Lazada โชว์โกดังใหม่ รองรับออเดอร์ 12.12 อัดเทคโนโลยี ตั้งเป้าถึงมือภายใน 1 วัน
"ลาซาด้า" โชว์ศูนย์คัดแยกแห่งใหม่ รับ 12.12 คัดแยกได้ 36,000 ชิ้น/ชั่วโมง รับสินค้าได้วันละ 140,000 ชิ้น ระบุผู้ค้าบนแพลตฟอร์มต้องใช้ระบบขนส่งของลาซาด้าเพื่อความรวดเร็ว
นายสุทธิโรจน์ ทรัพย์สมบัติ ผู้จัดการอาวุโส ศูนย์คัดแยกสินค้า ลาซาด้า เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย ในฐานะบริษัทลูกของ Lazada ที่รับหน้าที่ในการขนส่งสินค้า ระบุว่า บริษัทอยู่ภายใต้ Lazada E-logistic ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ Lazada Express ในการส่งสินค้าขนาดเล็ก และ Lazada E-logistic เพื่อทำหน้าที่ในการเติมเต็มการขนส่งสินค้าให้กับผู้ขายของลาซาด้า ทั้งเก็บสินค้าที่โกดังให้ง่ายต่อการขนส่ง และขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว โดยหากมีการสั่งสินค้าและร้านค้าบรรจุหีบห่อก่อนเที่ยงวัน จะทันรอบรถช่วงเช้าในการรับสินค้าจากร้านค้าและมาถึงโกดังภายใน 1 วัน โดยจำกัดขั้นต่ำอยู่ที่ 15 กล่อง/ร้าน และหากมีไม่ถึงก็จะมีกล่องให้ผู้ขายนำสินค้าไปส่งใส่ในกล่องได้ ปัจจุบันมีพนักงาน 680 คน/วัน และเพิ่มกำลังเสริมเป็น 900 คน/วันในช่วงโปรโมชั่น มีอัตราการรับสินค้าจากร้านค้าอยู่ที่ 140,000 ชิ้น/วัน และแจกจ่ายไปยังบ้านของลูกค้าที่ 100,000 ชิ้น/วัน ส่วนอีก 40,000 เป็นการส่งผ่านผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งปัจจุบันลาซาด้ามีศูนย์จัดส่งสินค้าทั่วประเทศ 57 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 30 แห่ง , ต่างจังหวัด 20 แห่ง และพื้นที่อื่น ๆ อีก 7 แห่ง แต่ยังไม่ครอบคลุม จึงจำเป็นต้องอาศัยผู้จัดส่งรายอื่น ๆ ด้วย
สำหรับการส่งแบ่งเป็นขั้นและเขต
ลาซาด้าแบ่งและจัดส่งเป็น กรุงเทพฯ-ปริมณฑล , ชลบุรี สามารถส่งไปภายใน 1 วัน และ Teir 2B เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ สามารถส่งได้ภายใน 2 วัน สำหรับอัตราการส่งนับจากวันสั่งซื้อสินค้าในประเทศเฉลี่ยประมาณ 5 วัน และส่วนใหญ่หากขึ้น 14 วัน อาจเป็นสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งศูนย์คัดแยกสินค้า ใน 1 จังหวัด สามารถที่จะมีมากกว่า 1 ศูนย์ได้ ซึ่งสาเหตุที่สามารถส่งได้เนื่องจากมีการคัดแยกได้เร็ว
"ส่วนหนึ่งในการแข่งขันของแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซคือความเร็วในการจัดส่งสินค้า ซึ่งถ้าหากแพลตฟอร์มใดสามารถส่งได้เร็วกว่า ก็จะได้ใจผู้ขายไป" นายสุทธิโรจน์ ทรัพย์สมบัติ กล่าว
จากกิจกรรมส่งเสริมการขาย 9.9 เมื่อเปรียบเทียบกับ 11.11 พบว่ายอดการจัดส่งสินค้าเติบโตอย่างก้าวกระโดด การส่งสินค้าผ่าน Lazada Express คือ จำเป็นที่จะต้องมีสินค้าถึงมือผู้ซื้อภายใน 1 วัน ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ขายบนแพลตฟอร์มของลาซาด้า จำเป็นต้องใช้ระบบขนส่งของลาซาด้าเอง เพื่อทำให้บริษัทสามารถที่จะกำหนดและควบคุมคุณภาพในการจัดส่งภายในระยะเวลาที่บริษัทฯ กำหนดได้ที่บริษัทฯ ซึ่งศูนย์ฯคัดแยกของลาซาด้า ครอบคลุม ร้อยละ 35 ของการตัดส่งทั้งหมดบนลาซาด้า และสินค้าทั้งหมดที่ส่งมาที่นี่ จัดส่งเองถึง ร้อยละ 70 มีการใช้มีความแม่นยำอยู่ที่ร้อยละ 99 ในการคัดแยก ระยะเวลาการรับและส่งก็จะแบ่งเป็นช่วงเวลาต่าง ๆ ในการคัดแยกซึ่งหากสินค้ามาถึงยังโกดังและพร้อมจัดส่งภายในเที่ยงวันก็สามารถที่จะ จัดส่งได้ภายในวันดังกล่าวเลย ซึ่งแบ่งเป็นเวลาจัดส่ง 10.00 น. , 16.00 น. และ หลัง 3 ทุ่ม สำหรับที่นี่ไปศูนย์คัดแยกและจัดส่งสินค้าหลักแห่งที่ 2 ของประเทศไทย โดยใช้งบลงทุนเกือบ 1,000 ล้านบาท ซึ่งย้ายมาจากศูนย์คัดแยกที่ปู่เจ้าสมิงพราย
คลังจัดส่งสินค้าเดิมมีสายส่งสินค้า สามารถที่จะคัดแยกได้ 12,000 ชิ้น/ชั่วโมง แต่โกดังที่สุขสวัสดิ์สามารถ คัดแยก 36,000 ชิ้น/ชั่วโมง และสามารถขยายโครงการไปได้ถึง 96,000 ชิ้น/ชั่วโมง โดยตั้งอยู่บนพื้นที่ 35,792 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นศูนย์คัดแยกสินค้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยลาซาด้ามีศูนย์คัดแยกสินค้าอยู่ใน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม เช่นกัน
สำหรับวิธีการคัดแยกใช้ระบบอัตโนมัติที่แตกต่างจากศูนย์คัดแยกอื่น ๆ ในไทย เช่น ระบบถาดยกเทสำหรับพัสดุขนาดเล็ก และระบบคัดแยกอัตโนมัติบนสายพาน ซึ่งจะคัดแยกไปยังเขตต่างๆ และ จัดส่งไปยังศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศ
"ส่วนตัวมองว่า หนึ่งในสาเหตุที่ต้องออกมาทำระบบขนส่งเอง เนื่องจากที่ผ่านมาบางครั้ง มาตรฐานในการบริการอาจแตกต่างกันและสร้างความรู้สึกที่แตกต่างกันหากใช้บริษัทนอก ดังนั้นหากใช้ระบบขนส่งของตัวเองก็จะสามารถควบคุมมาตรฐานการบริการได้" นายสุทธิโรจน์ กล่าว