โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คอลัมน์ แท็งก์ความคิด : เพื่อชีวิตหลังโควิด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 เม.ย. 2563 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2563 เวลา 08.05 น.

หนังสือนี่ยิ่งอ่านยิ่งมัน

ยิ่งช่วงนี้ชีวิตเหมือนถูกกัก เพราะมี “โควิด” เป็นผู้คุม การได้หนังสือดีๆ มาอ่านก็ช่วยบรรเทาอาการจิตตก

ขณะเดียวกัน สำนักพิมพ์มติชน มีโปรแกรมนำเสนอหนังสือหลายเล่ม

เป็นเล่มใหม่ และจุดประกายความคิดดีๆ ออกมานำเสนอ

หลายคนคงทราบแล้ว อีกหลายคนยังไม่ทราบ จึงอยากแจ้งให้ทราบ

แม้ว่าปีนี้งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติจะต้องหยุด เพราะโควิดโจมตีประเทศ

แต่สำนักพิมพ์มติชนยังหาช่องทางนำเสนอหนังสือให้ผู้สนใจได้อ่าน

หนังสือเล่มหนึ่งที่มีการกล่าวถึง ชื่อ “ปล่อยใจคิด ไม่ติดกรอบ”

เขียนโดย กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร

มีข้อความขยายความเนื้อหาในเล่มว่า “กระโดดข้ามกำแพงความคิดติดปีกนวัตกรรม”

ความน่าสนใจของหนังสือเริ่มจากตัวผู้เขียน

กวีวุฒิ มีประสบการณ์ในหน่วยงานด้านนวัตกรรมและแผนกกลยุทธ์ของหลายองค์กรชั้นนำ

เป็นคนไทยไม่กี่คนที่ผ่านโครงการ Design Leadership จาก Stanford d. school ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

ปัจจุบัน กวีวุฒิ เป็นหัวหน้าทีมนวัตกรรมสร้างธุรกิจใหม่ให้กับธนาคารไทยพาณิชย์

ก่อนมาอยู่เอสซีบี กวีวุฒิเป็นหัวหน้าทีม Express Solution (Innovation Lap) ของกลุ่ม ปตท.

ได้นำกระบวนการสร้างนวัตกรรมที่เรียกว่า “Design Thinking” มาใช้

นอกจากนี้ ยังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและออกแบบแนวการสอนของศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษสอนนวัตกรรม Design Thinking for Business Innovation

และยังเป็นวิทยากรพิเศษที่บรรยายเรื่องการสร้างนวัตกรรม

ความน่าสนใจของผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ก็เพราะคลุกคลีกับ “การสร้างนวัตกรรม” นี่แหละ

เหมือนอย่างที่รู้ว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งมีค่าของคนในยุค 4.0

แต่การสร้างนวัตกรรมขึ้นมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

เมื่อกวีวุฒิผ่านการอบรมทางด้านนี้ มีประสบการณ์ในด้านนี้ และยังสอนในด้านนี้

หนังสือที่เขาเขียนก็น่าจะเกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรม

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วคงจะได้เห็นอะไรดีๆ

หนังสือชื่อ “ปล่อยใจคิด ไม่ติดกรอบ” จึงเป็นหนังสือที่น่าสนใจ

หนังสือเล่มนี้มีความหนาเพียง 200 กว่าหน้า อ่านสบายๆ เนื้อหาเป็นการสรุปประเด็นสำคัญๆ ของแนวคิดต่างๆ ให้ได้คิด

คนหนึ่งอ่านแล้วอาจจะมีความคิดอย่างหนึ่ง อีกคนหนึ่งอ่านแล้วอาจจะมีความคิดไปอีกอย่างหนึ่ง

แต่ละคนมีความคิดไปแต่ละอย่างเช่นนี้ นี่แหละจะทำให้โลกนี้เกิดนวัตกรรม

ภายในเล่มได้รวบรวมแก่นความคิดของผู้ประสบความสำเร็จในชีวิตมาหลายคน

มีความคิดของ สตีฟ จ๊อบส์ จากแอปเปิล ความคิดของ รีสโต ซีลาสมา ประธานกรรมการบริษัทโนเกีย

หรือ จอห์น แชมเบอร์ส ซีอีโอบริษัท ซีสโก

หรือ อีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า ชื่อเทสลา

รวมถึงความคิดของ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ จากกลุ่มซีพี

นอกจากนี้ หนังสือเล่มเดียวกันยังแนะนำวิธีคิดและเทคนิคการบริหารเพื่อให้ได้มาซึ่ง “นวัตกรรม” ตลอดทั้งเล่ม

อาทิ คำว่า “อะไจล์” (Agile) ซึ่งเป็นหลักการในวงการ ดีไซน์ ธิงกิ้ง

หรือหลักการของ “หัวหน้าโจรสลัด” ที่ฟังๆ แล้วอาจจะดุเดือด แต่อ่านหลักคิดแล้วต้องบอกว่า ใช่เลย

หรือหลักการของญี่ปุ่น ชื่อ “โอโมเตะนาชิ” ที่เป็นเรื่องราวของการ “ใส่ใจ”

หลักการเหล่านี้มีคำอธิบายสั้นๆ เข้าใจได้ไม่ยาก

แถมยังมีเกร็ดน่าสนใจของธุรกิจสมัยใหม่ที่เป็นแนวทางให้เกิดความเข้าใจธุรกิจยุคอนาคต

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ ลาซาด้า เทนเซ็น ดร็อปบอกซ์ แอปเปิล หรือการปรับตัวของโนเกีย

ภายในเล่มยังสอดแทรกหลักการบางอย่างที่สามารถนำไปปรับใช้

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วชื่นชอบ เพราะได้ซึมซาบแนวทางสู่นวัตกรรม

ได้มองเห็นความสำคัญของคำว่า “ตรงประเด็น”

ยิ่งโลกยุคใหม่“ปลาเร็วกินปลาช้า” ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับ “ประเด็น”

ประเด็นของตัวเอง ประเด็นขององค์กร ประเด็นของลูกค้า

ประเด็นของอะไรก็ได้ที่จะทำ

เมื่อเข้าใจประเด็นก็ลงมือทำให้ตรงประเด็น

นอกจากนี้ หนังสือเล่มเดียวกันยังสามารถเก็บเอาบางถ้อยคำมาใช้

อาทิ คำว่า “อะไรที่วัดผลได้ก็สามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้”

เมื่อวันนี้เราได้แค่หนึ่ง วันพรุ่งนี้เราสามารถทำได้สองก็ถือว่าเราพัฒนาขึ้นแล้ว

แม้ในโลกนี้จะมีอะไรต่อมิอะไรที่วัดผลได้ยาก แต่เมื่อใดที่วัดผลได้ เราก็มีหนทางพัฒนา

พัฒนาเชิงปริมาณ พัฒนาเชิงคุณภาพ

พัฒนาตัวเอง พัฒนาองค์กร พัฒนาประเทศ

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วได้ไอเดียแบบนี้ ไอเดียที่ได้อาจจะแตกต่างจากคนอื่น

แต่ก็อย่างที่ว่านั่นแหละ

ความแตกต่างเป็นหนึ่งในหนทางของนวัตกรรม

ในสภาวะที่โควิดปิดล้อม การได้อ่านหนังสือ ทำให้ได้ไอเดียเจ๋งๆ

เป็นไอเดียที่จะนำไปสร้างนวัตกรรมขึ้นมาหลังจากโควิด-19 ผ่านพ้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...