โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือน!! ไข่แมงดาทะเล มีพิษอันตรายถึงตาย สังเกตสักนิดก่อนซื้อ

MThai.com

เผยแพร่ 15 เม.ย. 2562 เวลา 04.39 น.
หลายคนติดอกติดใจกับเมนู ยำไข่แมงดา แกงคั่วใบมะขามไข่แมงดา ซึ่งแมงดาทะเลเป็นสัตว์โบราณ

หลายคนติดอกติดใจกับเมนูไข่แมงดาทะเล ซึ่งแมงดาทะเลเป็นสัตว์โบราณ ชอบอาศัยหมกตัวอยู่ตามพื้นทรายแนวชายฝั่งน้ำตื้น โดยฤดูวางไข่ของแมงดาทะเลจะเริ่มในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-กันยายนของทุกปี จึงนิยมนำไข่แมงดามาปรุงอาหาร เช่น ยำไข่แมงดา แกงคั่วใบมะขามไข่แมงดา ซึ่งแมงดาทะเลในประเทศไทยมีด้วยกัน 2 ชนิด คือ

แมงดาจาน

แมงดาจาน หรือ แมงดาหางเหลี่ยม ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Tachypleus gigas ไม่มีพิษ สามารถนำมาปรุงอาหารรับประทานได้ ลักษณะหางจะคล้ายสามเหลี่ยมมีหนามเล็กน้อย พื้นผิวด้านบนมีสีน้ำตาลอมเขียว มีขนาดใหญ่กว่าแมงดาถ้วย

แมงดาถ้วย

แมงดาถ้วย หรือ แมงดาไฟ หรือ เห-รา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carcinoscorpius rotundicauda มีพิษไม่สามารถนำมารับประทานได้ สังเกตได้จากลักษณะหางจะกลมไม่มีหนาม พื้นผิวด้านบนมีสีน้ำตาลอมแดง แม้จะทำให้สุกด้วยความร้อนก็ไม่สามารถทำลายพิษได้ พิษของมันก็คือสาร tetrodotoxin

อาการเมื่อได้รับพิษ

ภายใน 15 นาทีหลังจากรับประทานจะเริ่มจากลิ้นชา ปลายนิ้วชา แขนชา ขาชา คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียน อ่อนแรง กลืนลำบาก เหงื่อออกมาก พูดลำบาก มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ ไม่สามารถขยับตัว ดังนั้นควรรีบส่งไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ให้เร็วที่สุด ซึ่งบางรายหายใจไม่ออกจึงทำให้เสียชีวิตในที่สุด

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

  • ให้ปลดกระดุมเสื้อผ้าเพื่อให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกที่สุด เพราะผู้ป่วยจะเริ่มหายใจลำบาก
  • หากผู้ป่วยเริ่มหายใจเองไม่ได้ ให้รีบช่วยเป่าปากให้ผู้ป่วย
  • ไม่ควรให้ผู้ป่วยกินยาหรืออะไรทั้งสิ้น เพราะอาจทำให้สำลักได้
  • ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 3-4 วัน เพราะพิษจะค่อยๆสลายไปเอง

วิธีที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงการรับประทานแมงดาทะเล เพราะในปัจจุบันยังไม่มียารักษาพิษของแมงดาทะเลโดยตรง แพทย์เพียงรักษาแบบประคับประคองตามอาการซึ่งโดยปกติผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้เองภายใน 3-4 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...