โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 12.30 น.วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

JS100

อัพเดต 16 ธ.ค. 2562 เวลา 06.59 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 05.27 น. • JS100:จส.100
ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 12.30 น.วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562

กรมบัญชีกลางทยอยจ่าย Cash Back “ชิมช้อปใช้” รอบแรก

          ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (15 ธ.ค.) กรมบัญชีกลาง ทยอยจ่ายเงินคืน (Cash Back) ให้กับผู้มีสิทธิ์ที่ใช้จ่ายผ่านกระเป๋า G-Wallet 2 พร้อมแจ้งเตือนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพที่หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อช่วยเหลือในการรับและโอนเงินคืน น.ส.วิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กลุ่มที่ได้รับเงินคืนคือกลุ่มที่ใช้จ่ายระหว่างวันที่ 27 กันยายนถึง 30 พฤศจิกายน โดยผู้ที่ใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเงินคืนร้อยละ 15 หากใช้เงินมากกว่า 30,000 บาทถึง 50,000 บาทจะได้รับเงินคืนร้อยละ 20 รวมเงินคืนสูงสุด 8,500 บาท

ก.แรงงาน เตรียมพร้อมแรงงานนอกระบบรับสังคมสูงวัย

          กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จัดโครงการอบรมส่งเสริมให้ความรู้แก่แรงงานนอกระบบเพื่อก้าวสู่สังคมสูงวัย (Ageing Society) เสริมความรู้สิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย พร้อมทำงานอย่างมีคุณค่า พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของไทยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสังคมสูงวัย คือมีประชากรอายุ 60 ปี เป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด และจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติประจำปี 2561 พบว่ากำลังแรงงานกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป เป็นแรงงานนอกระบบเกือบ 3 ล้าน 6 แสนคน คิดเป็นร้อยละ 88.3 จึงจัดโครงการส่งเสริมให้ความรู้แก่แรงงานนอกระบบเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย ความปลอดภัยในการทำงาน การพัฒนาทักษะฝีมือเพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

*กรมชลประทานเผยปริมาณน้ำลุ่มเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์น้อย *

          นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 เขื่อนหลัก ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกัน 11,412 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 46 ของความจุอ่าง เป็นน้ำใช้การได้ 4,716 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่าง ซึ่งจากการที่น้ำต้นทุนมีจำกัด จึงต้องขอความร่วมมือให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และรักษาเสถียรภาพของตลิ่งลำน้ำตามแผนการรับน้ำ

          สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าให้สูบน้ำตามความจำเป็นเพื่อใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคและต้องเป็นไปตามแผนรอบเวรการสูบน้ำที่กำหนดไว้ สถานีสูบน้ำของการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค และการประปาส่วนท้องถิ่น สามารถสูบน้ำได้ตามปกติ และขอความร่วมมือลดการเพาะเลี้ยงในบ่อปลา บ่อกุ้ง เขตโครงการชลประทานลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลดการเพาะเลี้ยงปลาในกระชัง ในแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำท่าจีนและในระบบชลประทานตลอดฤดูแล้ง ทั้งขอให้หน่วยงานต่าง ๆ มีการเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำ คู คลอง และแหล่งน้ำต่างๆ เนื่องจากทำให้ต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้นเพื่อเจือจางน้ำเสีย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่ต้องสำรองไว้ให้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศจนถึงต้นฤดูฝนหน้า

สทนช. เร่งแผนปฏิบัติการสร้างความมั่นคงน้ำช่วงแล้ง

          นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่าในการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามการจัดทำแผนป้องกันภัยแล้งปี 2562/63 และการกำหนดพื้นที่แหล่งน้ำสำรอง ตามที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สามารถรับมือกับฤดูแล้งที่ใกล้จะมาถึงได้อย่างครอบคลุมทุกมิติ ประกอบด้วย 5 แผนปฏิบัติการหลัก ได้แก่แผนปฏิบัติการรองรับภาวะเสี่ยงการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค–บริโภค, แผนปฏิบัติการรองรับสถานพยาบาลเสี่ยงขาดแคลนน้ำ, แผนปฏิบัติการจัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่การเกษตร, แผนปฏิบัติการจัดสรรน้ำแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง และแผนปฏิบัติการเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือช่วยเหลือภัยแล้ง

          เลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการรับรองภาวะเสี่ยงภัยแล้ง รวมทั้งงบประมาณที่จะขอรับการสนับสนุนงบกลาง เพื่อเสนอให้ สทนช.พิจารณาภายในวันที่ 17 ธันวาคมนี้ และนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. วันที่ 20 ธันวาคมนี้พิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

ผู้แทนสหรัฐฯ ระบุเกาหลีเหนือข่มขู่ก้าวร้าวโดยไม่จำเป็น

          กรณีที่เกาหลีเหนือขู่ว่าจะส่งของขวัญคริสต์มาสให้สหรัฐฯ หากสหรัฐฯ ยังไม่ผ่อนปรนมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจเกาหลีเหนือภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ นายสตีเฟน บีกัน ทูตพิเศษสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเกาหลีเหนือ วิจารณ์ว่าเป็นการแสดงท่าทีก้าวร้าวโดยไม่จำเป็น และสหรัฐฯ พร้อมที่จะเปิดการเจรจาในทุกๆ ประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน

          ในขณะนี้ นายบีกัน อยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนเกาหลีใต้เพื่อหารือกับนายลี โดฮุน ผู้แทนพิเศษฝ่ายกิจการความมั่นคงและสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเขากล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่าทุกฝ่ายควรร่วมกันทำงานนี้ให้สำเร็จ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องแสดงความก้าวร้าว

ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ หารือมาตรการควบคุมการส่งออก

          เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ร่วมประชุมเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการส่งออก ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการผ่อนคลายความตึงเครียด หลังจากความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศได้ตกอยู่ในภาวะชะงักงันเป็นเวลาหลายเดือน และในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมสุดยอดระหว่างนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะแห่งญี่ปุ่น กับประธานาธิบดีมูน แจอิน แห่งเกาหลีใต้ที่ประเทศจีน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...