัน วันต่อมาใช้ 35 มก./กก./วัน แบ่งรับประทานวันละ 2 ครั้ง ดังนั้น หากเด็ก 10 กก.จะต้องทานถึง 1 เม็ดกับอีก 3 ส่วน 4 เม็ด แต่หากใช้เป็นยาน้ำจะป้อนเด็กได้ง่ายขึ้น โดยวันแรกจะใช้ 27 cc ต่อครั้ง วันละ 2 ครั้ง วันต่อมาจะใช้ 12 cc หรือ 3 ส่วน 4 เม็ด

พญ.ครองขวัญ เนียมสอน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ กล่าวว่า จากการระบาดที่ผ่านมามีเคสเด็กติดเชื้อทางเดินหายใจมากขึ้น โดยเฉพาะเดือนก.ค. ยอดขึ้นไป 2-3 เท่า นอกจากนี้ ยังพบว่าด้วยสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ เคสเด็กก็มีอัตราการเกิดโควิดติดเชื้อ หรือเชื้อลงปอดเพิ่มมากขึ้น จากเด็กติดเชื้อ 50% เพิ่มเป็น 80-90% เมื่อติดตามการรักษา แต่ยังสบายใจตรงที่อาการเด็กเบากว่าผู้ใหญ่ โดยเด็กปอดติดเชื้อยังไม่ต้องการออกซิเจนมากเท่าไหร่ ยังคงมีออกซิเจนในเลือดได้เกิน 95-96% เป็นส่วนใหญ่

พญ.ครองขวัญ กล่าวอีกว่า ยาน้ำข้อดีมีปริมาณยาคงที่ ทำให้เด็กได้รับการดูดซึมยาอย่างดี แต่มีปริมาตรยามากกว่ายาน้ำทั่วไป เช่น ในเด็กน้ำหนัก 10 กก. ปกติจะป้อนยาประมาณ 1 ช้อน หรือ 5 cc โดยวันแรกจะได้รับยาค่อนข้างมาก แต่วันถัดไปก็จะกินยาไม่แตกต่างยาน้ำเด็กตำรับทั่วไป

ขณะนี้มีการทดลองใช้จริงในคนไข้เด็ก และสังเกตอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับยาบดละลายน้ำ โดยเราให้เด็กช่วงอายุ 8 เดือน ถึง 5 ปี จำนวน 12 ราย พบว่าตอบสนองต่อการรักษาได้ดี และไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรง มีเพียงเด็ก 8 เดือนที่อาจมีการแหวะยาในช่วงแรก แต่ปริมาณน้อย คือ 1 cc นอกนั้นสามารถรับยาได้หมด

พญ.ครองขวัญ กล่าวถึงอาการโควิดในเด็ก ว่า อาการทั่วไป มีไข้ หรือออกผื่น ซึ่งอาจขึ้นใบหน้า หรือลำตัว อาจมีอาการนอกเหนือจากนี้ เช่น ทางเดินอาหาร เบื่ออาหารคล้ายเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ มีอาการถ่ายเหลวได้ อาการนี้อาจนำมาร่วมกับการสัมผัสผู้ป่วย ดังนั้น หากเด็กมีอาการก็อย่านิ่งนอนใจ อาจเป็นโควิดได้ ซึ่งเด็ก 1 คนอาจมีอาการเหล่านี้ได้ภายใน 1-3 วัน จึงอาจต้องมีการตรวจ ส่วนอาการอาจอยู่นานประมาณ 1-2 สัปดาห์ในเด็กไม่มีโรคประจำตัว

หากได้รับยานี้ เบื้องต้นแนะนำให้ยาเป็นเวลา 5 วัน วันแรก หรือยา 2 มื้อแรก ต้องรับยาค่อนข้างมากตามที่กำหนด คือ 4 เท่าของปริมาณปกติ เพื่อให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้นเพียงพอต่อการแข็งตัวของไวรัส จากนั้นให้เป็นไปตามข้อกำหนด และต้องติดตามใน 4 วัน และต่อเนื่อง

พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า การให้ยาในโรงพยาบาลจะไม่มีปัญหา โดยมีข้อบ่งชี้เป็นผู้ป่วยเด็ก หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถกินอาหารได้เอง และต้องมีผลตรวจเชื้อโควิดด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท ก่อน หากเป็นบวกก็ให้ยา จากนั้นค่อยคอนเฟิร์มด้วยการตรวจแบบ RT-PCR แต่เรามองภาพไปยังคนไข้คนอื่นที่ไม่ใช่ของ รพ.จุฬาภรณ์ จึงได้วางแผนว่า จะหาหน่วยบริการอื่นๆ มาร่วมมือทั้งการให้ยา ติดตามคนไข้ และอนาคตอาจให้ร่วมผลิตในโรงพยาบาลได้

อย่างไรก็ตาม จะให้ขอยารับยาได้ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ ผ่านเว็บไซต์ https://favipiravir.cra.ac.th โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนมูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ ในพระอุปถัมภ์

ทั้งนี้ สถานพยาบาลอื่นๆ หรือแพทย์สามารถขอมาทางราชวิทยาลัยได้ แต่ระยะแรกสามารถผลิตยาได้ไม่มาก ประมาณ 100 รายต่อสัปดาห์ หรือ 20 รายต่อวัน และจะได้ยาภายใน 1 วัน หลังจากลงทะเบียนกรอกข้อมูลเรียบร้อย และจะจัดยาไม่เกินเวลา 20.00 น.ของทุกวัน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการจัดส่งอาจต้องรับผิดชอบเอง หรือประสานผู้ร่วมมือจัดส่งให้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...