3 สูตร คำนวณ ส.ส. "ปาร์ตี้ลิสต์" พปชร.กำไร อนค.- เพื่อไทย ขาดทุน
กว่า 1 เดือนเศษ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่สามารถประกาศจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) อย่างไม่เป็นทางการได้ นับตั้งแต่การเลือกตั้ง 24 มี.ค. 62
3 สูตรการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่ถูกชงเอง-กินเองของ กกต.-นักการเมือง ยังคิด-คำนวณออกมาเห็นต่าง เพราะแต่ละสูตรมี “คนได้” และ “คนเสีย”
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 สูตร 3 สเต็ปขั้นต้น เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (1) (2) (3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (1) (2) (3)
สเต็ปที่ 1 การคำนวณหาจำนวน “คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน” โดยการนำ “คะแนนดิบ” รวมทั้งประเทศของทุกพรรคที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์มาหารด้วย 500 หรือจำนวนที่นั่งทั้งหมดในสภา
สเต็ปที่ 2 การคำนวณหาจำนวน “ส.ส.พึงมี” ของแต่ละพรรค โดยการนำคะแนนเสียงที่แต่ละพรรคได้รับหารด้วย “คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน” หรือ 71,057.4980 คะแนน (ตัวเลขมาจากสเต็ปที่ 1)
สเต็ปที่ 3 การคำนวณหาจำนวน “ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์” ของแต่ละพรรคที่ “พึงจะมี” โดยการนำจำนวน “ส.ส.พึงมี” ลบด้วยจำนวน ส.ส.เขต ที่พรรคได้รับเลือกตั้ง ทั้งนี้ หากพรรคใดได้จำนวน ส.ส.เขต “เท่ากับหรือมากกว่า” จำนวน “ส.ส.พึงมี” จะไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์
โดยทั้ง 3 สูตร ต่างกันที่ “สเต็ปที่ 4”
… สูตร 1 ของ กกต.+กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กกต.ยกเหตุผล-ตีความการคำนวณตาม “เจตนารมณ์” หรือ “คะแนนไม่ตกน้ำ” โดยมีวิธีการคำนวณ นำจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรคนั้นจะได้รับ “เบื้องต้น” พร้อมทศนิยมทั้ง 4 หลัก โดย “ไม่ตัด” เอาเฉพาะพรรคที่ได้ “คะแนนเกินค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน” หรือพรรคที่ได้มากกว่าหรือเท่ากับ 71,057.4980 คะแนน อีกความหมาย คือ “ไม่ตัด” พรรคที่ได้ “คะแนนต่ำกว่า” 71,057.4980 คะแนนออกจากการคำนวณจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ด้วยสูตรการคำนวณดังกล่าว จะทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้มีพรรคการเมืองในสภาอย่างน้อย 27 พรรค และจะทำให้พรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ “ส.ส. 1 คนต่อประชาชน 71,057.4980 เสียง” แต่กลับได้ที่นั่งพรรคละ 1 คน โดยปริยาย ซึ่งมีทั้งสิ้น 11 พรรค
ได้แก่ พรรคประชาภิวัฒน์ พลังไทยรักไทย ไทยศรีวิไลย์ ประชานิยม ครูไทยเพื่อประชาชน ประชาธรรมไทย ประชาชนปฏิรูป พลเมืองไทย ประชาธิปไตยใหม่ พลังธรรมใหม่ และไทรักธรรม
ในทาง “คณิตศาสตร์การเมือง” ดีดลูกคิด-ส่งผลให้พรรคพลังประชารัฐ-พรรคพันธมิตร “ได้เปรียบ” เพราะ “มีโอกาส” ที่ “พรรคเล็ก” 11 พรรคที่ยัง “ไม่ลงสัตยาบัน” ต่อต้านการสืบทอดอำนาจ-ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์กับพรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าร่วมรัฐบาล-เทให้ “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นนายกฯอีกสมัย
ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.)-พรรคแนวร่วม พท. จะได้จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ “ลดลง” จากจำนวน ส.ส.พึงมี 87-88 ที่นั่ง เหลือ 80 ที่นั่ง
สูตร 2 ของ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต.-ผู้สมัคร ส.ส. (สอบตก) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แหกออกจากสูตรของ กกต.-กรธ. ตรงการตีความ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 128 (5) ซึ่งเป็น “ข้อความเดียว” กับที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 91(4) ชนิด “ลอกกันมา” สูตรนี้จะทำให้มีพรรคการเมือง 14 พรรค ได้จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ส่วนพรรคที่ได้ “คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย” หรือพรรคที่ได้คะแนนน้อยกว่า 71,057.4980 คะแนน คือ “พรรคเล็ก” 58 พรรคจะไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์แม้แต่ที่นั่งเดียว หมดโอกาสเป็น “พรรคตัวแปร” รวมขั้วตั้งรัฐบาล”
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 พรรคที่ไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ คือ พท.และพรรคประชาชาติ เพราะจำนวน ส.ส.เขต “เกินจำนวน ส.ส.พึงมี”
“การจัดสรร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดมี ส.ส.เกินจำนวนที่จะพึงมีได้ เนื่องจากทั้ง 58 พรรคได้คะแนนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยต่อ ส.ส. 1 คน หรือน้อยกว่า 71,057.4980 คะแนน จึงต้องตัดทิ้งไป” นายสมชัยแจกแจงสูตร
สูตร 3 ของ “โคทม อารียา” อดีต กกต. แม้ “ตัวเลขสุดท้าย” จะตรงกันกับ “สูตรสมชัย” คือ มีพรรคการเมือง 15-16 พรรคที่ได้ที่นั่ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แต่ต่างกันตรงที่วิธีการ “ปัดขึ้น-กดลง” ของ “เศษทศนิยม-จำนวนเต็ม”
“สูตรโคทม” อาจจะทำให้มี “พรรคเล็ก-พรรคต่ำ 7 หมื่น” หรือ พรรคที่มี “จุดทศนิยม” 0.9xxx อาจได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 1 ที่นั่ง นอกจาก 3 สูตรที่ กกต.จะทุบโต๊ะแล้ว ยังมี “สูตร พท.-ปิยบุตร เลขาฯ อนค.” ที่ออกมาตั้งโต๊ะค้าน สูตรของ กกต.-กรธ.
3 สูตรมีทั้งคนได้-คนเสีย แต่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาฯ กกต.ยืนยันว่า จะมีเพียงสูตรเดียวเท่านั้น อยู่ที่หวยจะลงสูตรไหน
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลยพิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!